หน้า 1 จากทั้งหมด 3

โพสต์แล้ว:
อาทิตย์ ม.ค. 18, 2009 9:29 pm
โดย เด็กชายข้าหลวง
<span style='color:green'>คนที่กำลังอยากหางานทำอยู่ อย่าพึ่งนึกหมั่นใส่พี่ตีนะคะ ว่าอีนางคนนี้โชคดีมีงานให้ทำอยู่แล้ว ยังมาบ่นอีก สมาชิกใหม่บางคนยังไม่รู้จักพี่ตี คงไม่รู้ว่าพี่ตีทำงานอะไร เป็นพนักงายขายอยู่ที่มอริสันค่ะ ทำงานเต็มเวลา 39 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตอนสัมภาษณ์รู้ว่าเวลาเข้างานแต่ละวันไม่เหมือนกัน แต่ละอาทิตย์ไม่เหมือนกันสักอาทิตย์ พอได้งานทำจริงๆพี่ตีไม่คิดว่ามันจะเป็นถึงขนาดนี้ ทำงานห้าวันหยุดสองวันเป็นวันหยุด หยุดไม่ติดกันสามอาทิตย์ หยุดติดกันสองวันหนึ่งอาทิตย์ แต่ไม่รู้ว่าเป็นอาทิตย์ไหน ไม่สามารถแปลนทำอะไรล่วงหน้าได้เลย ไอ้เรื่องวันหยุดไม่เท่าไร แต่เรื่องชั่วโมงทำงานเนี่ยเซ็งจิต อย่างอาทิตย์ที่จะถึงนี้ เข้างานพรุ่งนี้ หกโมงเช้า เลิกสามโมง วันอังคารจะเข้าบ่ายโมงเลิกสามทุ่ม กับพุธหยุด พฤหัสเข้าเจ็ดโมงเลิกเช้าสี่โมงเย็น วันศุกรเข้าบ่ายโมงเลิกสี่ทุ่ม เสาร์เข้าเจ็ดโมงเลิกเช้าสี่โมงเย็น อาทิตย์หยุดไม่ชอบมากๆเพราะนั้นหมายถึงอดได้เงินเพิ่มพิเศษ (ทำงานหนักแต่ได้เงินเท่ากับตอนทำงานที่เมืองไทยเลย)
ทำงานกับคนผิวขาวไม่ใช่เรื่องง่าย แ_่ง ขอพูดคำหยาบนะคะ ต้องเทรนด์เราให้เป็นให้หมดให้คุ้มกับเงินที่มันจ่ายเราเพื่อนร่วมงานบางคนก็ดีช่วยเหลือกัน บางคนชอบเลีย ชอบพูดมากกว่าทำ เหมือนกับที่เมืองไทยนะแหละ
พี่ตีเป็นคนอดทนได้ดีที่สุดคนหนึ่งทำมาเข้าเดือนที่เจ็ด ร้องไห้น้ำตาตกหนนี้เป็นหนที่สองแล้ว อดไม่ได้เลยมาบ่นให้เพื่อนๆในครัวฟัง บางครั้งมานั่งคิดว่าชีวิตทำไมตกต่ำยังนี้ว่ะ ทำงานเหมือนกรรมกรเลย บางคนคิดว่าไม่เห็นหนักหนาเลย แต่สำหรับพี่ตีหนักมากต้องยืนขาแข็งประมาณแปดชั่วโมงต่อวัน พี่ตีเลยเข้าใจหัวอกคนที่เคยทำงานทางห้างมากขึ้น
ทำจดหมายถึงฝ่ายบุคลเรื่องขอลดชั่วโมงทำงานมาจาก 39 ชั่วโมงเหลือสามสิบสี่ชั่วโมงต่ออาทิตย์ คุณเธอมันไม่ยอม บอกว่าคนช๊อต ถ้าคนแล้วทำไมไม่จ้างเพิ่มหละว่ะ
เกลียดงานที่ทำที่สุดเลยตอนนี้ ถ้าไม่คิดถึงคนที่เมืองไทยจะออกจากงานให้มันรู้แล้วรู้รอดเลยให้ตายซิ</span>

