ครัวไกลบ้านได้ทำการปรังปรุงเวบไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในระบบสมาร์ทโฟน และได้รวมข้อมูลเมนูอาหารและ สมาชิกจากทั้งเวบไซต์เก่าและใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

สมาชิกท่านไหนมีปัญหาไม่สามารถล็อกอินได้ ให้ทำการเปลี่ยนพาสเวิร์ดโดยคลิ๊กลิ้งค์นี้ ลืมรหัสผ่าน
ถ้าท่านใดมีชื่อสมาชิกมากกว่าหนึ่งชื่อแล้วต้องการรวมโพสทั้งหมดให้อยู่ในชื่อสมาชิกเดียว หรือมีปัญหาในการใช้เวบไซต์
สามารถส่งอีเมล์แจ้งรายละเอียดมาได้ที่ admin@kruaklaibaan.com หรือส่งข้อความได้ที่ user: sillyfooks

ถ้าชอบครัวไกลบ้าน อย่าลืมคลิ๊กไลค์เฟสบุ๊คให้ครัวไกลบ้านด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ประสบการณ์สัมผัสที่หก (สี่)

อยากคุย อยากเล่า อยากบ่น เรื่องสุข เรื่องทุกข์ เรื่องสารพันปัญหา เชิญคุยกันได้ตามสบายที่ห้องนี้ค่ะ

โพสต์โดย ป้าติ๋ม » พฤหัสฯ. มี.ค. 03, 2011 3:57 am

ป้าติ๋มกลับถึงบ้านอาบน้ำแล้วเข้านอนเลย มันเหนื่อยมากๆ พอวันรุ่งขึ้นไม่ได้ไปเยี่ยมเขาแต่โทรไปถามอาการบอกว่าหมอมาปลุกขึ้นเขียงราวๆเที่ยงคืน ผ่าพุงตอนเที่ยงคืนครึ่ง แต่แผลเย็บไม่ได้เพราะว่าไส้มันแตกต้องให้แผลที่ไส้หายดีจึงจะเย็บไส้ได้ วันหลังไปเยี่ยมพร้อมเพื่อนๆ หน้าตาเพื่อนต่างวัยป้าติ๋มดีขึ้นยิ้มแย้มพูดเป็นต่อยหอยได้ เธอเล่าว่าถ้าวันนั้นป้าติ๋มไม่ทำอาการแปลกๆที่ตัวเธอ ก็ถามว่าทำไม เพราะเราก็อยากรู้ ตั้งกะเรียนมาจับหัวลูกกะหลาน2 ครั้งได้มั้งให้หายปวดศีรษะเท่านั้น ลูกกะหลานว่าดีขึ้นไม่รู้เอาใจแม่กะป้าหรือเปล่า เพื่อนเล่าว่าพอป้าติ๋มวางมือเขาที่ท้อง บริเวณนั้นเขาเกิดอาการอุ่นขึ้นๆจนร้อนและร้อนมาก ร้อนไปถึงไส้ที่ไม่รักดีของเขา มันบรรเทาอาการปวดได้แบบชะงัดและทำให้หลับไปแบบไม่รู้ตัวตั้งกะจับไปจนถึงหมอมาปลุกขึ้นเขียงน่ะแหละ เขาขอบคุณยกใหญ่ว่าไม่งั้นเขาคงทรมานกับอาการปวดเป็นสาหัส.....เพื่อนๆไม่กล้าถามหรอกค่ะ แต่ซุบซิบกันคงว่าป้าติ๋มเล่นคุณไสยแน่ๆ อิอิ
ที่นี่มาที่ป้าติ๋มสิ ก็คุยกะเพื่อนที่เป็นนายไปรษณีย์แห่งหนึ่งในจังหวัดเลยว่าเราอ้วนๆก็ต้องระวังเรื่องอาหารการกิน ไอ้เจ้าเพื่อนคนนี้บอกว่าป้า เรามาแข่งกันลดน้ำหนักไหม ป้าติมก็ว่าเอาซิแต่ปากไง
พอกลับถึงบ้านก็กินข้าวเย็นแต่น้อยตามด้วยผลไม้ เดินย่อยแป๊บเดียว มาเข้า facebook ที่นี้เปรี้ยวปากอยากขนมล้างคอไงทั้งที่แปรงฟันแล้วนะตอนนั้นราวๆ 2 ทุ่มได้ หันไปเห็นมะขามหวานแม่ที่เก็บจากต้นที่บ้านสวน แม่แกแกะเปลือกพร้อมทานได้ไว้ในโหล เท่านั้นมือเร็วเท่าความคิดหยิบใส่ปากเลย บอกไม่ได้กินหนมกินยาระบายท้อง เคี้ยวได้ 2 ที มีเสียงดังที่ข้างหูว่า กินไรอ่ะป้า...เออมันตกใจเพราะเป็นเสียงผู้ชายที่ไม่ใช่พ่อและน้องเรา หันไปถามแม่ ว่าน้องชายมาพูดอะไร แม่ว่าไม่มี เออหลอน........ราวๆ สัก 3 ทุ่ม คุณน้องหมาพากันหอนแบบเว้นวรรค ขึ้นเมโลดี้อย่างหวานเลย จนสี่ทุ่มนิดๆ มานไม่เมื่อยคอหอยเหรอฟ่ะ ปล่อยมันบรรเลงไป ดังมั่ง เบามั่ง ป้าติ๋มเล่นเนตเพลินตีสองเพราะเนตเดี๋ยวติดเดี๋ยวหลุด....เข้านอนราวตี 2 ครึ่ง อ่ะนอนไม่ได้ท้องอืดแล้วหายใจไม่ได้เลยนะ...แน่นหน้าอก..