หน้า 1 จากทั้งหมด 4

โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ มิ.ย. 20, 2010 5:49 pm
โดย เด็กชายข้าหลวง
<span style='color:green'>ไม่รู้จะเริ่มต้นยังงั๊ยค่ะ เพราะมันเหนื่อยใจมากๆ ตอนอยู่เมืองไทย ด้วยหน้าที่การงานและเงินเดือนดีกว่าพี่น้องคนอื่นๆ หน้าที่ลูกที่ดีกตัญญูดูแลแม่และค่าใช้จ่ายบ้านภายในทุกอย่างเลยตกเป็นของพี่ตีโดยปริยาย ยกเว้นผ่อนบ้านเป็นหน้าที่ของพี่สาว เพราะเธอยืมบ้านแม่ไปremortgage ขอบอกว่าค่าใช้จ่ายเดือนนึงไม่ใช้น้อยๆเพราะมีห้าชีวิตในบ้านรวมถึงอดีตแฟนชาวอเมริกันเป็นปลิงเกาะขาอีกคน ทำงานได้เงินเดือนหลังจากหักภาษีและประกันสังคม ประมาณ 49,252.50 ไม่พอใช้ค่ะ พี่ตีทำอย่างนี้ตั้งแต่เริ่มทำงาน มันเลยเป็นหน้าที่ของพี่ตีที่ต้องดูแลทุกอย่างและทุกคนในบ้าน

จนแต่งงานย้ายมาอังกฤษ หน้าที่ดังกล่าวก็ยังไม่หลุดพ้นแถมยังมากขึ้นกว่าเดิม จนบางครั้งพี่ตีรู้สึกว่าชาติที่แล้วเราคงติดหนี้คนในครอบครัวไว้เยอะ (โดยเฉพาะกับพี่สาวของพี่ตี) ชาตินี้เลยเหมือนต้องเกิดมาใช้หนี้คนในครอบครัว เหนื่อยจังเลยค่ะ เหมือนโดน พี่น้องเอาเปรียบตลอด

ขอย้อนไปเรื่อง remortgage พี่สาวแสนดี เอาเงินออกประมาณล้านห้า มาทำธุรกิจกับสามีเธอ เชื่อมั้ยค่ะไม่เคยส่งแบงค์เลย แม่มารู้ตอนมีหมายศาลมาที่บ้าน แม่ก็รีบบอกข่าวดีให้พี่ตีฟังทันทีว่าแบงค์จะมายึดบ้าน แถมบ้านของเธอเองก็โดนแบงค์ยึดขายทอดตลาดไปเีรียบร้อยแต่ไม่พอใช้หนี้แบงค์เธอกลายเป็นบุคคลล้มละลายค่ะ

ทีนี้เดือดร้อนยายลูกสาวที่มีสามีฝรั่ง(ที่ไม่รวย)สิค่ะ (แต่งงานยังไม่ทันถึงหกเดือนเลย) ทำยังงั๊ยจะหาเงินเกือบสองล้าน (ขาดไป2,327.83บาท) ไปใช้หนี้แบงค์ ไถ่บ้านออกจากแบงค์ให้แม่ แถมยังต้องหาเงินอีก สี่แสนไปปลดพี่สาวออกจากล้มละลายจากบ้านหลังเก่าก่อน ถึงจะดำเนินเรื่องบ้านของแม่ได้ ยังไม่รวมต้องหาเงินส่งให้แม่ใช้ทุกเดือนอีก</span>


<span style='color:blue'>พี่ตีเริ่มเกริ่นถึงปัญหาที่เมืองไทยให้คุณสาฟัง เธอก็ได้แต่อึ้ง แล้วก็บอกว่า มันไม่ใช้เงินน้อยๆเลย แถมยังมานั่งใช้หนี้กับหนี้ที่เมียเ้ขาไม่ได้ก่อขึ้นอีก แล้วถามออกมาหนึ่งคำว่า ลูกคนอื่นๆไม่คิดที่จะช่วยอะไรกันบ้างหรอกหรือ

