Sunisa เขียน: Kiblemongrass เขียน: Sunisa เขียน:ถ้าหาเนยขาวไม่ได้จริงๆ ใช้เนยที่สำหรับทาขนมปังก็ได้นะคะ ดูที่ทำมาจากพืช การตีครีมแบบบัตเต้อร์ครีม ก็ผสมกันระหว่างเนยสดที่ได้มาจากนมวัว และเนยขาวที่ได้มาจากพืช ทางยุโรปมักจะเห็นแต่เนยสีขาวที่เอาไว้สำหรับทอด (อันนี้ทำเค้กแล้วเลี่ยนนะคะ)
จากการที่ทำมาบ่อยครั้ง ก็จะใช้เนยหรือมาการีนที่ทาขนมปังตีผสมกับเนยสดค่ะ บัตเต้อร์ครีมมีหลายสูตร บางอย่างใส่ไข่แดงด้วย วิธีที่น้องกิ๊บลงลิ้งค์ไว้นี่เหมาะกับเมืองหนาวเลยค่ะ เพราะเนยจะออกมานุ่ม ไม่แข็งเหมือนบัตเต้อร์ที่มาจากเนยล้วนๆ
เห็นแว่บๆเลยถือโอกาสเข้ามาทักทายน้องสาวจากสวีเดนด้วยน่ะจ้ะ ...จวนเปิดร้านเบเกอรี่ได้ยังคะน้องกิ๊บ ...คิดถึงเสมอนะคะ
<span style='color:green'>คิดถึงพีุ่๋จุ๋มเช่นกันจ้า ทุกวันนี้ทำขนมที่ร้านก็คิดถึงพี่จุ๋มทุกที ทุกครั้งที่ได้บีบครีมแต่งหน้าเค้กก็จะนึกขอบคุณพี่จุ๋มที่เป็นแรงบัลดาลใจให้กิ๊บค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบจนเจอ
แต่น่าเสียดายนะคะที่สวีเดนไม่เน้นการแต่งหน้าด้วยครีมสวยงามแบบเมืองไทย เขาจะออกแนวแต่งหน้าเค้กแบบเรียบง่ายมากกว่า เฮ้อออ บางทีก็น่าเบื่อเหมือนกัน แต่ทำไงได้เราเป็นแค่เด็กฝึกงานเราทำอะไรนอกเหนือคำสั่งไม่ได้ค่ะ
เรื่องร้านขนมกิ๊บต้องเปิดให้ได้สักวันค่ะพี่จุ๋ม ทำแน่ๆ แต่ตอนนี้ภาระต้องใช้เงินมันเรียงคิวกันมาเป็นตับ คงยังไม่มีปัญญาจ้า
พี่จุ๋มสบายดีไหมคะ ตอนนี้ทำอะไรอยู่เอ่ย ไม่ค่อยมาคุยกันเลย
ป.ล. รูปพี่จุ๋มรูปนี้ดูสดใสดีจังเลย ตอนนี้กิ๊บก็ลดน้ำหนักอยู่จ้า
</span>
พี่จุ๋มก็เป็นแม่บ้าน ทำงานบ้านวันๆอยู่เหมือนเดิมค่ะ มากกว่าเดิมด้วยมั๊ง เพราะสามีพี่ผ่าตัดหัวใจมาหลายรอบค่ะในสามปีนี่ ก็เลยห่างหายจากครัวไกลบ้านไปยาว ช่วงนี้เค้าแข็งแรงดีพี่ก็เข้ามาที่นี่ได้บ่อยหน่อยน่ะค่ะ
ทางยุโรปค่าจ้างต่อชั่วโมงสูง เค้าเลยมาเน้นแต่งหน้าสวยมากๆเหมือนไทยเราไม่ไหว ตามร้านเค้กมีให้เราสั่งได้ด้วย แต่ราคาก็ค่อนข้างสูงมาก เค้านิยมครีมมากกว่าเนยสดด้วย
ที่เบลเยี่ยม(จากย่านที่พี่อยู่นะ) เพิ่งจะมีสองปีหลังนี่เองนะคะ ที่มีเค้กหน้าเนยเข้ามาให้เลือก ก็เห็นแต่รสมอคค่า เป็นการแต่งหน้าแบบที่ออกมาจากโรงงานน่ะค่ะ แบบง่ายๆแต่ความคิดร์ดี แต่รสชาติตัวเค้กออกจะแห้งๆเพราะเค้าคงใช้แป้งสำเร็จรูปหมด
เมื่อก่อนนี้ก็มีคนสั่งพี่ทำกันเยอะนะคะ แต่พี่น่ะทำคิดตังค์อันนึง แถมอีกอันนึงประจำเลยน่ะสิ สามีบอกว่า ...จ้างนะจ้างให้เลิกทำขาย เพราะว่าวันๆพี่จะอยู่ในครัวตั้งแต่เช้ายันดึก เก็บล้างเยอะแยะ อุปกรณ์ก็ส่งมาจากไทยมากมาย รายจ่ายมากกว่ารายรับไม่รู้เท่าไหร่เป็นเท่าไหร่ ...พอสามีป่วยก็เลยหยุดแบบถาวรค่ะ ของที่มีก็แบ่งให้คนที่ทำได้เอาไปทำ เก็บไว้ก็เสียเปล่า
เอาใจช่วยค่ะน้องกิ๊บ ตั้งความหวังอะไรไว้ก็ขอให้ไปถึงความหวังนั้นโดยเร็ววันนะคะ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นจ้า
<span style='color:green'>ขออณุญาติเจ้าของกระทู้คุยกับพี่จุ๋มหน่อยนะค๊า
กิ๊บขอให้สามีพี่จุ๋มแข็งแรงไวๆนะคะพี่ จะได้มีเวลาเข้ามาคุยกันบ่อยๆ ฮิๆๆ
กิ๊บน่ะ งานบ้านงานเรือนนี่แทบไม่กระดิกเลย เป็นแม่บ้านที่แย่สุดๆ แม่บ้านรุ่นน้องไม่ควรเอาอย่างเลยค่า ฝึกงานเสร็จ นังจ๋อมอยู่แถวนี้ งานบ้านงานเรือนไม่จับเลย
ที่นี่เขาก็แต่งหน้าเค้กได้สวยงามแบบคลาสสิคนะคะพี่จุ๋ม กิ๊บก็ชอบนะ แบบง่ายๆแต่สวยดูดี แต่บางทีก็อยากละเลงเยอะๆ จะได้ไม่ลืมเทคนิคการบีบเป็นลวดลายแบบไทยๆ จะให้มาบีบที่บ้านรึก็ยังไงอยู่ ทำแล้วก็ไม่มีคนกิน เสียดายของค่ะ
นานๆทีมาบีบเป็นลายสวยๆ มือมันสั่นค่ะ
ที่ร้าน เขาจะใช้บัตเตอร์ครีมตบแต่งส่วนเล็กๆน้อยๆของขนมเท่านั้นเองค่ะ ตีครีมโถนึงใช้ไปสามเดือนน่ะค่ะ
พวกเนื้อเค้กก็ใช้มิกซ์สำเร็จเราแค่มาใส่ไข่และตีให้ได้ที่เฉยๆเท่านั้นเองค่ะ ร้านใหญ่ งานเยอะ ต้องประหยัดเวลากันให้มากค่ะไม่งั้นทำไม่ทันจริงๆ
ที่ร้านจะใช้วิปครีมเยอะมาก ช่วงนี้วันนึงๆใช้ครีมอย่างต่ำๆประมาณ 10 ลิตรได้ ถ้ามีออเดอร์พิเศษละก็บีบวิปครีมกัันจนกล้ามขึ้นเลยค่ะ
ดีนะคะ มีเครื่องทุ่นแรง เอาครีมเป็นน้ำๆใส่ลงไป เปิดเครื่อง หมุนปรับระดับว่าอยากได้ครีมอ่อน แข็ง แค่ไหน แล้วใส่ถุงบีบต่อเลยค่ะ ไม่งั้นคงตีครีมกันทั้งวันก็ไม่เสร็จแน่
งานเบเกอรี่นี่ดูเหมือนงานเบาๆสบายๆ อยู่กับของสวยๆงามๆนะคะ แต่ที่ไหนได้ เบื้องหลังนี่มันใช้แรงงานชัดๆ แบกลังวิปครีมกล่องละ 20 ลิตร ถุงแป้งและน้ำตาลขนาดเบาะๆก็ 30 กิโล แบกทีหน้าดำหน้าแดงกันไปข้างนึง โถตีปล่าวๆก็หนักสี่ห้ากิโล ตีเค้กเสร็จต้องยกออกมา หนักเป็นสิบๆโลค่ะ อูยยย คิดแล้วมันส์จริงๆ ฮ่าๆๆๆ
ขอบคุณพี่จุ๋มมากค่ะที่คอยเป็นกำลังใจให้กิ๊บมาตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้ วันไหนฝันเป็นจริงเมื่อไหร่จะเชิญพี่จุ๋มมาตัดริบบิ้นเปิดร้านนะจ๊ะ
</span>