หายใจไม่ได้เหมือนหัวใจกะปอดไม่มี ตายหล่ะหว่าเรา ภายในจมูกเกิดอาการแห้งลมไม่มีเข้าออก ปากพะงาบๆพยายามหายใจเข้า ลุกจากที่นอนเพราะระบบของร่างกายมันกำลังช่วยเหลือตัวเอง มันทำให้ต้องเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระหนักๆ ทำท่าเหมือนจะเรอและผายลม แต่มันแค่ครึ่งๆอ่ะ นึกออกม่ะ มันไม่ผลั๊วะออกลมบนลมล่าง โอ้ยทำไงมันมึนหัวสิ บอกตัวเองว่าล้วงคอให้ลมออก ทำเลย ลมแย่งกันออกเหมือนท่อน้ำแตกแต่สะเทอนมาถึงหน้าอกเลย จุก แล้วที่นี้หายใจไม่ได้อีกแล้ว
ทำไง มีสติบอกว่าไปเอากุญแจรถก่อน เผื่อเป็นไร เรียกน้อง ถ้าเราไม่คอยน้องชาย เราก็จะขับเข้าในเมืองเองไปโรงพะบาน ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่าตั้งสติก่อน เอามือจับน่าอกตรงหัวใจบอกหัวใจว่าเต้นช้าๆนะเธอ ถ้าเต้นเร็วลมไม่เข้าเลือดไม่มีไปเลี้ยงหัวใจด้วยน้า มันเฃื่อฟังแต่ดื้ออยู่นาน หายใฝจได้บ้างแล้วแต่นาน....ทั้งเมื่อยทั้งง่วง เอาไงถามตัวเอง นอนเถิดนะนอนแล้วพุธเข้า โทออก ดีขึ้น กำหนดจิตให้สงบแล้วบอกว่าหลับเถิด..นานอยู่เหมือนกัน ได้ยินพ่อเปิดมุ้งลวด ก็กราบหมอนขอบคุณพระที่มีชีวิตรอดได้อีก 1 วัน
แต่งตัวมาทำงานพ่อกะน้องชายติดรถเข้ามาในเมืองด้วยพ่อจะไปปล้นแบงค์รับบำนาญที่อายุยืน
ในระหว่างที่ขับรถ อาการแน่นหน้าอกหายใจไม่ได้มันมาแบบใจเต้นรัวเร็วไม่กล้าบอกพ่อกลัวแกเป็นห่วง พยายามขับรถไปส่งที่แบค์แล้วกลับเข้าที่ทำงานเพราะมีงานค้างอยู่ เชื่อไหมว่าทำไม่ได้ หายใจไม่ได้ บอกเด็กช่างฯใน office ไปส่งป้าที่ รพ.เลยหน่อย บอกหัวหน้าว่าข้าน้อยเปื่อยขอไปโรงพะบาน เขาก็ออกจะงงกัน แต่ตอนนั้นไม่คิดไรแล้วเราไปเหอะเดี่ยวมีไรที่โรงพะบาน
พนักงานเข็นเตียงคนไข้ฉุกเฉินก็มี พยาบาลก็มี ออกซิเจก็คงมีนะถ้ามันนึกได้ พอถึง รพ. เด็กที่ไปส่งถามว่าป้าผมไปส่งหาหมอเลยไหม บอกกลับเหอะยังไหว ทำเก่งนะ ใจคิดถึงลูก...ลูกจะเสียใจไหมถ้าไม่มีแม่อีกคน...บอกใจว่ายังตายไม่ได้...มีภาระรออยู่ทั้งบุญทานก็ยังทำได้น้อยนิดไม่ถึงกระพีกของกรรมเลย ชดใช้ก่อนดีกว่า การได้นั่งรออะไรๆที่เป็นปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้สั่งการไม่ได้น่มันทำให้เรามีเวลาคิดเพลินๆ ลืมเจ็บลืมป่วยได้เหมือนกัน เมืองไทยเราไม่ว่าที่ไหนๆวันจันทร์นี่ไม่ต้องพูดไม่รู้จะมาชุมนุมอะไรกันมากมาย ในวันนั้นเห็นคนป่วยญาติคนป่วยมากมายพะเรอเกวียน เออหนอสังขาร เห็นพยายาม(พยาบาล)บางเดินเดินถรูดบิดถรูดเบี้ยวขวักไขว่เรียกคนไข้ตรวจวัดน้ำหนักความดัน เพลินไปลืมอาการป่วยหายใจได้ต้องขอบคุณถรูดพยาบาลที่เรามองจนเพลิน หายใจได้จะกลับเข้าทำงานดีไหมเพราะงานช่วงนี้เยอะ แต่อีกใจบอกว่าไหนๆมาแล้วก็ให้หมอตรวจไปเลย น้ำตาล เบาหวาน ความดันทุรังอะไรนี่ หัวใจนี่มันเป็นไงไม่ยอมจะทำงาน ถึงคิวป้าติมหมอบอกไปเอ็กซ์แล้วเรย์มาด้วย เสร็จแล้วไปเจาะเลือด แล้วไปตรวจคลื่นหัวใจ
................................................ฉันมีความสุขเล็กเล็กในใจฉัน..........................................
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าติ๋ม
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 282
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ย. 21, 2010 4:26 pm