โพสต์แล้ว:
อาทิตย์ ม.ค. 18, 2009 10:22 pm
โดย naddyswiss
พี่ตีสู้ๆค่ะ ตอนโหน่งเด็กๆ โหน่งเคยทำงานพิเศษในห้างค่ะ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า เป็นพนักงานขายไอศกรีมของ Baskin Robbins ตอนนั้นได้ชั่วโมงละ 23 บาทค่ะ ตอนนั้นเรียนมหาวิทลัยปีหนึ่ง เศรษฐกิจฟองสบู่แตก แม่ป่วยหนักเข้าโรงพยาบาล เลยขายหมูปิ้งต่อไม่ได้ช่วงนั้น เลยทำงานเองเลย เพราะอยากมีประสบการณ์แบบไม่ได้ทำงานขายของตามฟุตบาท
ขายไอศกรีมบัสกิน ห้ามนั่งค่ะ ตักไอศกรีมจนก้ามขึ้น ช่วงนั้นปิดเทอม ก้อได้เงินเดือน สามพันกว่าบาท ดีใจมากค่ะ แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก้อได้เกิดขึ้น ตู้แช่ไอศกรีมของบัสกิมตู้ใหญ๋ไฟดับเอง หรือมันพังอะไรสักอย่างเนี่ยแหละค่ะ ไอศกรีมละลายเป็นน้ำขายไม่ได้ พี่รู้ไหมคะบริษัทเซ็นทรัลไอศกรีมทำอย่างไร หักเงินเดือนอันน้อยนิดของพวกหนูซึ่งไม่ได้รู้อิโหน่อิเหน่ค่ะ เค้าหักหนูไปเดือนละ หนึ่งพันบาทเป็นเวลาสองเดือนค่ะ หนูเลยเหลือเดือนละพันกว่าบาทเอง แต่ก้อต้องทนทำมันไปเรื่อยๆ เพราะอยากได้ตังค์เค้า โดนโขลก โดนจิกสาระพัด ก้อต้องยอมกันไป
แต่เหนือสิ่งอื่นใดหนูอยากให้พี่ตีสู้ต่อไป แต่ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ พอมีลู่ทางอื่นที่ดีกว่า ก้อลองไปหาประสบการณ์ที่อื่นเถอะค่ะ เพราะหนูรู้ว่าคนเรามีขีดความอดทน เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะพี่ตี ยังไม่ลืมพี่ตีจ้าาาาา

โพสต์แล้ว:
จันทร์ ม.ค. 19, 2009 3:00 am
โดย อันดามัน
มีคติประจำใจเหมือนกันค่ะ...อดทนค่ะ อดทน มีพี่ที่เคารพบอกว่า ถ้าเรายังหางานทำ่ที่ดาวดวงอื่นไม่ได้ ท่องคำว่า อดทน เอาไว้ และให้ขยายขีดจำกัดออกมานิดหนึ่ง (บอกตัวเองว่า ยัง ยัง ไม่ถึงสุดขีด)
เห็นด้วยค่ะ ว่าทำงานกับคนผิวขาวไม่ใช่เรื่องง่าย...อันท่องคาถาข้างบน จนเป็นคติประจำใจไปแล้ว
สู้ค่ะ:)

โพสต์แล้ว:
จันทร์ ม.ค. 19, 2009 3:36 am
โดย นิรินธนา
<span style='color:purple'>พี่ตีจ๋ามาแวะส่งกำลังใจให้นะจ๊ะ
</span>

โพสต์แล้ว:
จันทร์ ม.ค. 19, 2009 3:42 am
โดย prettypass2000
มาให้กำลังใจพี่ตีค่ะ เข้าใจหัวอกพี่ตี สู้ๆนะคะ อย่าเครียดมากนะคะ หนูเป็นห่วง เมื่อก่อนตอนหนูทำงานร้านอาหารพอเปลี่ยนเจ้าของเขาก็จ้างหนูเต็มเวลาแถมตำแหน่งคุมร้านให้ด้วย หนูเซ็งจิตมากเพราะเจ้าของร้านแกไม่ชอบอยู่ร้านแล้วทิ้งภาระต่างๆให้หนู คือ สองคนเขานิสัยดีแต่เขาทำอะไรเกี่ยวกะร้านไม่เป็นถ้าหนูไม่อยู่ หรือถ้ายุ่งมากๆเขาก็ทำกันไม่ได้ เลยเหมือนหนูต้องมาแบกภาระให้เขา แต่ดีว่าเขาให้เงินหนูดีแถมยังดีกะหนูมากๆด้วยเลยถูๆไถๆไปได้น่ะค่ะ หรืออย่างตอนทำเงินกู้ก็เป็นงานไม่มีวันหยุดนะคะ บางทีต้องปุเรงๆไปหาลูกค้าให้เซ็นเอกสารตอนวันหยุด ไม่ชอบงานแต่รายได้มันดีจริงไน่ะค่ะ หนูเลยเข้าใจหัวอกพี่ตีมากๆเลย

