ครัวไกลบ้านได้ทำการปรังปรุงเวบไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในระบบสมาร์ทโฟน และได้รวมข้อมูลเมนูอาหารและ สมาชิกจากทั้งเวบไซต์เก่าและใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

สมาชิกท่านไหนมีปัญหาไม่สามารถล็อกอินได้ ให้ทำการเปลี่ยนพาสเวิร์ดโดยคลิ๊กลิ้งค์นี้ ลืมรหัสผ่าน
ถ้าท่านใดมีชื่อสมาชิกมากกว่าหนึ่งชื่อแล้วต้องการรวมโพสทั้งหมดให้อยู่ในชื่อสมาชิกเดียว หรือมีปัญหาในการใช้เวบไซต์
สามารถส่งอีเมล์แจ้งรายละเอียดมาได้ที่ admin@kruaklaibaan.com หรือส่งข้อความได้ที่ user: sillyfooks

ถ้าชอบครัวไกลบ้าน อย่าลืมคลิ๊กไลค์เฟสบุ๊คให้ครัวไกลบ้านด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

อยู่เมืองไทยสบายกว่าอยู่เมืองนอก

อยากคุย อยากเล่า อยากบ่น เรื่องสุข เรื่องทุกข์ เรื่องสารพันปัญหา เชิญคุยกันได้ตามสบายที่ห้องนี้ค่ะ

โพสต์โดย Markchak » ศุกร์ ต.ค. 17, 2008 11:31 am

กระทุ้นี้่ตั้งได้ถูกใจมากเลยค่าาาา

เป็นเหมือนกันค่ะ เพราะต้องทำงาน แล้วคิดว่าความรุ้สึกนี้ก็จะเป็นเหมือนกันทุกคน
โดยเฉพาะ คนที่ต้องทำงาน

แต่กับพี่ ป้า น้า อา ที่อยู่บ้านเลื้ยงลูก ก็น่าจะเหนื่อยเหมือนกัน เพราะ มันไม่เหมือนกับอยุ่เมื่องไทย

บ้านเราอาหารการกินครบถ้วนไม่ต้องห่วงเรื่องทำกับข้าว อันนี้ประการที่หนึงนะคะ
เมืองไทยของถูก แล้วหาง่ายใกล้บ้าน ตลาด เยอะ สอง
ร้านซักรีด ถูกถูก ก้อเพียบ แต่ที่เมืองนอก ต้องทำเองหมด

น้องก็อยุ่ลำบ้าก ลำบาก ค่ะ พี่ บ่นกะแฟนบ่อย ค่ะ เพราะ บ่นกะใครไม่ได้ เนื่องจากบางคนเค้าก็แทบไม่เชื่อ เพราะเค้าคิดว่าเรามาจากเมื่องไทย แล้วชีวิตเราจะต้องลำบากที่เมืองไทย

แต่ที่ไหนได้พี้เอ้ย อยุ่เมืองนอก เนี้ย แหละ ลำบาก จิงจิง แต่อย่างน้อยก็ไม่เป็นไรค่ะเพราะ ได้อยุ่กะคนที่เรารัก นะพี่่ ฉะนั้น เป็นไงเป็นกัน ถีงแม่จะใกล้เดี้ยงอยุ่

ก็เป็นกำลังใจให้นะ พี่้ ให้ ทุกคน และตัวเอง ด้วย
ภาพประจำตัวสมาชิก
Markchak
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 11
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ก.ค. 05, 2008 9:55 am