โพสต์โดย ป้าติ๋ม » พฤหัสฯ. มี.ค. 03, 2011 4:30 am

เอาผลไปให้พยาบาลที่หน้าห้องตรวจไม่มีสักคนเขาพักเที่ยง ถือฟิมล์เอ็กซเรย์ไปกินข้าวด้วย กลับเข้ามาอีกทีรอหมอและพยาบาลอีกประมาณเกือบบ่ายสอง เออรอคนนี้ทั้งทรมานและได้สัจจธรรมชีวิต...ชีวิตคือการต่อสู้และการรอคอย....ย้ายห้องตรวจเข้าคิวรอ...ในระห่างรอเห็นผู้หญิงสาวคนหนึ่งเธอเอามือกำท้อง ดมยาดม อาการเหมือนน้องอวบเพื่อนป้าติ๋มที่ไส้ติ่งแตกเลย เออตอนไปเยี่ยมน้องคนนี้เตียงใกล้ๆกันผ่าไส้ติ่งเยอะเลยทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ทำให้คิดว่าคนเราละเลยเรื่องการขับถ่าย เอาเข้าอย่างเดียวพอมันจะออกดันไปอั้นมันไม่ให้ออกซะอีกไม่รู้เสียดายหรือว่าไม่ได้จังหวะเอาออกเลยอั้น พออั้นมันไม่ปวดหนักก็ไม่นั่งไง บางคนพออั้นแล้วไม่อึข้ามวันข้ามอาทิตย์ ที่นี้พออั้นบ่อยๆอึมันก็ตกในสิ ตกเข้าไปในช่วงต่อไส้เล็กไส้ใหญ่เกิดอักเสบและเน่าเลยเป็นไส้ติ่ง...อ้าวไหงคุยเรื่องอึ๊ไปซะนี่ ต่อนะพอหมอมาตรวจป้าติ๋มบอก admit เลย
ป้าติ๋มบอกหนูเป็นไรค่ะคุณหมอ ขอแค่ยากินได้ไหม หมอบอกไม่ได้หากคุณกลับบ้านแล้วเกิดอาการแน่นหน้าอกหมอมิแย่หรือ ไปนอนเลย พยาบาลยิ้มแบบส่งสายตาว่าช่วยไม่ได้ค่ะ จองห้องเลยนะ คุณค่ะ! มีห้องพิเศษจะนอนไหม ยังไม่ได้บอกใครทำไมเลยเออนอนก็นอนว่ะดีเหมือนกันหยุดแค่วันเสาร์อาทิตย์สองวันเองหยุดอีกหลายๆวันให้นายไล่ออกจากงานเลยได้พีกยาวหล่ะติ๋มเอ๋ย....ได้ห้องพักรักษาตัวแต่ยังไม่เปลี่ยนชุดลำลองของคนไข้นะ ออกไปเอารถที่office ไปบ้านโทรบอกพ่อให้หลานมานอนเป็นเพื่อนแต่ไม่ได้บอกพ่อกะแม่ว่ามานอนเป็นเพื่อนที่โรงพะบาน...เอารถไปเอาเสื้อผ้ามาไว้เปลี่ยนตอนออกจาก รพ.แล้วก็ขึ้นไปเปลี่ยนเป็นชุดลำลองผู้ป่วยนุ่งถุงอิอิ......สัก 6 โมงเย็นคุณบุรุษพยาบาลมาเอาเข็มเจาะเลือดไป 1 หลอด แล้วก็อยู่ในห้องคนไข้ รับทานอาหาร เสร็จเข้านอนแบบคนไม่ป่วย 1 คืน ตอนเช้าพยาบาลบอกมาว่าผลเลือดปรากฏว่าพบว่ามีแกรมม่าเป็นลบ โธ่! ถ้าไม่เป็นลบก็ได้มาอยู่ยูร๊อปกะป้าพิมเข้าที่โปรตูเกดแล้วซี...เลยถามว่าแล้วเบต้าเป็นลบหรือบวกพยาบาลหัวเราะขำๆ บอกเดี๋ยวให้หมอมาบอกเอง คุณหมอที่มาตรวจไม่ใช่คนที่สั่งให้ป้าติ๋มแก้ผ้า เอ๊ย ให้admit เธอมาบอกว่าให้ตรวจคลื่นหัวใจซ้ำเพราะว่าอาการเต้นของหัวใจผิดปรกติ ก็จะปรกติได้ไง ป้าติ๋มพักผ่อนน้อยนอนดึกไงแต่ไม่กล้าบอก อยากรู้ด้วยว่าหมอจะสันณิฐานโรคถูกไหม แล้วเขาก็จัดยาโรคกระแพะมาให้ อือคิดในใจใช่ค่ะ เพราะดิฉันมีลมในพุง นอนอีก 1 วัน วันรุ่งขึ้นหมอบอกกลับบ้านได้หัวใจดี ปอดดี ไขมันในเลือด น้ำตาลในเลือดปรกติ ตับ ไตดีหมด ยกเว้นไส้มีลมเข้าออกไม่บอกเวลาไปกลับอิอิ ให้ยาบรรเทาแผลในกระแพะอาหารมารับทาน ป้าติ๋มก็เลยแก้เคล็ดให้ตัวเองว่า มา รพ.ถึงขึ้นนอนเป็นผู้ป่วยในทั้งทีไม่ได้เจ็บป่วยรุนแรงเหมือนคนอื่นๆ แล้วก็นอนห้องผู้ป่วย VIP สบายใจเฉิบ ไม่ได้ทุลักทุเลเหมือนเพื่อนร่างอวบกะคนไข้อื่นในห้องรวมมิตร และญาติผู้ป่วยก็นอนใต้เตียงมั่ง นอนตามพื้อ รพ.มั่ง จะเป็นอินเดียที่นอนตามตรอกซอกซอยแล้วอ่ะ
เลยแก้เคล็ดจะไปอุดฟัน หมอไม่อุดให้บอกถอนซี่อื่นแล้วกัน อ้าวไม่ได้ตั้งใจมาถอนก็เลยถอนยากมากเพราะฟันค่อนข้างสมบูรณ์เพียงแต่คอรากฟันมันสึก แต่ก็ได้แต่ถามในใจว่าทำไมหมอไม่บอกให้รักษาคอรากฟันฟ่ะ ถอนของตรูทำไม แต่ก็เออดีเหมือนกันแก้เคล็ดไง ออกจาก รพ.ไม่เสียตังค์สักสลึงเลยแล้วเหมือนนอนโรงแรมน้ำอุ่น แอร์ ทีวี...เฮ่อเปลี่ยนบรรยากาศ
................................................ฉันมีความสุขเล็กเล็กในใจฉัน..........................................
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าติ๋ม
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 282
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ย. 21, 2010 4:26 pm

โพสต์โดย ป้าติ๋ม » พฤหัสฯ. มี.ค. 03, 2011 4:38 am

เรื่องเล่ายาวดีไหม ก็ไม่มีใครเข้ามาดันทู้น่ะ ป้าติ๋มกลัวทู้ตกงั๊ยยยย
ลืมเล่าไป ที่ป้าติ๋มได้ยินเสียงทักว่า "กินไรน่ะป้า"
วันแรกที่เข้าโรงพะบานสัก 3 ทุ่มได้ น้องๆมาเยี่ยม มีไอ้บ่าวหัวหน้าไปรนีมาด้วย
ป้าติ๋มก็แกล้งเย้าว่า โจ คิดถึงแล้วบ่นป้าติ๋มเรื่องเราลดอาหารเย็นหรือเปล่า เขาถามทำไมป้า
ก็บอกว่า กำลังเคี้ยวมะขามหวานของคุณยายสิ ได้ยินเสียงโจ ถามว่า ป้ากินอะไรน่ะ..
มันหัวเราะแล้วบอกว่าป้าถามเหมือนรู้เลย เย็นวันที่นัดดวลลดพุง ผมแต่งชุดขาวเข้าสมาธิน่ะ
<span style='color:red'>แล้วตะแหลบแก๊ปจิตมาหาป้าไง!</span>
...ผู้อ่านขา...มันเกี่ยวข้องกันได้ไหมนี่น่ะ! เอ้าจะจบแล้วหล่ะยาวไปใช่ไหม...
เรื่องที่เจ็บป่วยปวดหน้าอกหน้าใจหายใจไม่ออกนั้น เมื่อวานมีคนมาบอกว่า ตั้งกะมาอยู่เมืองเลย "เธอชอบบริโภคหัวใจไก่หัวใจหมู..ใช่ไหม กินกับข้าวเหนียว หัวใจไก่ ตับไก่เขาปิ้งยังไม่สุกเธออยากกินเธอบอกใส่ถุงเลย เดี๋ยวไปเวฟเอา ..ใช่ไหม! "...ตลึง..อึ้ง...ขนลุกขุนพองเลย...ใช่จริงๆ
...ใช้กรรมซะ....
......จบแล้ว......
................................................ฉันมีความสุขเล็กเล็กในใจฉัน..........................................
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าติ๋ม
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 282
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ย. 21, 2010 4:26 pm

โพสต์โดย Puimek » พฤหัสฯ. มี.ค. 03, 2011 8:32 am

ป้าติ๋ม เขียน: <span style='color:red'>เอาว่ะ เราเคยเรียนพลังกายทิพย์รักษาโรคมาลองหน่อยเป็นไร ได้ผลหรือขี้โม้เดี๋ยวรู้กัน เนี่ยความคิดอุตริ อวดอุตริ</span>