โพสต์แล้ว:
จันทร์ ม.ค. 19, 2009 11:28 am
โดย ต้มแซ่บค่ะ
มาให้กําลังใจพี่ตีค่ะ เข้าใจค่ะว่าการทํางานที่นี่ลําบากมาก ยังใงดีหล่ะคะ เวลาที่พี่ตีรู้สึกท้อใจพยายามคิดถึงตอนที่พี่ตีพาน้องข้าหลวงกลับเมืองไทยครั้งหน้า แล้วพี่ตีได้ใช้เงินที่หามาด้วยนํ้าพักนํ้าแรงของพี่ตีในการเที่ยวพักผ่อน พี่ตีจะรู้สึกดีขึ้นเยอะเลยค่ะ จะมีแรงทํางานต่อค่ะตาว่า สู้ๆนะคะ

โพสต์แล้ว:
จันทร์ ม.ค. 19, 2009 12:06 pm
โดย bchaiwan
มาเป็นกำลังใจให้ค่ะ ตอนที่ลิทำงานที่โรงงานปลาก็โดนค่ะ เป็นไอ้ผู้จัดการ มันบ้าอำนาจ ถ้าอย่างไงมีเวลาจะมาเล่าให้ฟังนะคะ

โพสต์แล้ว:
จันทร์ ม.ค. 19, 2009 12:43 pm
โดย chonchon
เป็นอีกหนึ่งกำลังใจนะคะ สู้ค่ะ สู้ๆๆๆๆ ถ้าเหนื่อยหรือเบื่อก็เข้ามาคุยกันนะคะ อดทนค่ะ วันนี่ยังไม่ใช่วันของเรา แต่พรุ้งนี่เป็นวันของเราแน่ๆ คิดว่าสู้เพื่อน้องข้าหลวงแล้วกำลังใจมันมาเองค่ะ กลับบ้านเห็นหน้าลูกก็หายเหนื่อย &nsbp; &nsbp;สู้นะคะ

โพสต์แล้ว:
จันทร์ ม.ค. 19, 2009 3:25 pm
โดย เจ้าหญิงของแม่
เป็นกำลังให้พี่ตีนะคะ งานแบบนี้ มันแพลนไม่ได้จริง ๆ ดีนะที่ตอนเปิ้ลไปสมัครมันได้คนก่อน ก๊าก ไม่งั้นคงได้มาบ่นทีนี่หรือร้องไห้เหมือนกันแน่ๆ

โพสต์แล้ว:
จันทร์ ม.ค. 19, 2009 3:53 pm
โดย เด็กชายข้าหลวง
<span style='color:green'>วันนี้ไปทำงานเพื่อนเกือบทุกคนถามว่าพี่ตีเป็นอะไร เพราะเมื่อวานหน้าพี่ตีคงเหมือนส้นเท้ามากๆ เพื่อนๆเค้าคงไม่เคยเห็น เค้าเห็นแต่พี่ตียิ้ม แถมยังเห็นพี่ตีเสียงดังใส่ผู้บริหาร ตอนบ่ายเข้าไปบอกผู้บริหารว่าอาทิตย์นี้ไอเลิกงาน เลทสามวันเลย ไม่แฟร์กับไอ คุณเธอบอกว่าแค่อาทิตย์เดียวขอให้พี่ตีช่วยหน่อย แล้วกับคนอื่นทำไมไม่ไปขอให้เค้าช่วยว่ะ พอเล่าให้เพื่อนๆฟัง เธอๆทั้งหลายก็พูดว่า because you are very nice lady, never say no with everyone มันก็เลยเป็นว่าไอ้พวกตาน้ำข้าวเลยถือโอกาสเอาเปรียบพี่ตีนะสิ ...
เมื่อวานก่อนหน้าที่เข้ามาระบายให้เพื่อนๆฟัง ร้องไห้งอแงกับสามี บอกว่าไอจะออกจากงาน จะกลับเมืองไทยจะเอาข้าหลวงกลับไปอยู่เมืองไทย ไอไม่อยากอยู่แล้วไอ้ประเทศบ้าๆเนี่ย คุณสาก็ได้แต่ปลอบให้ใจเย็น อดทนอีกไม่กี่ปีเราจะย้ายไปอยู่เมืองไทยกัน กี่ปีอะไรว่ะตั้งสิบสองปีกว่าพี่ท่านจะรีไทร์ ช่างมันเถอะวันนี้ผ่านได้ไปอีกวันแล้ว</span>

โพสต์แล้ว:
จันทร์ ม.ค. 19, 2009 4:09 pm
โดย เด็กชายข้าหลวง
naddyswiss เขียน: พี่ตีสู้ๆค่ะ ตอนโหน่งเด็กๆ โหน่งเคยทำงานพิเศษในห้างค่ะ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า เป็นพนักงานขายไอศกรีมของ Baskin Robbins ตอนนั้นได้ชั่วโมงละ 23 บาทค่ะ ตอนนั้นเรียนมหาวิทลัยปีหนึ่ง เศรษฐกิจฟองสบู่แตก แม่ป่วยหนักเข้าโรงพยาบาล เลยขายหมูปิ้งต่อไม่ได้ช่วงนั้น เลยทำงานเองเลย เพราะอยากมีประสบการณ์แบบไม่ได้ทำงานขายของตามฟุตบาท
ขายไอศกรีมบัสกิน ห้ามนั่งค่ะ ตักไอศกรีมจนก้ามขึ้น ช่วงนั้นปิดเทอม ก้อได้เงินเดือน สามพันกว่าบาท ดีใจมากค่ะ แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก้อได้เกิดขึ้น ตู้แช่ไอศกรีมของบัสกิมตู้ใหญ๋ไฟดับเอง หรือมันพังอะไรสักอย่างเนี่ยแหละค่ะ ไอศกรีมละลายเป็นน้ำขายไม่ได้ พี่รู้ไหมคะบริษัทเซ็นทรัลไอศกรีมทำอย่างไร หักเงินเดือนอันน้อยนิดของพวกหนูซึ่งไม่ได้รู้อิโหน่อิเหน่ค่ะ เค้าหักหนูไปเดือนละ หนึ่งพันบาทเป็นเวลาสองเดือนค่ะ หนูเลยเหลือเดือนละพันกว่าบาทเอง แต่ก้อต้องทนทำมันไปเรื่อยๆ เพราะอยากได้ตังค์เค้า โดนโขลก โดนจิกสาระพัด ก้อต้องยอมกันไป
แต่เหนือสิ่งอื่นใดหนูอยากให้พี่ตีสู้ต่อไป แต่ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ พอมีลู่ทางอื่นที่ดีกว่า ก้อลองไปหาประสบการณ์ที่อื่นเถอะค่ะ เพราะหนูรู้ว่าคนเรามีขีดความอดทน เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะพี่ตี ยังไม่ลืมพี่ตีจ้าาาาา
<span style='color:green'>โหน่งเอ้ยตอนนี้ที่อังกฤษกำลังแย่ เศรษฐกิจกำลังแย่ เหมือนยักษ์ตัวใหญ่กำลังจะล้ม บริษัทใหญ่หลายบริษัทคนตกงานเยอะมากๆช่วงนี้ พี่ตีเลยต้องอดทนทำไปเรื่อยๆก่อน กลัวว่าด่วนใจร้อนออกมาแล้วจะหางานทำไม่ได้ เสียดายเงินเดือนนะโหน่ง...</span>

โพสต์แล้ว:
จันทร์ ม.ค. 19, 2009 4:14 pm
โดย เด็กชายข้าหลวง
อันดามัน เขียน: มีคติประจำใจเหมือนกันค่ะ...อดทนค่ะ อดทน มีพี่ที่เคารพบอกว่า ถ้าเรายังหางานทำ่ที่ดาวดวงอื่นไม่ได้ ท่องคำว่า อดทน เอาไว้ และให้ขยายขีดจำกัดออกมานิดหนึ่ง (บอกตัวเองว่า ยัง ยัง ไม่ถึงสุดขีด)
เห็นด้วยค่ะ ว่าทำงานกับคนผิวขาวไม่ใช่เรื่องง่าย...อันท่องคาถาข้างบน จนเป็นคติประจำใจไปแล้ว
สู้ค่ะ:)
<span style='color:green'>ขอบคุณค่ะ ที่เข้ามาแชร์ความอดทน พี่ตีก็ คาถาท่องไว้เหมือนกันค่ะว่า 830 ปอนด์ท่องไว้ 830 ปอนด์....</span>

โพสต์แล้ว:
จันทร์ ม.ค. 19, 2009 4:17 pm
โดย เด็กชายข้าหลวง
นิรินธนา เขียน: <span style='color:purple'>พี่ตีจ๋ามาแวะส่งกำลังใจให้นะจ๊ะ
</span>
<span style='color:green'>หนูนาพี่ตีได้รับจดหมายน้อยของหนูแล้วหละ ขอบใจนะจ๊ะสำหรับกำลังใจ ทิ้งเบอร์บ้านไว้ให้พี่ตีหลังไมค์ทีซิจ๊ะ พี่ตีจะโทรไปคุยเล่นด้วย คิดถึงนะจ๊ะ</span>

โพสต์แล้ว:
จันทร์ ม.ค. 19, 2009 5:28 pm
โดย ทัพพี
<span style='color:green'>มาเป็นกำลังใจให้พี่ตีนะคะ อย่างที่ทุกคนว่า ค่ะ อดทนและอดกลั้น คือคาถาที่ดี เศรฐกิจที่อังกฤษตอนนี้อย่างที่พี่ตีพูดค่ะ โดนออกงานกันเป็นทิวแถวเลยค่ะ หางานใหม่ก็ยากค่ะพี่ เพราะฉะนั้น แล้ว แต่ พี่จะพิจรณานะคะ ยังไงก็สู้ สู้ ค่ะ </span>

โพสต์แล้ว:
จันทร์ ม.ค. 19, 2009 5:40 pm
โดย miipanda
พี่ตี รสฟินแลนด์เองจ้ะ
เข้ามาเป็นกำลังใจให้จ้ะ สู้ สู้และอดทนจ้ะ ตอนนี้รสก็ตกงานได้ประมาณ เกือบเดือนแล้ว เพราะว่าพิษเศรษฐกิจทั่วโลก เล่นเอาพนักงานที่เข้าใหม่ออกเป็นขบวนเลย รสโดนหางเลขไปด้วย เพราะว่าเราเพิ่งจะทำงานได้ ปีกว่าๆ ก็ต้องกัมหน้ารับเคราะห์ไป ขอบอกพี่ตีว่าอย่าเพิ่งออกน่ะจ้ะ งานหายากมาก ตอนนี้พี่ตีก็ลองหาสมัครงานอย่างอื่นไปด้วย ถ้าได้งานใหม่แล้วค่อยออกจากงานเดิม จะเป็นหนทางที่ดีที่สุด ตอนนี้รสก็พยายามหาสมัครงานใหม่อยู่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะโชคดี แต่ดีที่ว่ารัฐบาลที่ฟินแลนด์เขาดูแลและจ่ายเงินให้คนตกงานด้วย ถ้าหากว่าทำงานเกิน1 ปี เขาก็จะจ่ายให้เราในระยะเวลา 500 วัน หลังจากที่บริษัทให้เราออก ตอนนี้ก็เลยอยู่บ้านฝึกทำขนม และก็เข้ามาเจาะแจะในครัวได้บ่อยๆ..... เสียดายงานเหมือนกันเพราะว่าเงินเดือนดีมาก งานก็สบายและเพื่อนร่วมงานก็ดี
ขอเป็นกำลังใจให้พี่ตี อดทนต่อไปน่ะจ้ะ แต่ถ้ามันเหลืออดแล้วก็ลองทำตามที่ใจพี่ตีต้องการ เพราะรสเชื่อว่า"คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก" ถ้าเราอยู่ที่ไหนแล้วมีความสุข สนุกกับสิ่งที่ทำ ต่อให้ยากลำบากหรือหนักหนายังไง เชื่อว่าเราต้องสู้และอดทนแน่นอนจ้ะ..รสเชื่ออย่างนั้น....ร่ายซะยาวเลย..สู้ สู้ (โว้ย)...