หลังจากพี่ตีถูกสามีปฏิเสธที่จะช่วยเหลือในครั้งแรก ต่อมน้ำตาแตก โทรทางไกลหาแม่ บอกแม่ว่า แม่เค้าไม่ช่วย แม่ฟังได้ก็พูดกลับมาด้วยน้ำเสียงปรกติว่า แม่ไม่แปลกใจหรอกที่เค้าไม่ช่วย อะไรจะเกิดก็ปล่อยให้มันเกิด พี่ตีเริ่มหางานทำ งานที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต ทำงานสุจริตทุกอย่างที่ได้เงิน พยายามพิสูจน์ให้คุณสาเชื่อใจและเห็นว่าไม่ได้แต่งกับเค้าเพราะต้องการเงินเค้า ในที่สุดสิงหาคม 2009 สามปีที่รอคอยก็ประสบผลสำเร็จ เรื่องบ้านของแม่ โดยพี่ตีเป็นหนี้แบงค์ ผ่อนแบงค์เดือนละ 300 ปอนด์ คุณสาบอกว่าถ้าเมื่อไรที่พี่ตีต้องผ่อนเงินแบงค์แล้ว ต้องหยุดส่งเงินไปเมืองไทย และคุณสาเป็นคนช่างจำ เธอเคยพูดว่า แม่มาช่วยเลี้ยงลูกหาปีแรกแม่ได้ที่ดินคืน(ที่ดินที่โคราชของยายยกให้แม่ พี่สาวแสนดี เธอก็เอาไปจำนองกับนอกระบบ 60,000 บาทไถ่คืนในราคา 100,000) แม่มาช่วยเลี้ยงลูกปีที่สองแม่ได้บ้านคืน ครั้งหน้าแม่มาแม่จะได้อะไรกลับเมืองไทย

สิ่งที่จะบอกเล่า ถึงความหมายของคำว่าเหนื่อยใจของพี่ตี ในช่วงเวลาสามปีที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะำไรขึ้นกับบ้านของแม่ พี่ตีทำงานทุกอย่างไม่เลือกที่เพื่อจะได้มีเงินส่วนหนึ่งส่งไปเมืองไทยโดยไม่ต้องขอสามี พี่ตีส่งให้แม่ใช้เดือนละ 400 หรือไม่ก็ 500 ปอนด์ทุกเดือน แม่จะได้มีเงินใช้จ่ายและมีไว้ไปหาหมอ รวมถึง ค่าไฟ ค่าน้ำ โทรศัพท์ สิ่งที่ทำให้แม่พี่ตีไม่เคยเหนื่อย แต่สิ่งที่เหนื่อยและเสียความรู้สึกที่สุดคือ พี่น้องที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ พี่น้องไม่เคยอายที่จะขอยืมเงินแม่ และไม่เคยคิดที่จะคืน แม่ไหว้วานให้ทำอะไรนิดอะไรหน่อย เป็นไม่ทำ ทุกวันที่ออนเอ็มกับแม่ ต้องมีเรื่องเล่า ว่าคนนั้นเป็นอย่างนี้ คนนี้เป็นอย่างนั้น ก็ไม่พ้นปรึกษาแม่อยากได้เงินไปลงทุน ซึ่งนั้นก็หมายถึงแหล่งเงินลงทุนที่ชื่อพี่ตี การที่พี่ตีดูแลแม่ กลายเป็นว่าเงินก้อนนั้นดูแลทุกๆคนในครอบครัว เหมือนว่าแม่มีหน้าที่เอาเงินที่พี่ตีให้ไว้ใช้เอาไปให้ลูกคนอื่นใช้ แม่พูดกับพี่ตีว่า แม่สงสารพี่เค้าไม่มีตังค์ให้ลูกไปโรงเรียน พี่เค้าจะโดนตัดไฟ น้องมันจะโดนยึดรถ น้องมันจะลงทุนเปิดร้านเหล้าปั้น

เพราะทุกวันนี้ยังโอนเงินกลับเมืองไทยให้แม่(แต่ไม่ได้มากเท่าเมื่อก่อนเพราะมีภาระต้องผ่อนแบงค์ํที่นี่) เพื่อแม่จะได้ไม่เดือดร้อนและไม่อดอยาก พยายามทำเท่าที่ทำได้ พยายามหาเงินทุกทางที่ทำได้ โดยไม่ให้คุณสารู้ เพราะเค้าไม่เข้าใจว่าทำไมลูกคนอื่นเลี้ยงแม่ไม่ได้....</span>

โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ มิ.ย. 20, 2010 6:14 pm
โดย MCC
มาอยู่เป็นเพื่อนค่ะ

โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ มิ.ย. 20, 2010 6:15 pm
โดย Sasikarn
พี่ตี

ขอให้พี่ตีรู้ไว้นะคะว่าพี่เก่งแล้วค่ะ โชคดีแล้วที่พี่สามารถมีกำลังส่งเงินไปช่วยเหลือทางบ้านได้

วันไหนที่พี่ส่งไม่ได้นี่สิ ค่อยมากลุ้มค่ะ

หนูก็เคยคิดเหมือนพี่นะคะ ทำไมต้องเป็นตัวหนูด้วยที่ต้องส่งเงินไปให้ใช้ทุกเดือน ทำไมพี่สาวหนูไม่ต้องมารับผิดชอบล่ะ คิดไปคิดมา หนูก็ดีใจกับตัวเองค่ะ ที่มีปัญญาช่วยเหลือครอบครัวได้

โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ มิ.ย. 20, 2010 6:31 pm
โดย Ping
พี่ตีเมื่อสามอาทิตย์ที่แล้วผิงไปทำบุญเพราะคนไทยที่นี่นิมนต์พระมาเพิ่งจะรู้ว่าเมืองที่อยู่มีคนไทยเยอะเพราะผิงมีรู้จักแค่สองสามคน ได้มีโอกาสคุยกับน้องคนที่รู้จักคนไทยที่นี่เยอะเค้าบอกว่าเกือบ90เปอร์เซ็นต์ที่จะต้องส่งเงินช่วยเหลือครอบครัวที่เมืองไทย บางคนต้องเลี้ยงญาติพี่น้องทั้งหมดไม่ใช่แค่พ่อแม่ หลายคนมีปัญหากับสามีก็เพราะเรื่องนี้คะ
อยากจะบอกว่าไม่ใช่มีแค่พี่ตีคนเดียวที่มีปัญหาคะมีเยอะมากๆคะที่มีภาระครอบครัวที่เมืองไทย

โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ มิ.ย. 20, 2010 6:33 pm
โดย naddyswiss
คำตอบคือ พี่ตีเป็นคนดีน่ะค่ะ พี่ตีเลยคิดถึงคนอื่นมากมาย

โหน่งส่งเงินให้แต่พ่อและแม่ใช้เท่านั้นค่ะ

เคยช่วยเหลือพี่ชายค่ะ แต่เค้าก้อเลยไม่คิดจะพึ่งสองมือ สองเท้าของเค้าเลย

ก้อเลยปล่อยเค้าไปตามยถากรรมค่ะ เพราะโหน่งอยู่กะพี่ชายจนเค้าแก่ตายไม่ได้

โหน่งเลยต้องรีบให้เค้าพึ่งสองเท้า สองมือของเค้าเองตั้งแต่บัดนี้

ชีวิตโหน่งๆบอกตามตรงว่า โหน่งขอดูแลตาแดงกะยายเหน่งมากเท่าที่ชีวิตโหน่งจะตอบแทนเค้าได้ค่ะ ไม่ว่าอะไรที่ทำให้พ่อแม่โหน่งมีความสุขโหน่งขอทำให้ก่อนค่ะ เค้าสองคนจะเป็น first prority เพราะคิดอย่างเดียวว่า ไม่อยากนั่งเสียใจถ้าวันนึงยังไม่ได้ทำในสิ่งที่พ่อแม่อยากจะทำ อยากให้พ่อแม่เค้าตายไปจากโลกนี้ อย่างน้อยเค้าได้รู้สึกว่า เค้าได้ทำในสิ่งที่เค้ามีความสุข

ตอนนี้กำลังรอคอยการมาเยือนของตาแดงค่ะ อีกไม่กี่ชั่วโมงโหน่งต้องตื่นนอนไปรับพ่อมาสวิสครั้งแรก โหน่งตื่นเต้นกว่าพ่ออีก พ่อก้อคงตื่นเต้นด้วยเหมือนกัน ความฝันที่โหน่งอยากะขับรถพาพ่อเที่ยวในสวิสกำลังจะเป็นจริงแล้วนะคะ ดีใจจัง แล้วจะเอารูป "เสธแดง อิน ดอย"มาให้ดูกันค่ะ อิอิ

โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ มิ.ย. 20, 2010 6:39 pm
โดย Phailin
เรื่องครอบครัว อยากบอกว่าเหนื่อยมากเลยค่ะพี่ตี แต่ก็ต้องอดทน
มีพี่สาว 1 น้องชาย 1 แต่เรามีสามีเป็นฝรั่งเลยต้องเป็นคนดูแลพ่อกับแม่แทน
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม ถ้าเจี๊ยบแต่งงานกับหนุ่มไทยทุกคนคงช่วยกันดูแลพ่อกับแม่

โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ มิ.ย. 20, 2010 7:50 pm
โดย naddyswiss
พี่คนที่โหน่งเคยเล่าให้ฟังว่าโหน่งหาสามีฝรั่งให้เค้าได้น่ะค่ะ

ตอนนี้เค้าแต่งงานกะฝรั่งได้สมใจ ทีนี้เค้าบอกว่าตอนนี้เค้าเริ่มเครียด

เพราะว่าญาติพี่น้องเค้ามีค่านิยมว่า แต่งงานกับฝรั่งแล้วจะมีเงินมากมาย

ทีนี้ลุงเค้าก้อไม่ได้รวยอะไรมาก ผ่อนบ้าน จ่ายภรรยาเก่าด้วย ส่งลูกอีกหนึ่งคน

แต่ลุงเค้าก้อช่วยพี่เค้าส่งเสียลูกของพี่เค้าที่กำลังเรียนหนังสืออยู่เดือนละ ห้าร้อยฟรังก์

แต่พี่เค้าก้อยังเครียด เครียดที่ว่าโทรกลับบ้านทีไรพี่น้องก้อขอยืมเงิน

พี่เค้าก้อทำงานเล็กๆน้อยช่วยหั่นผัก ก้อไม่ได้เงินเยอะอะไร

แกบอกว่าแกไม่กินอะไรฟุ่มเฟื่อยเลย แกบอกว่าอยากเก็บเงินเยอะๆ เพราะตอนกลับบ้านต้องเหมือนว่ามีเงินไปโชว์ญาติพี่น้องว่ามีสามีฝรั่งแล้วนะ มีเงินเยอะขึ้น ฉันรวยอะไรแบบนี้

โหน่งสงสารเค้าเหมือนกันนะ พี่เค้าเอาเงินมาโชว์โหน่งโหมาอยู่ไม่กี่เดือนมีเงินเก็บมากกว่าหะโหน่งอีก หะโหน่งอ่ะไม่มีเงินเก็บสักกะบาทเลย กร๊ากๆๆ

แต่แบบว่าโหน่งคิดว่าเค้าน่าจะหาความสุขให้ตัวเค้าเอง แล้วคิดถึงตัวเค้าเองและลูกของเค้ามากกว่า เพราะตอนที่เค้าต้องทำงานที่เมืองไทยส่งเสียลูกเค้าเรียน ตอนที่เค้าไม่มีเงินจะให้ลูกไปเรียน ก้อไม่เห็นมีใครออกปากเอาเงินมาให้ลูกเค้าเลย แต่พอเค้าแต่งงานกับฝรั่ง มีแต่คนมายืมเงินกัน

ที่โหน่งไม่ค่อยยุ่งกะคนอื่น หรือญาติพี่น้องมากนัก เพราะตอนโหน่งจนๆเป็นกระยาจก นั้นพอ่แม่โหน่งทั้งนั้นที่ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน ฉะนั้นคนที่โหน่งจะคิดถึงมากที่สุดคือพ่อแม่ของโหน่ง

แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรลืม นั้นคือ กลับไปตอบแทนใครก้อตามที่มีบุญคุณกะเราให้ครบ และข้อสองเมื่อเรามีกิน เราได้แต่งงานกะสามีดีๆ เรามีกินมีใช้ อย่าทำเด็ดขาดคือ....อย่าดูถูกคนที่เค้ามีน้อยกว่าเรา

โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ มิ.ย. 20, 2010 8:09 pm
โดย Anne_in_Holland
แอนก้อส่งเงินเดือนให้แม่ เหมือนกันค่ะ เพราะทำตั้งแต่ทำงานอยู่ที่เมืองไทยแล้ว
ยังให้เงินเดือนแกเท่าเดิม ไม่ได้เพิ่ม ให้เลยจ้า

อยากบอกว่า ภูมิใจนะคะ ในเดือนแรก ที่ส่งเงินให้แม่ ปลื้มใจมาก ถึงมันไม่ได้มากโขอะไร
แต่อย่างน้อย มันก้อทำให้ผู้หญิงคนที่เรารักที่สุด มีความสุขได้

การทำบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สด คือการได้ตอบแทนบุญคุณบุพพการีของเรา แอนเชื่อว่าทุกวันนี้ ที่แอนมีรายได้พอใช้ ก้อมาจากกุศลอันนี้นะคะ

เมื่อเรายิ่งให้ เราจะยิ่งได้รับกลับคืนมา มากทวีคูณ แม่มักจะอวยพร แอนเสมอๆว่า ขอให้ลูกเจริญๆ เท่านี้ แอนก้อเป็นปลื้มแล้วละค่ะ