คุณป้าติ๋มขา ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีที่ออกจากโรงพยาบาลแล้วนะคะ
หายดีแล้วเนอะ... อย่าป่วยอีกนะคะ

อ่านไปอ่านมา สะดุดตรงนี้ค่ะป้าติ๋ม ที่ป้าติ๋มเรียนพลังกายทิพย์มาเนี่ย
มันอันเดียวกับพลังจักรวาลมั้ยคะ ถ้าใช่ ก็จะได้ชวนคุยกันต่อให้น้ำลายท่วมจอ
เพราะอ่านๆ วิธีการรักษาตรวจจับ... ดูแล้วเหมือนๆ กันค่ะ

ปุยเคยไปเรียนมาเหมือนกัน หลายปีมากแล้ว
เปิดจักระครบเรียบร้อย เรียนถึงระดับรักษาโรคยากๆ ได้
แต่ไม่มีโอกาสรักษาใคร... มีแต่เล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน
เคยมีเพื่อนฝรั่งสะอึกเสียงดังมากจนตัวเธอรู้สึกอาย
แต่ไม่รู้ทำยังไงมันก็ไม่หยุดซะที... แล้วมันก็ทรมานนะ คนสะอึกเนี่ย
ปุยเลยอาสารักษาให้ บอกให้เธอนั่งนิ่งๆ ขอแค่สามสิบวินาที
เธอก็นั่ง ปุยก็เอามือวางที่จักระสี่ ตรงด้านหลังบริเวณปอด
เพ่งกระแสจิตส่งพลัง ไม่ถึงยี่สิบวินาที เธอหายสนิท
ทั้งที่ก่อนนี้สะอึกมาหลายนาทีไม่หายจนอับอายประชาชี
แม่แหม่มสาวเธอตาโต..โอมายก็อด เธอทำได้ยังไง
เราก็บอกใช้สมาธิ... แต่เธอบอกว่าไม่น่าจะแค่สมาธิ เพราะเธอร้อนวูบวาบ

เรื่องหยุดสะอึกให้คนเนี่ย... ทำบ่อยมากเลยค่ะ ทำให้ตัวเองด้วย
นอกนั้นก็ปวดหัวตัวร้อน หยุดอาการท้องร่วงฉับพลัน ประมาณนี้
แต่ไม่เคยได้รักษาโรคยากๆ สักที...

ปล. อันว่ากรรมของป้าติ๋มนั้น อยากถามต่อสักนิดค่ะ
ว่าที่คุณนายปุยน่องปูด ตะหรูดบาน อยู่ทุกวันนี้
เป็นกรรมที่ชอบกินน่องไก่ สะโพกไก่รึเปล่าคะ ถามจริงนะป้าติ๋ม
เพราะเพื่อนอีกคนชอบกินอกไก่ เธอก็มีอกหนอกๆ เหมือนไก่เลยค่ะ
แล้วอนาคตจะกลายเป็นอะไรไปมั้ยคะ
<img src='http://i862.photobucket.com/albums/ab189/puimek09/robert%20redford/ottawa-1.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
Puimek
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2117
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ม.ค. 06, 2009 8:14 pm

โพสต์โดย tAd natchadapOrn » พฤหัสฯ. มี.ค. 03, 2011 8:47 am

อืม ป้าติ๋มเหมือนได้พักร้อนไปนอนเล่นโรงแรม เอ่อ โรงพะบานเลยจริงแฮะ

Puimek ข้อความนี้เขียนขึ้นเมื่อ Just 1 minutes ago
ปล. อันว่ากรรมของป้าติ๋มนั้น อยากถามต่อสักนิดค่ะ
ว่าที่คุณนายปุยน่องปูด ตะหรูดบาน อยู่ทุกวันนี้
เป็นกรรมที่ชอบกินน่องไก่ สะโพกไก่รึเปล่าคะ ถามจริงนะป้าติ๋ม
เพราะเพื่อนอีกคนชอบกินอกไก่ เธอก็มีอกหนอกๆ เหมือนไก่เลยค่ะ
แล้วอนาคตจะกลายเป็นอะไรไปมั้ยคะ

ทัดนะไก่ทั้งตัว ชอบกิน ตู...ดไก่มากที่สุด ชอบมาตั้งแต่จำความได้ ตรงส่วนแหลมๆแต่ไม่ค่อยได้กินบ่อยนักค่ะ
<span style='color:gray'><i><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>วาง&deg;&deg;&deg;เบา&deg;&deg;&deg;ว่าง</span></i></span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
tAd natchadapOrn
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 516
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ มิ.ย. 08, 2009 6:31 pm

โพสต์โดย PHAN » พฤหัสฯ. มี.ค. 03, 2011 11:26 am

วันหยุดนี้ ที่บาหลีเป็นวันสำคัญประจำปีของชาวฮินดูที่ยิ่งใหญ่และสำคัญอีก เทศกาลนึง เมื่อวาน คนทั่วทั้งเกาะบาหลี จะนำ เทพพระเจ้าที่สำคัญที่นับถือ ทำพิธีกรรมทั้ง ทั่วเกาะ เมื่อคืนรู้สึกว่ากระสับกระส่าย นอนไม่หลับ คือเหมือนอยู่ในภวัง ทั้งคืน ร้อนและก็ฝันไม่เชิงฝัน แต่เป็นภวังนึงบอกไม่ถูก จนเกือบจะเช้า ไม่รู้เป็นเพราะอะไรท่องนโมหรือสวดมนต์ก็ไม่หาย จริงๆ ก็ไม่อยากจะสวดด้วยเพราะว่า กลัวไป ถ้าพลังอำนาจของเขา แต่ก็สวดนะ แต่ไม่หาย ก็นอนกระสับกระส่ายทั้งคืน คือเป็นวันสำคัญที่สุดของเขาในปีนี้ จะต้องเชิญวิณญาณ พอเชิญวิณญาณ ปกป้องรักษาออกมาแล้วเลยทำไห้ปานรู้สึกได้ว่า มีพลังงานเต็มบ้าน เต็มรอบตัวเราไปหมด หายใจค่อนข้างลำบากมากเมื่อคืน (แปลกดี)

