หน้า 1 จากทั้งหมด 1

โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ มี.ค. 06, 2009 12:19 pm
โดย jintana vie
forward mail จากเพื่อนจินเองค่ะ
ท่านผู้โดยสารค่ะ ขณะนี้เครื่องกำลังจะเทคอ๊อฟ กรุณารัดเข็มขัดจนกว่าสัญญาณจะสิ้นสุดลงนะคะ ขอบคุณค่ะ
นั่นคือเสียงของแอร์โอสเตสสาวของสายการบินเจ้าจำปี เที่ยวบินซึ่งกำลังจะนำผู้โดยสารทุกคน รวมทั้งเรา ไปสู่เกาะฮ่องกงภายในอีกสองชั่วโมงข้างหน้านี้...กำลังเริ่มทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า สังเกตได้ว่าเที่ยวบินนี้มีคนไทยเกือบทั้งลำ
มีชาวต่างชาติอยู่เพียงไม่กี่คน.. หันไปทางแม่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ซึ่งกำลังอ่านหนังสือพิมพ์ไทยอย่างใจจดใจจ่อ น้องชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกำลังก็ประคองลูกชายที่กำลังหลับสนิท..ตัดสินใจหยิบหมอนแล้วเอนตัวนอน

"มะม่วงล่อแล่ไม้ไม้เมียพระเวสสันดร.. เสียงสจ๊วตหนุ่มร่างแมนแต่เสียงแหลมปรี้ดส์ตะโกนบอกกับสจ๊วตเพื่อนร่วมงานฝั่งตรงข้ามกัน ทั้งคู่ตะโกนใส่กันเหมือนทั้งเครื่องบินไม่มีผู้โดยสาร
" ถุงทอง ถุงทอง... สงสัยจะมีแฟ้มบุคคลแล้ว... สจ๊วตอีกฝั่งทางด้านห้องน้ำตะโกนกลับมา

" เขาพูดถึงอะไรกันว่ะป๊อบ เมียเอ็งเป็นแอร์ ลองถามดูซิ ภาษาอะไรว่ะฟังไม่รู้เรื่อง..."
เรากระซิบถามน้องชายให้เขาแอบถามภรรยาของเขา เห็นเขาสองคนมีสีหน้าอมยิ้มเงียบแล้วไม่พูดอะไรปล่อยให้เราฟัง
สจ๊วตหนุ่ม (หรือว่าสาว) สองคนคุยกันต่อ

"หล่อนเห็นแคร๊กเกอร์หน้าส้วมมั้ย เฮมม่ามาลิณี " เอ๊ะ! แคร๊กเกอร์อะไรที่หน้าห้องน้ำ
และอะไรคือเฮมม่ามาลิณี ? เราคิด
คุณสจ๊วตยังคุยกันข้ามไปข้ามมา นึกในใจว่าฉันหลับไม่ได้แล้ว จะต้องรู้ให้ได้ว่าเขาพูดอะไรกัน

จนถึงเวลาเสริฟอาหาร คุณสจ๊วตยังคงเดินกันคล่องแคล่ว คนแรกเข็นรถอยู่ฝั่งหนึ่ง คนที่สองอยู่อีกฝั่งหนึ่ง
ซึ่งถึงแม้ที่นั่งของพวกเราจะเป็น economy class แต่ก็เห็นผู้หญิงคนไทยท่านหนึ่ง ลักษณะการแต่งตัวดูเป็นคุณหญิงคุณนาย.... นั่งอยู่กับลูกสาวซึ่งแต่งตัวถอดแม่ของเธอมา เพียงแต่คนละวัยกันเท่านั้น " เธอ เธอ" เสียงคุณนายกรีดนิ้วเรียกสจ๊วตหนุ่มคนแรก พร้อมกับขอเปลี่ยนช้อนส้อมและภาชนะที่ใส่ เราแอบเห็นหน้าสจ๊วตหนุ่มคนนั้นแล้วก็นึกขำ
เพราะหน้าเขาบอกบุญไม่รับ แต่ก็.. ต้องฝืนยิ้มกับคุณนายคนนั้น "ขอไวน์ขาวหน่อยซิน้อง..
เอาแบบไม่ดรายมากขนาดนี้" คุณนายยกแก้วไวน์พลอยกระดกนิ้วก้อยสูงเกือบทิ่มหน้าตัวเอง พร้อมขอให้สจ๊วตเปลี่ยนไวน์ที่เพิ่งเสริฟไป ... เอาแล้ว เอาแล้ว..เห็นคุณสองสจ๊วจสาวเอ๊ย หนุ่มพยักหน้าใส่กัน เดี๊ยวตูได้ฟังศัพท์อะไรอีกแน่ เรานึกในใจ โชคดี สองคนนั้นเดินมาตรงที่เรานั่ง