โพสต์โดย pinkyjaja » ศุกร์ ต.ค. 17, 2008 10:58 pm

เมืองนอกสะอาด ความปลอดภัยมีมากกว่า มีระบบการจัดการและการศึกษาดี คุณภาพชีวิตดีกว่า แต่เงียบเหงา วังเวง อากาศหนาว ร้านค้าปิดเร็ว และต้องทำอาหารเอง
เมืองไทยมีชีวิตชีวา อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ สะดวกในการซื้อหาสินค้าและบริการ แต่มีฝุ่นควันและรถติด(กรุงเทพฯ) ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยพอสมควร ระบบการจัดการบางอย่างไม่ดี
เป็นเรื่องที่ตัดสินยากจริงๆค่ะว่าที่ไหนดีกว่า ตอนนี้จ๋าเองก็ลังเลมากๆ ก่อนหน้านี้ก็คิดกันไว้ว่าอีกสองปีจะกลับไทย ประมาณ๘๐ เปอร์เซ็นต์แล้วแหละ แต่พอมาเจอเรื่องเหตุการณ์ความไม่สงบในตอนนี้ก็ทำให้ลังเลมากกว่าเดิม อาจเปลี่ยนใจอยู่ที่นี่ไปตลอดก็ได้
ส่วนเรื่องทำงาน ที่เมืองไทยมีชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานกว่านะคะ ทำงานวันละ ๘ ชั่วโมง ยิ่งถ้าเป็นงานราชการหรือบริษัทไม่สามารถเลือกทำพาสไทม์ได้ แต่ที่เมืองนอกเลือกได้
แต่จ๋าว่าทำงานหนัก ได้ค่าตอบแทน ก็เป็นความภาคภูมิใจของเราเองนะคะ
<span style='color:green'>มีความสุขกับทุกๆวันนะคะ</span>.....จ๋า uk ค่ะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
pinkyjaja
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 210
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ มิ.ย. 27, 2008 5:16 pm

โพสต์โดย อาหมวยดีซี » อังคาร ธ.ค. 30, 2008 7:48 pm

naddyswiss เขียน: มีเพื่อนๆจากเมืองไทย จะกระแน๊ะ กระแหน๋ว่า หล่อนน่ะสบาย อยู่เมืองนอก สบายไม่ต้องทำงาน ปั๋วแกก้อให้เงินใช้ แหมแกกลับเมืองไทยแต่ละทีฉันเห็นแกกระหน่ำเดินช๊อปปิ้ง สบายนะหล่อนน่ะ เพราะว่าไม่ต้องทำงาน นั่นคือการมองจากภายนอกฮ่ะ

มาดูกันว่าแต่ละวัน โหน่งอยู่เมืองนอกทำอะไรบ้าง

ตื่นมาตอน 7-8 โมงเช้าทำอาหารเช้าให้กุมาร

9-10 โมงจับเหล่ากุมารอาบน้ำ อาบท่า ให้นาตาลีกินนม

จากนั้นรอโทรศัพท์คุณสามีว่ามารับประทานอาหารกลางวันไหม ถ้ามาบึ่งรถไปซื้ออาหารมาทำ ไม่อยากซื้อมาเก็บไว้แล้วคุณชายบางวันก้อมากิน บางวันก้อไม่มา สลัดเน่าไม่ได้กิน เปลืองเงิน

11 โมง-เที่ยง ทำอาหารให้ลูกปั๋ว

บ่ายทำงานบ้าน เก็บกวาดเท่าทีจะเอื้ออำนวย จากนั้นก้อต้องขนกุมารไปเล่นนอกบ้าน เพราะมันเริ่มจะอาละวาดในบ้าน

บ่ายแก่ ก้อไปหาอาหารมาอีกเตรียมทำให้ลูกปั๋วกินอีก

จากนั้นเย็นก้อต้องเก็บของที่เกลือนทั่วบ้าน พาลูกไปนอนอีก กว่ามันจะนอนกัน ก้อต้องพามันเล่นให้หง่อม

ส่วนสามีเค้าก้อทำงานอ่ะ เค้าก้อเล่นกะลูกนิดๆหน่อย แล้วเค้านอนตายอยู่บนโซฟา อีแจ๋วก้อทำไปสิ

คือคนนอกไม่รู้คิดว่า อีนังแน็ดดี้สวิสมันอยู่เมืองนอกมันสบายมันมีกระตังค์ แต่หารู้ไม่ว่าวันๆนึงงานการเป็นภรรยามันไม่ค่อยจะจบสิ้นหรอก

คนที่นั่งทำงานวันๆนึงพอหมดเวลาเราก้อจบ แต่หน้าที่การเป็นแม่ เป็นภรรยาก้อไม่จบง่ายๆ

เราอาจได้เงินเยอะกว่าเพื่อนๆที่อยู่เมืองไทย หญิงสาวหลายคนอยากอาศัยอยู่เมืองนอก มีสามีฝรั่ง เพราะคิดว่าสบายกว่า แต่ลึกๆแล้วไม่มีที่ใดสุขใจเท่าบ้านเรา แต่การอยู่เมืองนอกอาจจะลำบากก้อจริงแต่โหน่งได้เรียนรู้ การที่จะอยู่เมืองนอกคนเดียวโดยที่ไม่มีพ่อแม่ คอยดูแลเรา มันก้อถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีอันหนึ่งค่ะ

โหพี่โหน่งเล่าตลกจัง แต่ก็สยองด้วย หุ หุ ดีนะแอมป์ยังไม่มีลูก ฟังพี่โหน่งเล่าแล้วขนาดเลยอะ หุ หุ ...กลัวเด็ก
<b>♥ Believe..Dream..Giving..Relax..Peace..Love ♥</b>
ภาพประจำตัวสมาชิก
อาหมวยดีซี
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 159
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ก.ค. 31, 2008 11:12 pm
ที่อยู่: DC Area, USA

โพสต์โดย ganya » จันทร์ มี.ค. 02, 2009 1:34 am

สวัสดีค่ะ

อันนี้ก็เห็นด้วยกับหญิงป้านะ ถ้าเราทำตัวให้พอกับสิ่งที่เรามีอยู่ทุกวันนี้ เราก็จะไม่มี่อาการน้อยใจและโหยหาในสิ่งที่นั้น เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นเพราะดวงชะตาของเราเอง ถ้าเราทำตัวให้มีความสุข อยุ่ที่ก็จะมีความสุข จริงใหม

กันยามาอยู่ที่เยอร์มันก็ 20 กว่าปีแล้ว กลับไปเที่ยวเมืองไทยแค่ 3 ครั้ง เพราะอาศัยเอาลูกชายเป็นเพื่อนน่ะ มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่งนะ
กินเที่ยวด้วยกัน (ร้านอาหาร ดูหนัง ไปดื่มค็อคเทลที่ไม่มีแอลกอหอล์ กินไอสครีม ว่ายน้ำ) แต่จะกับกันก่อนค่ำ พอหอมปากหอมคอ แค่วันหยุดเท่านั้น
คือเราจะทำอะไรด้วยกันบ่อยๆ ชนิดว่าไม่ห่างแม่เลย

แต่อยู่เมืองนอกก็อิสระดี และก็ภากภูมใจด้วยที่เราทำอะไรได้โดยไม่ต้องให้ญาติคอยช่วยเหลือจนเราทำเองไม่เป็นเลย ถ้าเราทำได้เองเราก็ไม่ต้องกลัว
ใครล้อว่าทำไม่เป็น เวลาตายไปยมฑูตถามเราว่าตอนมีชีวิตอยู่ทำอะไรมั่ง เราก็ยังตอบได้ว่าทำเป็นหลายอย่าง แม้นกะทั่งผัดกระเพา แฮะๆๆๆ

EM133 EM133 EM133 EM204 EM204
ภาพประจำตัวสมาชิก
ganya
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 1
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ ก.พ. 16, 2008 9:55 am

โพสต์โดย นร.ไทยไกลบ้าน » อาทิตย์ มี.ค. 08, 2009 5:38 am

ขอบคุณมากเลยค่ะ ที่ตั้งกระทู้นี้ ฝ้ายมาอ่านแล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะเลยค่ะ สิ่งที่พวกพี่ๆเพื่อนๆเจอ ทำให้รู้สึกว่า ชีวิตมันต้องสู้จริงๆ แล้วมันทำให้เรามีความภาคภูมิใจในตัวเองด้วย ฝ้ายเรียนเอกไปด้วยทำงานให้ อจ.ด้วย บางทีเหนื่อยมากๆแต่ก็ยังต้องอ่านหนังสือ เตรียมงาน พรีเซนท์ เคยคิดจะเลิกๆ ไม่รู้กี่ครั้ง อยากกลับบ้านไปอยู่กะครอบครัว แต่อย่างที่พี่คนนึงว่าค่ะ มันเหมือนน้ำขึ้นให้รีบตัก ในเมื่อมีโอกาสแล้ว ก็ต้องพยายามล่ะค่ะ สู้ๆค่ะ ทุกคน
ภาพประจำตัวสมาชิก
นร.ไทยไกลบ้าน
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 44
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. เม.ย. 05, 2007 5:26 am

โพสต์โดย Mooyong » อาทิตย์ มี.ค. 08, 2009 6:14 am

นร.ไทยไกลบ้าน เขียน: ขอบคุณมากเลยค่ะ ที่ตั้งกระทู้นี้ ฝ้ายมาอ่านแล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะเลยค่ะ สิ่งที่พวกพี่ๆเพื่อนๆเจอ ทำให้รู้สึกว่า ชีวิตมันต้องสู้จริงๆ แล้วมันทำให้เรามีความภาคภูมิใจในตัวเองด้วย ฝ้ายเรียนเอกไปด้วยทำงานให้ อจ.ด้วย บางทีเหนื่อยมากๆแต่ก็ยังต้องอ่านหนังสือ เตรียมงาน พรีเซนท์ เคยคิดจะเลิกๆ ไม่รู้กี่ครั้ง อยากกลับบ้านไปอยู่กะครอบครัว แต่อย่างที่พี่คนนึงว่าค่ะ มันเหมือนน้ำขึ้นให้รีบตัก ในเมื่อมีโอกาสแล้ว ก็ต้องพยายามล่ะค่ะ สู้ๆค่ะ ทุกคน

ขอนอกเรื่องตอบน้องฝ้ายนิดหน่อย ตอนพี่เรียนโทสามสี่ปีที่แล้ว ทำรายงานแล้วก็พรีเซนต์รายงานอยู่เรื่อย ก้อคิดว่าบ่อยนะ อาจารย์บอกว่าถ้าไปทำงานจริงๆจะเจอเยอะกว่านี้ พอตอนนี้มาทำงาน เจอพรีเซนต์ เจอรายงาน เจอรีพอร์ตทั้งหลายบ่อยมาก ระลึกถึงคำพูดของอาจารย์ตลอดเลยตอนที่ต้องทำรีพอร์ต น้องฝ้ายก็ทนไว้นะคะ ทำบ่อยก็จะกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเอง
ภาพประจำตัวสมาชิก
Mooyong
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 555
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร มิ.ย. 27, 2006 4:36 am

โพสต์โดย เด็กชายข้าหลวง » อาทิตย์ มี.ค. 08, 2009 11:43 am

<span style='color:green'>ความคิดส่วนตัวของตีนะคะว่า ทำไมตีถึงอยากกลับไปใ้ช้ชีวิตที่บ้านเกิดเมืองนอน เปรียบเทียบละครชีวิตสองฝากฟ้าให้เห็นภาพนะคะ