เข้าใจว่าพลังงานคงเยอะ กระจายไปทั่วทั้งเกาะ วันนี้ เด็ก ๆ และชาวบ้าน เตรียมพร้อสำหรับพรุ้งนี้ แห่ตัวแทนเทพพระเจ้าฝั่งดีและฝั่งไม่ดี จำลอง แห่ไปตามถนน (แต่ไม่มีทำพิธี ใดๆทั้งสิ้น) คล้ายการละเล่น ชนิดหน่อย วันเสาร์ห้ามคนเสียงดัง (สนามบินปิด) ห้ามเปิดทีวีเปิดไฟ ไห้อยู่แต่ในบ้าน แล้วก็จบ แต่เมื่อคืนนี้รู้สึกได้เลยว่า เขาเชิญวิณญาณ เชิญพลัง รับรุ้ได้เลยว่า แรงจริง เพราะเหมือน มีพลังงานเต็มไปหมด กระสับกระส่าย เพิ่งเป็นปีนี้คะ ปีที่แล้วไม่เป็น แต่พูดก็พูดปานมาอยุ่บ้านหลังนี้เพิ่งย้ายมาอยู่ช่วงกลางปีที่แล้ว รู้สึกว่าบ้านหลังนี้แปลก ๆ (เจ้าของเป็นมุสลิม) คือเหมือนบ้านหลังนี้มีของ ที่เจ้าของบ้านดั่งเดิม รักษาอยู่แล้วไปต้านกับพลังงานของ ชาวฮินดูเมื่อวานเลย แลดูผิดปรกติ เทศกลานี้เขาเรียกว่าเทศกาล "นิบปี้" คะ

วันนี้ไปดูที่สำหรับปลูกบ้านเจ้าของบ้าน เป็นฮินดู ในที่ดินมี พืชผักผลไม่เยอะแยะหวังว่า คงเป็นที่ทางที่ ไม่ได้ขัดหรือขวงของเทพเจ้าท้องถิ่น เพราะที่นี้เวลาจะปลูกบ้านเจ้าของบ้านต้องทำพิธี บวงสรวงบอกกล่าว และเลี้ยงอาหารสำหรับวิณญาณ เจ้าที่เจ้าทางอยุ่ทุกๆ ทำไห้เขาพอใจบ้านเรือนจะได้ร้มเย็น อะไรประมาณนี้ ถ้าบ้านไหนเจ้าของเป็นมุสลิม สร้างในถิ่น ของฮินดู เอาของของมุสลิมมาลง (พิธีกรรม) อาจจะทำไห้ เจ้าถิ่นเดิม (ฮินดู) ไม่พอใจได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องมาดุว่าของใครจะรักษา หรือ ปกป้องได้น้อยมากกว่ากัน (ในความเข้าใจของตัวเอง) คิดว่าบ้านหลังนี้ที่ปานอยู่ ไม่ได้ทำพิธี ของแบบฮินดู เจ้าของบ้านเอา พิธีของตัวเองมาลงเลยอาจจะทำไห้ เกิดการประทะพลังงานกันได้


(รายงานจากบาหลี)
<img src='http://i.imgur.com/DNncB.jpg' border='0' alt='user posted image' /><br><br><a href='http://olddreamz.com/bookshelf/properties/propcon2.html' target='_blank'>พูดดี ทำดี คิดดี</a><br><br><a href='http://www.consumerthai.org/main/index.php' target='_blank'><span style='font-size:10pt;line-height:100%'>มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค</span></a><br><br><a href='http://dodee2011.blogspot.com/' target='_blank'>เคล็ดลับในครัว</a>
ภาพประจำตัวสมาชิก
PHAN
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 1485
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. พ.ค. 07, 2009 6:54 am

โพสต์โดย ป้าติ๋ม » พฤหัสฯ. มี.ค. 03, 2011 1:29 pm

Puimek เขียน:
ป้าติ๋ม เขียน: <span style='color:red'>เอาว่ะ   เราเคยเรียนพลังกายทิพย์รักษาโรคมาลองหน่อยเป็นไร  ได้ผลหรือขี้โม้เดี๋ยวรู้กัน  เนี่ยความคิดอุตริ  อวดอุตริ</span>

คุณป้าติ๋มขา ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีที่ออกจากโรงพยาบาลแล้วนะคะ
หายดีแล้วเนอะ... อย่าป่วยอีกนะคะ

อ่านไปอ่านมา สะดุดตรงนี้ค่ะป้าติ๋ม ที่ป้าติ๋มเรียนพลังกายทิพย์มาเนี่ย
มันอันเดียวกับพลังจักรวาลมั้ยคะ ถ้าใช่ ก็จะได้ชวนคุยกันต่อให้น้ำลายท่วมจอ
เพราะอ่านๆ วิธีการรักษาตรวจจับ... ดูแล้วเหมือนๆ กันค่ะ

ปุยเคยไปเรียนมาเหมือนกัน หลายปีมากแล้ว
เปิดจักระครบเรียบร้อย เรียนถึงระดับรักษาโรคยากๆ ได้
แต่ไม่มีโอกาสรักษาใคร... มีแต่เล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน
เคยมีเพื่อนฝรั่งสะอึกเสียงดังมากจนตัวเธอรู้สึกอาย
แต่ไม่รู้ทำยังไงมันก็ไม่หยุดซะที... แล้วมันก็ทรมานนะ คนสะอึกเนี่ย
ปุยเลยอาสารักษาให้ บอกให้เธอนั่งนิ่งๆ ขอแค่สามสิบวินาที
เธอก็นั่ง ปุยก็เอามือวางที่จักระสี่ ตรงด้านหลังบริเวณปอด
เพ่งกระแสจิตส่งพลัง ไม่ถึงยี่สิบวินาที เธอหายสนิท
ทั้งที่ก่อนนี้สะอึกมาหลายนาทีไม่หายจนอับอายประชาชี
แม่แหม่มสาวเธอตาโต..โอมายก็อด เธอทำได้ยังไง
เราก็บอกใช้สมาธิ... แต่เธอบอกว่าไม่น่าจะแค่สมาธิ เพราะเธอร้อนวูบวาบ

เรื่องหยุดสะอึกให้คนเนี่ย... ทำบ่อยมากเลยค่ะ ทำให้ตัวเองด้วย
นอกนั้นก็ปวดหัวตัวร้อน หยุดอาการท้องร่วงฉับพลัน ประมาณนี้
แต่ไม่เคยได้รักษาโรคยากๆ สักที...