" ดัดขนหยิกทั้งตัว ... ดัดขนหยิกทั้งตัว " คุณสจ๊วตคนแรกที่เสริฟคุณนานนั้นคำรามออกมา อีกฝ่ายก็ขำแหะๆ
ทำหน้าเหมือนเข้าใจและสะใจในเวลาเดียวกัน สักพักเราก็เห็นคุณนายคนนั้นเดินเข้าห้องน้ำ
พร้อมถือกระเป๋าหลุยส์วิกตองรุ่นผ้าร่มสีฟ้าใบใหญ่ยักษ์ เราเหลือบไปดูหน้า คุณสจ๊วตหนุ่มน้อย (แต่สาวมาก) คนนั้น
เดี๋ยวต้องมีศัพท์แปลกๆมาอีก

"ไม่ต้องจ้องนะ ไม่ต้องจ้อง รุ่นป้อแป้ รุ่นป้อแป้..รุ่นคุณแม่ขอร้อง..น้องสจ๊วตพูดไปหยิบอาหารไป ดูชำนาญมากๆ โดยที่ผู้โดยสารไม่สามารถทราบได้ว่าเขากำลังคุยอะไรกันอยู่ คงนึกว่าคุยกันเรื่องอาหาร
แต่เรา.. อาจเป็นเพราะว่าสนใจฟังตั้งแต่ต้น จึงตั้งใจเงี่ยหูฟัง เหล่าศัพท์แปลกๆ... คิดว่ามันต้องมีความหมายแน่ๆ

ก็เผอิญมีผู้โดยสารชายฝรั่งผมทองรูปหล่อคนหนึ่ง นั่งอยู่ข้างหน้าเราประมาณสามแถว และถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่า
นายคนนี้ได้รับการบริการมากกว่าผู้โดยสารคนอื่นๆ มิหนำว้ำอาณิสงฆ์ผลบุญตกไปถึงฝรั่งสาวที่นั่งติดกันไปด้วย

โพสต์โพสต์แล้ว: ศุกร์ มี.ค. 06, 2009 12:59 pm
โดย jintana vie
คือทั้งคู่ได้รับการบริการทุกสิบห้านาที เราไม่อิจฉาเขานะ คิดในแง่บวก เพราะหากได้รับการบริการที่ดี เขาก็จะได้ไปพูด
ให้ชาวต่างชาติฟังว่า สายการบินของเราบริการดีเยี่ยมสักปานไหน

ถึงตาเราเข้าห้องน้ำแล้วแต่ยังนึกว่าเอ๊ะ แคร๊กเกอร์หน้าส้วม เฮม่ามาลิณีคืออะไรหนอ มองไปไม่เห็นแคร๊กเกอร์ซักอัน
เห็นแต่อาบังนั่งอยู่สองสามคน ท่าทางกวนๆเอาเรื่องอยู่พอควร

จนเครื่องบินแลนด์นิ่งที่สนามบินฮ่องกงโดยสวัสดิภาพ แม่ก็ยังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือพิมพ์อยู่จนกระทั่งล้อเครื่องบินแตะพื้นสนามบิน... เสียงสจ๊วตหนุ่มคนแรกก็ดังขึ้นอีก

เร็วๆซิ... อย่ามัวแต่เมาคลี... เดี๋ยวจะแยมส้มซะ ไม่ได้เห็นมะม่วงล่อแล่ ไม้ไม้... เร็วๆ...
"ฉันว่าแฟ้มบุคคลของเขาดูแล้ว..ดูแล้วพี่จิ๊กมากๆ สจ๊วตหนุ่มคนที่สองวิ่งมาข้างๆเรา เพื่อที่จะไปยืนส่งผู้โดยสารตรงประตู และคงวิ่งไปให้ทันได้ส่งฝรั่งรูปหล่อคนนั้นด้วย

"นี่อย่าสุดา ชื่นบานมากนัก... มาเร็วๆเข้า" เรานึกขำเพราะสองสจ๊วตหนุ่มนั้นคุยกันเหมือนกับว่าบนเครื่องบินนั้นมีกันแค่สองคนจริงๆ และเขาก็ไม่ได้มองและให้ความสำคัญผู้โดยสารท่านอื่นๆ เท่ากับฝรั่งผมทองคนนั้นเลย..

เราก็ยังงงกับภาษาแปลกๆ ที่เขาพูดกันนั้นอยู่ดี

จนกระทั่งเรากลับมาถึงนิวยอร์ก มีน้องที่เป็นสจ๊วตเจ้าจำปีเหมือนกันบินมาเที่ยว ได้ทานข้าวและดู
ดีวีดีเรื่องรหัสลับดาวินซีโค้ดด้วยกัน พอดูเสร็จเราก็นึกขึ้นได้ถึงสัพท์แปลกๆ ที่เราจำได้เกือบทุกคำบนไฟล์ทไปฮ่องกงวันนั้น

อ๋อ... มันเป็นศัพท์ของพวกเราที่เอาไว้เม้าท์ผู้โดยสารนะคะพี่..น้องสจ๊วตตอบอย่างมั่นใจและฉะฉาน
น้องสามารถแปลคำศัพท์ต่อคำได้อย่างคล่องแคล่ว..
....ดังต่อไปนี้
มะม่วงล่อแล่ไม้ไม้ เมียพระเวสสันดร...มีความหมายว่า
มะม่วง = ฝรั่ง ล่อแล่ = หล่อ ไม้ไม้ = มาก มาก
เมียพระเวสสะนดร (นางมัทรี) = ต้องไปดู
ถุงทอง = ถูกต้อง ,แคร๊กเกอร์ = คนแขก ,พี่จิ๊ก (เนาวรัตน์ เนาว คือ เน่า) = เน่า
เฮมม่ามาลิณี = ผู้โดยสาร เ ี้ยมาก (เขาแปลมาอย่างนี้จริงๆครับ)
แยมส้ม (แยมส้มมามาเลท) ดังนั้นในเมืองไทย = มาสาย (มามาเลท late =สาย)
แฟ้มบุคคล = แฟน ป้อแป้ = ของปลอม
เม๊าท์ (นินทา) มีสามคำ คือ เมาคลี ข้าวเม่า สุดา ชื่นบาน
ดัดขนหยิกทั้งตัว = ดัดจริตสุดสุดถึงที่สุด

กลายเป็นว่าหลังจากที่เรารู้ความหมาย หนังรหัสลับดาวินซีโค้ดที่ชิงออสการ์ ที่เราเพิ่งดูจบเป็นอันต้องพับไปเลย
เมื่อมาเจอรหัสลับดาวินซี่โค้ดฉบับเจ้าจำปี

เอาเป็นว่าขึ้นเครื่องบินคราวหน้าเงี่ยหูฟังดีๆนะ เผื่อได้ยินคำไหนจะได้รู้ความหมาย
เสร็จแล้วห้ามซีเรียสนะ ฟังแบบขำๆๆ
*******************************
จบข่าว ^_______^

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ มี.ค. 07, 2009 10:25 am
โดย ตุ้ยนุ้ย
<span style='font-size:14pt;line-height:100%'><span style='color:blue'>555 เรื่องจริงเหรอคะเนี่ยะ สงสัยต้องคอยเงี่ยหูฟังนะคะ....ตลกดีค่ะ คนไทยนี่เล่นคำภาษาไทยได้เก่งจริงๆ...</span></span>

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ มี.ค. 07, 2009 11:21 am
โดย jintana vie
ตุ้ยนุ้ย เขียน: <span style='font-size:14pt;line-height:100%'><span style='color:blue'>555 เรื่องจริงเหรอคะเนี่ยะ สงสัยต้องคอยเงี่ยหูฟังนะคะ....ตลกดีค่ะ คนไทยนี่เล่นคำภาษาไทยได้เก่งจริงๆ...</span></span>

หนูก็ไม่แน่ใจค่ะพี่แต่เพื่อนหนูเขาส่งต่อมาน่ะค่ะ คงจะมีจริงบ้างนะคะ แต่หนูว่ามันขำดีก็เลยเอามาเล่าต่อค่ะ

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ มี.ค. 07, 2009 3:30 pm
โดย ฉัน
<span style='color:green'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>เหว๋อออออออออค่ะ!!!!!....ต้องคอยหัดฟังบ้างแล้ว เผื่อฉันจะโดนสุดา ชื่นบาน</span></span>