มาเป็นกำลังใจให้พี่ตี ด้วนคนนะคะ

โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ มิ.ย. 20, 2010 8:11 pm
โดย ERNIE & BIBI
เรื่องนี้มันหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆจยุ้ยก้อส่งทุกๆเดือนเหมือนกัน แต่ยุ้ยพยามคิดทางบวก เพื่อปลอบใจตัวเองว่า ได้ทำหน้าที่ลูก ในขณะ ที่น้องๆเสียโอกาสนี้ไป (เพราะเขาลำบากก่วาเรา)
แต่บางที บางช่วงขัดสนคิดบวกไม่ไหว ก้อบ่นเหมือนกัน ทำมาย มีแต่กรู มีแต่กรูว๊า

โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ มิ.ย. 20, 2010 8:19 pm
โดย lola
แวะมาเป็นกำลังใจให้พี่ตี นะคะ พี่ตีอย่าท้อนะคะ สู้ๆ ค่ะ โลล่า ก็เป็นคนนึง ที่ส่งให้ให้แม่ทุกเดือนค่ะ เหตุผลก็คือ เคยให้ตั้งแต่สมัยทำงาน ยังไม่ได้แต่งงาน ก็ให้เหมือนเดิม หลังแต่งงาน พ่วง ยาย ด้วยอีกคน แต่ก็ เต็มใจและอยากให้ค่ะ เพราะแม่ และยาย เลียงเรามาตลอด และส่งเสียเรียนหนังสือจนจบ ค่ะ ส่วนญาติ คนอื่นๆ แฟนไม่อนุมัติ ค่ะ และไม่มีให้ด้วยคะ โลล่า บอกไปตรงๆ อย่างนี้เลยค่ะ... เค้าจะมาว่า อย่างไรก็ไม่สนค่ะ เวลากลับไป ก็บอกแค่ว่า ฉันอยู่นี่ สุขสบายดี งานการไม่ได้ทำ มีส่งให้แม่และยาย แต่ไม่มีพอสำหรับ คนอื่น จบค่ะ.... แต่ถ้าซื้อกับข้าว มาทำ มากินกันที่บ้าน ตอนกลับไปนี่ แฟนโอเคไม่ว่าอะไร... ยังไงพี่ตีก็ อย่าคิดมากนะคะยังมีหลายคนค่ะ ที่ไม่มีจะให้ แต่ต้องพยายาม หาส่งไปให้ได้ เครียดกว่าเราอีกแยะค่ะ...

โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ มิ.ย. 20, 2010 8:20 pm
โดย Layla
Anne_in_Holland เขียน: แอนก้อส่งเงินเดือนให้แม่ เหมือนกันค่ะ เพราะทำตั้งแต่ทำงานอยู่ที่เมืองไทยแล้ว
ยังให้เงินเดือนแกเท่าเดิม ไม่ได้เพิ่ม ให้เลยจ้า

อยากบอกว่า ภูมิใจนะคะ ในเดือนแรก ที่ส่งเงินให้แม่ ปลื้มใจมาก ถึงมันไม่ได้มากโขอะไร
แต่อย่างน้อย มันก้อทำให้ผู้หญิงคนที่เรารักที่สุด มีความสุขได้

การทำบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สด คือการได้ตอบแทนบุญคุณบุพพการีของเรา แอนเชื่อว่าทุกวันนี้ ที่แอนมีรายได้พอใช้ ก้อมาจากกุศลอันนี้นะคะ

เมื่อเรายิ่งให้ เราจะยิ่งได้รับกลับคืนมา มากทวีคูณ แม่มักจะอวยพร แอนเสมอๆว่า ขอให้ลูกเจริญๆ เท่านี้ แอนก้อเป็นปลื้มแล้วละค่ะ

มาเป็นกำลังใจให้พี่ตี ด้วนคนนะคะ

น้องแอนด์
นอกจากสวยแล้วยังน่ารักอีกนะจ๊ะ พี่ชอบที่หนูพูดจัง จะทำยังไงถึงจะสอนลูกให้อ่อนน้อมและ
กตัญญูอย่างนี้ได้หนอแอนด์


พี่ตี
มาให้กำลังใจค่ะ ใครๆก็มีภาระพี่ แต่ภาระอาจแตกต่างกันคนละอย่าง แต้วว่าคนที่ทำอย่างพี่ตีได้ น่านับถือนะคะ แต้วยังทำไม่ได้เลยพี่ เดี๋ยวผรุบเดี๋ยวโผล่ ให้บ้าง หายบ้าง เงียบไปเลยก็มี แบบนี้น่ะค่ะ
จนอ่ะพี่ ต้องทนต่อไป เป็นเมียฝรั่งชั่งลำบากเสียนี่กระไร ตำน้ำพริกขายอีกกี่ปีถึงจะรวย..... ว่าแล้วก็เซ็งต่อไป

โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ มิ.ย. 20, 2010 11:22 pm
โดย pamie
เฮ้อ... ฟังพี่ตีรู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกนี้แหะ ปอมก็เป็นคนหนึ่งที่มีชีวิตดราม่าคล้ายๆพี่ คือเป็นน้องคนสุดท้อง แต่ดันทำงานหาเงินได้มากกว่าคนอื่น แล้วแถมยังมามีหลานให้ตาให้ยายเลี้ยง ก็เลยกลายเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบครอบครัวไปโดยปริยาย ทั้งๆที่พี่ชายปอมแรกๆทำงานเขาเงินเดือนสูงกว่าปอมแน่นอน แต่เป็นคนใช้เงินสุรุ่ย สุร่าย เห็นแก่ตัว ภาระเลยตกกะปอม ตั้งแต่ยังไม่แต่งกะฝรั่งจนเดี๋ยวนี้ ส่วนพี่สาวแสนดีเป็นสาวโสด แต่ก็อ่อนแอ วันๆ ปอมมานั่งภาวนามากกว่าขอให้เขากัดฟัน ให้คิดว่าไม่มีงานก็ไม่มีเงินด้วยเถิด สิ่งศักดิสิทธิ เขาจะได้ทำงานต่อไปเพื่อแบ่งเบาภาระน้องแต่เขาก็ได้แค่นั้น เขาให้เงินเลื้ยงดูแม่ไม่ได้ เขาว่างั้น เงินเดือนไม่พอใช้ เฮ้ออ
เพราะถึงเขาช่วยแค่ ค่ำน้า ค่าไฟ ที่บ้าน ก็ถือว่าแบ่งภาระปอมได้ส่วนหนึ่ง ส่วนพี่ชาย เห็นแก่ตัวยังไง ทุกวันนี้จะสี่สิบแล้ว ก็ยังเหมือนเดิม ปอมนะพี่ตี คิดถึงพ่อ คิดถึงแม่ แต่พอกลับไทย เหมือนไม่อยากอยู่บ้าน เพราะอึดอัดที่ต้องอยู่กับคนเห็นแก่ตัวอย่างมัน

คิดดูหนูถามแม่ว่า พี่ชายเคยให้เงินใช้มั่งไหม
แม่ตอบ... มันให้ ให้ทุกเดือนแหละ แล้วมันก็ขอคืนไปทุกเดือน เขาฝากไว้นะ
ปอม... เจริญนะแม่ มันนะ หนูรู้นะว่ามันขอคืนมากกว่าที่ฝากแม่ไว้ ซื่งเงินนั้นนะ มันเงินหนูที่ส่งไปให้แม่กินใช้นะ
แม่ .... เออ ! เอาเหอะให้มันเอาตัวเองรอดก็พอ
ปอม... แล้วปอมหละแม่ (อยากร้องไห้) ปอมเหนี่อยนะแม่ แล้วก็แค่นั้น เพราะต่อไปก็ไลฟ์บอย ยังไงก็ลูกเขา

ทั้งๆที่เป็นบ้านของตัวเอง ซื้อให้พวกเขาอยู่ ผ่อนแบงค์อยู่ ยังอยู่ไม่ได้ แต่พอกลับมานี่ก็คิดถึงเมืองไทย ชาตินี้ถ้ามัน(พี่ชาย)ไม่ตายก่อน ปอมจะมีวาสนาได้กลับไปแก่ที่เมืองไทยไหมเนียะ เฮ้ออ.. เรื่องเลวของเขาล่าสุดที่ปอมรู้ว่า อายุและการศึกษากล่อมเกลาให้เป็นคนดีไม่ได้คือ มืนเข้าไปขโมยบัตรเอทีเอ็มพ่อ กดเอาเงินประกันชีวิตพ่อ ห้าหมืนบาทไปหมด และเงินนั้นที่เจ็บปวดที่สุด เป็นเงินปอมกะพี่สาวที่ช่วยกันส่งให้พ่อมากว่าสิบห้าปี มันขโมยเงินปอมกะพี่สาวชัดๆ เฮ้อ ยังไงขอให้พี่ตีสู้ต่อไปนะคะ อย่างน้อยพี่ก็อยู่ไกล ปอมว่าก็ไม่น่าจะเครียดเหมือนอยู่ใกล้พวกเขานะ บางทีเราก็ต้องทำเป็นปิดหู ปิดตามั่ง เพราะชีวิตเขา ก็คือชีวิตเขาที่ต้องหาทางแก้ไขเอง จะใช้จมูกคนอื่นหายใจตลอดไม่ได้หรอก ลองดูนะพีลองใจแข็งดู

โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ มิ.ย. 20, 2010 11:29 pm
โดย pimlapas
<span style='color:red'>เป็นกำลังใจให้นะคะน้องตี น้องทำดีแล้วค่ะ</span>

ส่วนพี่พิมไม่ได้ส่งเป็นรายเดือน จะส่งให้ตอนเทศกาล วันสำคัญ หรือว่าโอกาสพิเศษ เท่านั้นเองค่ะ แต่ก็ให้เป็นก้อนใหญ
เมื่อก่อนก็เศร้าใจทุกครั้งหากต้องส่งเงินให้พ่อ กับแม่ เงินเก็บของเขาๆไม่เคยได้ใช้เลย เมื่อก่อนแกมีเก็บเยอะ แต่ตอนนี้ บ่นๆ ว่าไม่ค่อยมีเงินแล้ว ขนาดสองคน ตา ยาย มีเงินเดือนนะ เพราะเป็นข้าราชการเก่า ได้เงินบำนาญ ลำพังสองคน ใช้ยังไงก็ไม่หมด
แต่จะมี ลูกๆ บางคนที่ไม่ยอมทำงานทำการ หรือมีงาน แต่ก็ไม่อยากจะทำ (มันมีเยอะนะคนแบบนี้) มาคอยแทะ คอยเอาไปตลอด พ่อแม่ก็ประหยัดสุดๆ กินอะไรก็ประหยัด
เพราะอยากเก็บเงินไว้ให้คนไม่ยอมทำงานได้เอาไว้ใช้ แบบไม่ขาดมือ เรานึกโมโห และเสียใจ ว่า เราให้เขา แล้วคนอื่นมาเอาไป คิดแล้วไม่อยากให้เลย เพราะพ่อ แม่ไม่ได้ลำบากอะไรสักนิด เพียงแต่เราอยากให้เขาเท่านั้นเอง
นานๆ ช้าๆ แกก็โทรมาเหมือนกัน ว่าคนนั้นอยากเอาไปลงทุน คนนี้อยากเอาไปดาวน์รถ คนนั้นเป็นหนี้ อยากเอาไปโป๊ะ แม่ก็ดิ้นหาเงินให้เขาตลอด เป็นทุกข์ให้พวกเขาตลอด คือคนเป็นแม่นั่นแหละ ลูกยังไงก็ไม่โตในสายตาเขาหรอกมั้ง เราก็ส่งเงินให้นะ ทุกโอกาสพิเศษ
ให้เท่าที่เราให้เขาได้ ดูแล เท่าที่เราดูแลเขาได้ พ่อ แม่เราต้องดูแลเขาให้ดีที่สุดอยู่แล้ว ส่วนเรื่องเงินที่ให้ อย่าทำให้มันเป็นทุกข์ค่ะน้องตี พี่พิมคิดแบบนี้ค่ะ <span style='color:red'>เงินเราให้เขาแล้วนี่ เขาจะเอาไปทำอะไรก็ช่าง จะเอาไปให้ใครก็ช่าง
แล้วเราจะสบายใจค่ะ เพราะคนที่จ้องจะมาเอา เขาก็ทำต่อไปอยู่ดี คิดไปก็ไม่ได้อะไร เราเป็นทุกข์มากยิ่งขึ้น ทำใจนะจ๊ะ</span>

โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ มิ.ย. 20, 2010 11:42 pm
โดย nutty_eye
มาเป็นกำลังใจให้พี่ตีอีกคนหนึ่งนะคะ ส่วนตัวน้องนัทเองก็ไม่ได้ส่งให้แม่ทุกเดือนหรอกค่ะเพราะว่า
มีเงินเก็บบางส่วนไว้ให้แม่ใช้ ให้ท่านไปเบิกเอา แต่แม่แกไม่ค่อยอยากไปเบิกใช้เท่าไหร่ ตอนนี้แก
ก็ทำงานเล็กๆน้อย คือ มีเพื่อนบ้านให้เลี้ยงเด็กให้เขา แต่เงินเดือนก็ไม่มากเท่าไหร่หรอกค่ะเขาให้
เดือนละ 2,500 แกก็ใช้เท่านั้นแหละค่ะ แต่ดีอย่างว่าคนที่เขาเอาเด็กมาให้แม่เลี้ยงเขาค่อยข้างจะดูแลแม่เราได้บ้างเวลาแม่ไม่สบาย เพราะนัทเป็นลูกคนเดียว มาอยู่ไกลแม่แต่มีเพื่อนบ้านที่ดีเลย
หายห่วงไปบ้าง เรื่องญาติพี่น้องนี่ แม่ไม่เอาใครซักคนคะ เพราะแม่บอกว่าตอนที่เราอยู่คนเดียว
ไม่เห็นจะมีใครโทรมาเลย แต่หลังจากที่นัทแต่งงานกับฝรั่ง ญาติชอบโทรมาปรึกษานั้นนี่ แต่แม่ก็
ตอบปฎิเสธว่าไม่มีหรอก ทุกวันนี้ยังรับจ้างเลี้ยงเขาอยู่เลย ทุกวันนี้ก็เลยกลายเป็นคนไม่มีญาติ
ไปโดยปริยายค่ะ แต่ก็สบายใจดีค่ะ ไม่ต้องไปรับรู้ปัญหาของคนอื่น กลับไปไทยแม่เลยให้นัทไป
ทำเรื่องบริจาคร่างกายให้แกซะเลย แกบอกว่าตายไปจะได้ไม่ต้องไปเดือนร้อนญาติพี่น้องหรือคนอื่นให้วุ่นวาย อีกอย่างได้บุญด้วย

โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ มิ.ย. 21, 2010 1:01 am
โดย Puimek
<span style='color:green'>น้องตี การได้ทดแทนพระคุณพ่อแม่เป็นสิ่งที่นอกจากทำให้เรามีความสุข
ก็ยังจะทำให้เราพบแต่ความเจริญในชีวิตค่ะ ไม่ว่าจะทดแทนท่านด้วยการให้เงินทอง
หรือทำให้ท่านมีความสุขอย่างใดอย่างหนึ่ง พี่เองก็ส่งเงินให้พ่อแม่ตลอดมา
เพราะถือว่าตัวเองอยู่ำไกล ไม่โชคดีอย่างพี่สาวที่ได้อยู่ใกล้ ได้ดูแลพ่อแม่
ตอนแม่ป่วย ต้องล้างไตที่โรงพยาบาล ความจริงแม่มีค่ารักษาพยาบาลจากรัฐ
เพราะเป็นข้าราชการบำนาญ แต่เราสามคนพี่น้องก็ช่วยออกเงินกันเพื่อให้แม่ได้ไปล้างไต
ที่โรงพยาบาลเอกชน เพราะอย่างน้อย รพ.เอกชนก็ให้บริการดีกว่า เราอยากให้แม่สบาย

ครอบครัวพี่อาจโชคดี ที่สามคนพี่น้องไม่มีใครเกี่ยงเรื่องค่าใช้จ่ายในการดูแลพ่อแม่เลย
ใครมีมากให้มาก ใครมีน้อยให้น้อย ไม่เคยต้องมาบอกว่าทุกอย่างหารสาม
ตอนนี้แม่เสียแล้ว เหลือแต่พ่อ นอกจากเราจะดูแลพ่อให้มีความสุขกายสบายใจ
เมื่อไหร่เรามีเงินพิเศษ ก็จะพาพ่อไปเที่ยวทั้งในและนอกประเทศเท่าที่ทำได้

พี่ปุยตอนนี้ไม่ว่าจะมีรายได้จากงานเขียนงานแปลที่เมืองไทย
พี่เข้าบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายให้พ่อทุกบาททุกสตางค์ ไม่เคยนึกเสียดายเลย
มีแต่มีความสุขทุกครั้งที่รู้ว่าได้เป็นค่ายาให้พ่อ ค่าดูแลชีวิตประจำวันพ่อ
บ่อยครั้งพี่นั่งมองรถคันเก่าของตัวเอง คำนวณเล่นๆ ถ้าเอาเงินจากไทยมาใช้ที่นี่
ป่านนี้คงได้ CRV ใหม่เอี่ยม แต่พี่กลับมีความสุขมากกว่าที่ได้ขับรถกระป๋องเก่าๆ
แต่เอาเงินส่วนนั้นไปดูแลพ่อ...พี่เชื่อว่าหลายคนเป็นแบบพี่
รวมทั้งน้องตีด้วยใช่ไหมคะ

อย่าไปน้อยใจเลยนะ พี่น้องคนไหน ถ้าใครเขาจะช่วยไม่ช่วย
ขอแค่ให้เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เราจะมีความสุขความเจริญในชีวิตค่ะน้องตี
ไม่มีบุญไหนจะยิ่งใหญ่เท่าการได้ทำบุญกับพ่อแม่เรานะคะ</span>