ปล. อันว่ากรรมของป้าติ๋มนั้น อยากถามต่อสักนิดค่ะ
ว่าที่คุณนายปุยน่องปูด ตะหรูดบาน อยู่ทุกวันนี้
เป็นกรรมที่ชอบกินน่องไก่ สะโพกไก่รึเปล่าคะ ถามจริงนะป้าติ๋ม
เพราะเพื่อนอีกคนชอบกินอกไก่ เธอก็มีอกหนอกๆ เหมือนไก่เลยค่ะ
แล้วอนาคตจะกลายเป็นอะไรไปมั้ยคะ

ก่อนอื่นขอบคุณน้องปุยมากๆค่ะ พอหายก็มาน้ำลายท่วมจอคอม อิอิ
จากคำถามของน้องปุย
1. ถูกต้องแล้วค่ะ พลังกายทิพย์ หรือพลังจักรวาลเป็นเรื่องเดียวกันเพราะใช้คำว่า COSMOS ที่หมายถึงจักรวาลด้วยการเปิดจักระทั้ง 7 ของผู้เรียน นี่ทำให้รู้ว่าน้องปุยได้เรียนถึงระดับที่ 3 คือระดับของกายทิพย์ไปแล้ว ป้าติ๋มเพิ่งจะระดับที่ 2 คือระดับการพัฒนาจักระ แล้วก็หยุดเสีย เพราะอย่างที่เคยได้เล่ามาแล้วในกระทู้สัมผัสที่ 6 ว่าไปเรียนเพราะอยากพิสูจน์ว่าจริงหรือไม่ แล้วก็ทิ้งไปเพราะความเกียจคร้าน พอตัวเองเจ็บป่วยจึงไม่รักษาตัวเองด้วย เจ็บกระดองใจเหมือนใกล้เกลือกินด่างว่าไหมค่ะ ว่าแต่ว่าน้องปุยไปเรียนมาจากไหนหนอสำนักเดียวกันไหมค่ะ คุณย่าเยาวเรศ เราคุยกันเพื่อนๆอาจจะไม่เข้าใจ ก็บอกเลยว่ามีมานานแล้วที่รักษากันด้วยพลังกายทิพย์หรือพลังจักรวาน ตั้งแต่สมัยหลวงสุวิชาญแพทย์ เป็นแพทย์หลวง พลังกายทิพย์นี้ เพื่อช่วยคนที่ป่วยไข้ ให้พ้นทุกข์ หรือ บรรเทาอาการเจ็บป่วยลง ดีใจจังค่ะเรามีเรื่องที่ได้รู้มาคล้ายกันเรื่องหนึ่งแล้วสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง ถ้าป้าติ๋มจะคิดช่วยคนอย่างที่ใจอยากทำก็เรื่องของสุขภาพเนี่ยหล่ะค่ะ อิอิแต่ตัวเองก็ยังเอาไม่รอดเลย ต้องไปฟื้นความรู้และกระตุ้นจักระใหม่(ด้วยการเข้าอบรมใหม่อีกรอบ)
2. อันนี้ต้องไปขอนั่งกรรมฐานกับแม่ชีทศพรและปวรานาตัวเป็นลูกศิษฐ์หลวงพ่อจรัลก่อนได้ไหมแล้วจะได้สแกนกรรมว่าที่น้องปุยชอบรับทานน่องไก่กับสะโพก ทำให้น่องนูนและตะโพกผายอ่ะ ส่วนของหนูน้องทัดชอบรับทานถรูดไก่
อันนี้ขอเวลาแบบไม่จำกัดวันเดือนปีได้ไหม? จ๊ะ
<span style='color:red'>http://www.khunya.in.th </span> แวะเข้าไปดูได้ที่เวบนี้จ๊ะ

เคยบอกป้าพิมให้มาเรียน ขานั้นไม่ชอบเรื่องพิลึกพิศดารเหมือนป้าติ๋มเขาไม่กล้าลอง(ท่านประธานปุย ขออนุญาตพาดพิงป้าพิมเจ๊าาา)
................................................ฉันมีความสุขเล็กเล็กในใจฉัน..........................................
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าติ๋ม
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 282
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ย. 21, 2010 4:26 pm

โพสต์โดย มะเหมี่ยว » พฤหัสฯ. มี.ค. 03, 2011 6:52 pm

<span style='color:green'>เหมี่ยวเข้ามาแอบเก็บความรู้ เรื่องพลังจักระต่างๆ ที่ป้าติ๋มและพี่ปุยคุยกัน น่าสนใจค่ะ
</span>
<span style='color:gray'>"A person who lives right, and is right, has more power in their silence than another has by words."</span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
มะเหมี่ยว
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 967
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ เม.ย. 08, 2007 3:59 pm

โพสต์โดย pimlapas » พฤหัสฯ. มี.ค. 03, 2011 8:41 pm

ยังไม่ได้อ่านอะไรเลย เวลาจำกัดเหลือเกิน ต้องรีบไปบ้านคุณปู่อีกแล้วค่ะ แวะมาทักทาย พร้อมคำถามจากทุกท่านค่ะ ว่าตอนนี้เราไปนอนบ้านคุณปู่ จะสองเดือนแล้ว และจะสวดมนต์ก่อนเข้านอน ก็ดึกโขอยู่สวดบทต่างๆประมาณ สองชั่วโมงได้ แต่ระหว่างสวด จะรู้สึกตลอดเลยว่า จะมีใครมาอยู่ใกล้ตัวเรา และบางทีจะเหมือนมาลูบๆหลังเราด้วยอ๊ะ แต่เราก็สวดต่อไป ไม่ได้หยุด และบางที จะได้ยินเสียงแปลกๆ ร้องโหยๆ หวลๆ เราคิดระหว่างสวดว่า มันพวกเปรต จะมาขอส่วนบุญเราหรือเปล่่า ก็ไม่ได้หยุดค่ะ สวดต่อไปจนจบ ถามลุงที่อ่านหนังสืออยู่ ว่าได้ยินเสียงอะไรหรือเปล่า ลุงบอกว่า ไม่มีนี่ ก็เงียบดี มีแต่เสียงเํธอสวดมนต์

ก็ไม่ได้กลัวนะคะ่ แต่บอกไปเลยเสียงดังๆ ว่า อย่ามารบกวนเรา อย่ามาให้เราเห็น เราได้ยินเมือ่งั้นจะไม่แผ่ส่วนกุศลให้นะ เพราะเราแผ่ส่วนกุศลให้ทุกวันอยู่แล้ว แหะ แหะ แต่ใจก็กลัวนิดหน่อยค่ะ

พอเมือ่วาน กลับมาที่บ้านกินข้าว และขับรถกลับไปบ้านปู๋อีกรอบตอนดีกเพื่อนอนค้าง พอจอดรถเสร็จ ได้ยินเสียงคนแก่ คราง ๆๆ เหมือนเสียงคนแก่กรน ได้ยินสองคนกับลุงเลยมองหน้ากัน อิอ จ้ำ้อ้าวเลยสองคนกับลุง กร๊ากกก มันมืดๆ อยู่ลานจอดรถน่ะนิ ถึงบ้า่นปู่ เปิดเข้าไป ถามลุง ๆ บอกเสียงเหมือน ปี๋ เลยนะ ฮ่าๆๆ