คนที่เคยอยู่เมืองไทย มีอาชีพมีหน้ามีตาเป็นที่นับถือของคนในวงการเดียวกัน มีเงินเดือนเกิน(เกิน) หลักครึ่งแสน ทำงานสบายๆไม่ต้องออกแรงใช้แต่สมองคิดกลยุทธ์แผนการโฆษณา ไปทำงานด้วยความสุข แต่งงานมาอยู่เมืองนอก มีสามีเป็นข้าราชการธรรมดา เงินเดือนไม่มากมาย มีค่าใช้่จ่ายประจำทุกเดือนๆเหมือนคนทั่วไป เราจะมามัวแต่ขอเงินเค้าเพื่อส่งให้แม่็ก็น่าละอายใจ เลยต้องทำงานเพื่อสามารถส่งเงินไปให้คุณแม่ที่เมืองไทยได้ทุกเดือนโดยไม่ต้องขอสามี งานที่ทำเ็ป็นงานชนชั้นแรงงาน ทำงานในตำแหน่งที่ตัวเองทำไม่ได้สบายเหมือนพวกทำทางด้านเช็คเอ้าท์ หรือพวกเช็คสต็อคจัดของขึ้นชั้นโชว์นะคะ เป็นพนักงานขายแผนก Oven Fresh ถ้าใครอยู่อังกฤษไปจ่ายกับข้าวที่มอริสันจะรู้ค่ะ ว่าต้องอบทั้งไก่ สารพัด หมูสารพัดอย่างรวมทั้งพาย ต้องต้องเสริฟ แพ็คของลงถุงวางขายที่ชั้นโชว์อีก ถ้าเข้างานบ่ายต้องอยู่ถึงซุปเปอร์ปิดจากนั้นต้องเก็บทุกอย่างล้างให้สะอาดไม่่ว่าจะเป็นเคาร์เตอร์ขาย ถาดพาย ถาดไก่ เตาอบ ทำความสะอาดห้องเตรียมของ เช็คชั้นโชว์ กระจกเคาร์เตอร์ กวาดพื้น ถูพื้น แถมยืนวันละ แปดชั่วโมง สามสิบเก้าชั่วโมงต่อสัปดาห์ ทำห้าวันต่อสัปดาห์ หยุดสองวันแต่ไม่ติดกัน เข้างานในแต่ละวันไม่ซ้ำเวลาเลยสักสัปดาห์ หมุนเวียนกันไปทุกกัน เช้าสุดเข้าหกโมงเลิกบ่ายสามโมง สายสุดเข้าบ่ายโมงเลิกสี่ทุ่ม ไม่สามารถวางแผนในอาทิตย์ต่อไปได้ว่าจะพาลูกออกไปเที่ยวนอกบ้านได้วันไหน ชีวิตแขวนไว้กับหัวหน้าแผนก ความรู้สึกทำงานเหมือนเป็นหุ่นยนต์ ไม่มีความสุขในการทำงานเลยสักวัน (มีแต่ความรักและความสุขเต็มบ้าน) แต่ก็ต้องทนทำเพื่อเงินและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของครอบครัว ถามว่าอยากกลับไปเมืองไทยไปอยู่ในสังคมเดิมๆมั้ยอยากกลับค่ะ แต่ทำไม่ได้ค่ะเพราะเลือกที่จะแต่งงานมีครอบครัว ตีเลยต้องยอมรับในการตัดสินใจของตัวเอง อีกอย่างครอบครัวของตียังอยู่ที่นี้ จนกว่าคุณสาจะเกษียณอายุราชการ ตีต้องอดทนและทำใจยอมรับแสร้งว่ารักงานที่ตัวเองทำทุกวัน ..</span>
<span style='font-size:14pt;line-height:100%'>แม่บอกกับผมว่า ผมคือลมหายใจ น้องคือหัวใจ แม่จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไ่ม่ไ้ด้ <br> ~ เพราะว่าเราสองคนคือชีวิตของแม่ครับ~</span><br><br><img src='http://i782.photobucket.com/albums/yy105/Srimada/Shop.gif' border='0' alt='user posted image' /><br><a href='http://thai-kaaluang.webs.com/' target='_blank'><span style='font-size:12pt;line-height:100%'>บ้านข้าหลวง ขาย น้ำพริกต่างๆ ลูกชิ้นสารพัน ไส้กรอกสารพัดฯลฯ</span></a>
ภาพประจำตัวสมาชิก
เด็กชายข้าหลวง
แม่ไข่ยัดไส้ พ่อไข่ลูกเขย
 
โพสต์: 848
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร มิ.ย. 27, 2006 3:48 pm
ที่อยู่: England

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง คุยกันเจ๊าะแจ๊ะ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน