tAd natchadapOrn เขียน: <span style='color:red'>ขอให้ป้าติ๋มหายดีและแข็งแรงขึ้นเร็วๆนะคะ</span>ไม่รู้ว่าป้าติ๋มเป็นอะไร แต่ยังไงก็พักผ่อนให้มากๆนะคะ ขอบคุณ<span style='color:red'>พี่พิม</span>ที่มาบอกค่ะ....
คิดถึงนะจ๊ะป้าติ๋ม
หายแล้ว มาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ
ความเดิมตอนที่แล้ว.........(บรรยายไม่สนุกต้องอิงแนวดราม่านิดนิทานหน่อย...)
เหตุที่ต้องเข้าโรงพะบานคราวนี้คิดเอาเองถึงเวลาใช้กรรมและการอวดอุตริ
การเป็นคนไม่มั่นคงในการปฏิบัติการทำวัตรเช้าวัตรเย็นและการฝึกสมาธิจนกลายเป็น
การผลัดวันประกันพรุ่ง ที่สุดก็แทบจะไม่ปฏิบัติเอาเสียเลย เกียจคร้านขนาดว่า
นอนสวดเอาแบบเข้าข้างตัวเองเกือบจะทุกวัน หลับไปบ้าง หลงไปบ้างแบบไม่ได้อะไร
พอจะเรียกพลังลมปราณมาใช้จึงทำให้อ่อนเพลียมากและโรคเข้าแทรกซ้อนได้
อาทิตย์ก่อนเข้าโรงพะบาน มีเพื่อนรุ่นน้องไส้ติ่งอักเสบละแตกในท้อง แต่ไม่ยักตาย
เพราะบุญเก่ามีโขบุญใหม่ก็เสริมหนุนอยู่ เลยไปเยี่ยมเธอ พอเห็นหน้าก็มีสิ่งบอกเหตุ
ขึ้นมาในใจว่า ฮะฮ้า...กรรมไอ้นี่มันถึงเวลาชดใช้กรรมมันชอบกินพุงกะทิปลา เวลาจะกิน
พุงกะทิปลามันบอกว่าหรอยพี่ตรงนี้หนูชอบมันมีโอเมก้า3 เยอะเลย ตรงที่ไส้ติ่งมันแตก
แล้วที่หมอผ่าท้องมันก็อีตรงพุงกะทิมันอีกน่ะแหละ น้องมันเห็นเรามันดีใจนะยกมือไหว้
บอกดีใจป้าติ๋มมาเยี่ยม แต่มือมันบีบข้อมือปั๊วะจนช้ำเพราะมันเจ็บปวดทรมานกะแผลภายใน
หน้าอิน้องมันซีดแล้วซีดอีกคนอวบๆปากล่างย้อยๆเหมือนคุณจอยรินลนี ศรีเพ็ญ
แต่อาการหน้าเย้ปากสั่นขาวนี่เป็นตาอิโตน เพื่อนร่วมงานของเขาและเพื่อนเราไปเยี่ยม
จนเขาลากลับกันหมด แต่นังคุณป้าติ๋มไม่ยอมขยับกายย้ายสะโพกไปไหนก็ไม่รู้เพราะเหตุใด
แต่แอบไม่ชอบบรรยากาศห้องรวมมิตรคนป่วยเลย มันเป็นทุกขเวทนา นี่เพราะเธอไม่ได้
มาทำบุญมอบตึกสงฆ์กะป้าติ๋มไม่งั้นได้ห้องพิเศษไปหลายวันแล้ว บ้านเรานี่ก็แปลกนะ
ห้องคนไข้พิเศษนี่จองกันได้ยากเย็น เพื่อนรุ่นน้องคนนี้ก็เหมือนกันจองห้องพิเศษไม่ได้
เล่าถึงไหนแล้วเนี่ย...อ๋อ..ที่นี้จะกลับมันก็ดันจับมือป้าติ๋มบีบแรงมากน่าตาเหยเก บิดตัวเสียผ้าถุง(ผ้านุ่งสำหรับผู้ป่วหญิง)
เปิดชะเวิบชะวาบไม่หอยห่วง เอ๋ย ไม่ห่วงช่วงล่างเลย คงจะปวดทรมานมากเพราะบริเวณที่ไส้ติ่งมันแตกน่ะมันเต้นตุ๊บตั๊บๆแรงจนสังเกตเห็นได้
เดี๋ยว submit ก่อน
................................................ฉันมีความสุขเล็กเล็กในใจฉัน..........................................