พอจะำพาปู่เข้านอน ปู่ดันพูดแปลกๆ อีกว่า เพื่อนมารอหน้าบ้านเต็มไปหมด ไปตกปลามากันเหรอ อ้าว ไรกันพาเรากลัว ฮาๆ
เราบอกแกว่าไม่มีใครสักหน่อยไปนอนได้แล้ว แกบอกว่า ไปนอนได้ไง หากเื่พื่อนกลับมากันอีกรอบ แล้วจะหาแกเจอได้ไง หากแกไปนอนอ๊ะ ฮ่วยคนยิ่งกลัวๆ อยู่ปู่ก็นะ พาเข้านอนเรียบร้อยไม่มีอะไร

ตื่นนอนมาอีกตอนเช้า ปู่ดันเรียกว่าให้มาอุ้มแกลุกหน่อยดิ๊ เร็วๆเข้า ฉันอายคน ใครไม่รู้มายืนมองแกเพียบเลย อาย มาช่วยหน่อย ไอ้เราก็นะ ยิ่งกลัวอยู่ ปู่ทำให้หวาดเสียว

คำถาม.... ไผ มาสัมผัสเราหว่า ตอนเราสวดมนต์ และเสียงนั้นมันคืออะไรค๊า แต่เสียงบรรยายไม่ถูก แต่ใจเราดันนึกไปถึง พวกเปรต ว่าไปนั้น
<a href='http://www.freewebs.com/pimlapas/' target='_blank'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>หิวๆเชิญแวะ ร้านน้ำพริก มีบริการส่งความสุขให้ครอบครัวที่เืมืองไทยในทุกเทศกาล และรับฝากซื้อของส่งจากไทยไปทั่วโลก คลิ๊กเลยจ้า</span> </a><img src='http://i131.photobucket.com/albums/p301/pimmybraz/smjk.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
pimlapas
แม่ไข่นกกระทา พ่อไข่จะละเม็ด
 
โพสต์: 3740
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ม.ค. 15, 2006 1:46 pm

โพสต์โดย Puimek » ศุกร์ มี.ค. 04, 2011 2:01 am

pimlapas เขียน: คำถาม.... ไผ มาสัมผัสเราหว่า ตอนเราสวดมนต์ และเสียงนั้นมันคืออะไรค๊า แต่เสียงบรรยายไม่ถูก แต่ใจเราดันนึกไปถึง พวกเปรต ว่าไปนั้น

ไม่ได้มาตอบพี่พิมค่ะ แต่มาคุยด้วย
จำได้ว่าท่านหญิงป้าเคยบอกหนูป้อม ว่าถ้าสวดๆ อยู่แล้วได้ยินเสียงอะไร
ก็อย่าหยุด... ปุยก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่อยู่มาวันหนึ่ง สวดมนต์ด้วยจิตที่นิ่งสงบลึก
ปุยได้ยินเสียงขลุ่ยมาแผ่วๆ เป็นเสียงขลุ่ยที่หวานเพราะจับใจ ไม่ใช่ทำนองเพลงไทย
แต่เป็นทำนองที่ไม่รู้จัก ในใจก็คิด... กลางดึกกรุงออตตาวา ใครหว่ามาเปิดเพลง...
แต่ก็สวดต่อนะคะ เสียงขลุ่ยก็ดังขึ้น ไปๆ มาๆ กลายเป็นจังหวะเดียวกับจังหวะสวด
เหมือนประสานกันไปซะงั้น

พอสวดเสร็จ แผ่กุศล แผ่เมตตาเสร็จ เสียงขลุ่ยก็จางหายไป
ในใจให้นึกอาลัย แต่ก็เป็นสุข...

มาคุยกับพี่คนนึงในตอนหลัง... เขาบอกว่า "ครู" เก่าของเรามาให้พร
และมาร่วมสวดด้วย... เราก็เอ๊ะ.. ครูเก่า ใครกัน...
พี่เขาบอกว่า ก็ใครล่ะ ที่เป่าขลุ่ย...ท่านมาเพราะเราแผ่กุศลให้ท่านตลอดด้วยไง..

ใครตอบได้ว่าท่านเป็น "องค์ไหน" ให้รางวัลหนึ่งจุ๊บค่ะ...

ปล. แต่ปุยไม่เคยได้ยินเสียงประมาณว่ามาขอส่วนบุญเลย
เพราะเคย "ประกาศ" ไปแล้วในจิต ว่า "ห้าม" ทั้งเปรตทั้งวิญญาณมาขอ
เนื่องจากข้าพเจ้าเป็นประธานชมรมตาขาวและปอดขยาย
(ภาษาชาวบ้านเรียกว่าตาแหกและปอดแหก)
ถ้าเมื่อใดข้าพเจ้าได้ยินใครมาขอส่วนบุญ จะเลิกให้ในทันที
สรุปคือให้อยู่เฉยๆ จะอุทิศให้เอง และปุยก็ทำให้พวกเขาเสมอ
คงงี้มั๊งพี่พิม เลยไม่เคยได้ยินอะไรค่ะ

ปล. ป้าติ๋ม หนูมะเหมี่ยว และน้องทัด เดี๋ยวเข้ามาคุยด้วยใหม่นะคะ
ต้องรีบไปแบ้งค์ก่อนที่มันจะปิดค่ะ
<img src='http://i862.photobucket.com/albums/ab189/puimek09/robert%20redford/ottawa-1.jpg' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
Puimek
แม่ไข่กุ้ง พ่อไข่ปู
 
โพสต์: 2117
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ม.ค. 06, 2009 8:14 pm

โพสต์โดย phimmanee » ศุกร์ มี.ค. 04, 2011 3:24 am

Puimek เขียน:
ป้าติ๋ม เขียน: <span style='color:red'>เอาว่ะ   เราเคยเรียนพลังกายทิพย์รักษาโรคมาลองหน่อยเป็นไร  ได้ผลหรือขี้โม้เดี๋ยวรู้กัน  เนี่ยความคิดอุตริ  อวดอุตริ</span>

คุณป้าติ๋มขา ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีที่ออกจากโรงพยาบาลแล้วนะคะ
หายดีแล้วเนอะ... อย่าป่วยอีกนะคะ

อ่านไปอ่านมา สะดุดตรงนี้ค่ะป้าติ๋ม ที่ป้าติ๋มเรียนพลังกายทิพย์มาเนี่ย
มันอันเดียวกับพลังจักรวาลมั้ยคะ ถ้าใช่ ก็จะได้ชวนคุยกันต่อให้น้ำลายท่วมจอ
เพราะอ่านๆ วิธีการรักษาตรวจจับ... ดูแล้วเหมือนๆ กันค่ะ

ปุยเคยไปเรียนมาเหมือนกัน หลายปีมากแล้ว
เปิดจักระครบเรียบร้อย เรียนถึงระดับรักษาโรคยากๆ ได้
แต่ไม่มีโอกาสรักษาใคร...

น้องปุย ความเข้มข้นของพลังที่สามารถส่งออกไปยังผู้อื่นเพื่อการรักษานั้น เราจะต้องมีความขยันและตั้งใจกระตุ้นพลังจักราให้เข้มข้น หรือรู้สึกถึงกลุ่มก้อนของพลังได้มากๆการรักษาก็จะได้ผลดีและเร็ว หรืออาจจะใช้การรักษาด้วยตาที่3 ใช้พลังจักราเปิดตาที่3ให้ได้ก่อน จงจําไว้ว่า การรักษาผู้อื่น เป็นการเสี่ยงต่อการรับโรคของเขามา หลังการรักษาให้ทําสมาธิ กําหนดจิตทั่วร่างกาย แม่ชีทศพรเคยใช้พลังจักรารัักษาพี่ ตอนที่ท่านจับพี่ พี่รู้สึกร้อนตรงที่ท่านจับ <span style='color:red'>จักรานี้ไม่สามารถจะมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อ</span> พี่ศึกษาเรื่องนี้มานานแล้ว พี่ฝึกด้วยตัวเอง (ตอนนี้พี่กําลังฝึกเปิดตาที่3อยู่) ไม่มีครูบาอาจารย์เพราะอยู่เมกาไม่รู้จะไปหาที่ไหน อดีตเซ็กซี่สตาร์ของเมืองไทย โขมพัสตร์ อรรถยา เป็นคนหนึ่งที่เชี่ยวชาญด้านการฝึกพลังจิตนี้เหมือนกัน
<br><span style='color:blue'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>ทําวันนี้ให้ดีที่สุด เพื่อเราจะได้มีอดีตที่สวยงาม</span></span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
phimmanee
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 1224
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. ก.พ. 08, 2007 1:48 pm

โพสต์โดย มะเหมี่ยว » ศุกร์ มี.ค. 04, 2011 8:26 am

phimmanee เขียน: พี่ศึกษาเรื่องนี้มานานแล้ว พี่ฝึกด้วยตัวเอง (ตอนนี้พี่กําลังฝึกเปิดตาที่3อยู่) ไม่มีครูบาอาจารย์เพราะอยู่เมกาไม่รู้จะไปหาที่ไหน อดีตเซ็กซี่สตาร์ของเมืองไทย โขมพัสตร์ อรรถยา เป็นคนหนึ่งที่เชี่ยวชาญด้านการฝึกพลังจิตนี้เหมือนกัน

<span style='color:green'>คุณพิมเก่งจังค่ะ เหมี่ยวขี้ขลาดยังไงไม่รู้ ถนัดเรื่องละเอียดทางความคิด
แต่ไม่ถนัดทำสมาธิ เอาซะเลย
แต่ถนัดกับการทำงานแล้วเกิดสมาธิ อธิบายยากแฮะ...
เหมี่ยวเชยไปไหม เหมี่ยวเพิ่งรู้ว่ามีการใช้พลังของการรวบรวมสมาธิรักษาโรคได้
จากป้าติ๋มและพี่ปุย เพิ่งรู้จักจุดจักระทั้ง๗ จากการค้นคว้าอ่านเมื่อคืนนี่เอง อิอิ

อยู่สโลวาเกียก็โดดเดี่ยวในการเดินทางค่ะคุณพิม ฝึกๆพักๆ แล้วแต่สาวๆสองนางจะเป็นใจให้แม่ปลีกวิเวก เอ๊า สู้ต่อไป</span>
<span style='color:gray'>"A person who lives right, and is right, has more power in their silence than another has by words."</span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
มะเหมี่ยว
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 967
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ เม.ย. 08, 2007 3:59 pm

โพสต์โดย ป้าติ๋ม » ศุกร์ มี.ค. 04, 2011 9:42 am

ดีใจจังเลยค่ะ ที่ป้าติ๋มพอรู้อะไรมาแบบงูๆปลาๆ แล้วมีผู้มีความรู้มาต่อยอดความรู้ให้เพิ่มเติมถือเป็นเรื่องดีอย่างยิ่ง
พี่พิมมณีจ๊ะป้าติ๋มขอคารวะเลยค่ะที่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ส่วนป้าติ๋มหากจะฟื้นความรู้ด้านนี้คน
ต้องให้ master มากระตุ้นจักระให้เพราะว่า battery น้อยเหลือเกินในเวลานี้
เหมือนมือถือที่ใช้ตัวชาร์ทแบตธรรมดาที่ได้มาตอนซื้อในครั้งแรกมันชาร์ไม่เข้า
ต้องเอาไปให้บริษัทตัวแทนเขากระตุ้นแบตให้อย่างไรอย่างนั้น...
................................................ฉันมีความสุขเล็กเล็กในใจฉัน..........................................
ภาพประจำตัวสมาชิก
ป้าติ๋ม
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 282
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ย. 21, 2010 4:26 pm

โพสต์โดย หนูป้อม » ศุกร์ มี.ค. 04, 2011 1:56 pm

มาคุยกับพี่คนนึงในตอนหลัง... เขาบอกว่า "ครู" เก่าของเรามาให้พร
และมาร่วมสวดด้วย... เราก็เอ๊ะ.. ครูเก่า ใครกัน...
พี่เขาบอกว่า ก็ใครล่ะ ที่เป่าขลุ่ย...ท่านมาเพราะเราแผ่กุศลให้ท่านตลอดด้วยไง..

ใครตอบได้ว่าท่านเป็น "องค์ไหน" ให้รางวัลหนึ่งจุ๊บค่ะ...


อยากทายค่ะพี่ปุย...แต่แหมคิดไว้เยอะ ขอเลือกตอบที่ภาพนี้
รูปภาพ
<img src='http://images.lovelovekitty.multiply.com/image/oRDcKeSOhJP29Y7O0WLamA/photos/1M/300x300/2163/dMy-DocumentsMy-PicturesMiscL8066944-0.jpg?et=86rooCd76XJH4ZwkffO8Qw&nmid=0&nmid=340064964' border='0' alt='user posted image' />
ภาพประจำตัวสมาชิก
หนูป้อม
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 364
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ต.ค. 27, 2009 1:42 pm

โพสต์โดย มะเหมี่ยว » ศุกร์ มี.ค. 04, 2011 2:23 pm

<span style='color:green'>มาร่วมทายครูของพี่ปุยเป็นเพื่อนคุณป้อม ไม่เดาค่ะ
เพราะจำได้
พระกฤษณะ...

มาเฉลยพร้อมจุ๊บเลยนะคะ อิอิ
ป ลิง .พี่ปุยฟังซีดีแล้วหรือยังคะ ...</span>
<span style='color:gray'>"A person who lives right, and is right, has more power in their silence than another has by words."</span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
มะเหมี่ยว
แม่ไข่หวาน พ่อไข่เค็ม
 
โพสต์: 967
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ เม.ย. 08, 2007 3:59 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง คุยกันเจ๊าะแจ๊ะ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน