หน้า 1 จากทั้งหมด 30

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ ม.ค. 08, 2011 12:41 am
โดย Puimek
เปิดศักราชใหม่ 2554 ด้วยกระทู้ประสบการณ์สัมผัสที่หก เวอร์ชั่นสี่ นะคะ

ส่วนเวอร์ชั่นสาม ตามไปดูได้ที่ลิงค์ข้างล่างนี้ค่ะ


<a href='http://www.kruaklaibaan.com/forum/index.php?showtopic=42325&st=300' target='_blank'>http://www.kruaklaibaan.com/forum/index.ph...ic=42325&st=300</a>

ปล. เว็บโมท่านใดทำชื่อลิงค์เป็น รบกวนช่วยแก้ให้ด้วยนะคะ
อยากทำลิงค์ข้างบนนี้ด้วยการเขียนว่า "ประสบการณ์สัมผัสที่หก (สาม)"
เพื่อให้พี่ๆ น้องๆ ตามไปอ่านได้สะดวกค่ะ ขอบคุณนะคะ

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ ม.ค. 08, 2011 12:53 am
โดย Puimek
<span style='color:green'>ขอเปิดกระทู้ใหม่ด้วยการเล่าเรื่องครอบครัวที่มาเยี่ยมให้ฟังต่อนะคะ

ต่อเนื่องจากตอนที่คุณพ่อและครอบครัวพี่สาวรวมสี่คน
ที่จะบินมาออตตาวา (แคนาดา) เมื่อก่อนคริสต์มาส
แล้วลงฮีทโธรว์ไม่ได้ ไปติดอยู่ซูริค แล้วในที่สุดต้องบินกลับไทย
เริ่มต้นใหม่ สายใหม่ โดยบินมาทางแปซิฟิคแทน
(รายละเอียดอยู่ในกระทู้ข้างล่างนี้ค่ะ)
</span>
<a href='http://www.kruaklaibaan.com/forum/index.php?showtopic=42494' target='_blank'>http://www.kruaklaibaan.com/forum/index.php?showtopic=42494</a>

<span style='color:blue'>พอคุณพ่อและครอบครัวพี่สาวมาถึงออตตาวาได้ในที่สุดเมื่อวันที่ 22 ธค.
(จากกำหนดเดิมที่ตอนแรกจะมาถึงวันที่ 19 ธค.)
เราก็ได้ใช้เวลาด้วยกันอย่างสนุกและมีความสุข... (รูปจะตามมาทีหลัง)

จนกระทั่งถึงกำหนดบินกลับในเช้าวันที่ 5 มค.
ซึ่ีงตามตั๋วที่ซื้อใหม่ ต้องบินจากออตตาวา ไปโตรอนโต
และจากโตรอนโต ไปนาริตะ จากนาริตะกลับกรุงเทพฯ
แต่ปรากฏว่าพอไปเช็คอิน กลับมีเรื่องอีกจนได้
เพราะทางเคาน์เตอร์เช็คอินบอกว่าเครื่องจากโตรอนโตขัดข้อง
ต้องซ่อม และจะเสียเวลา ทำให้บินไปต่อเครื่องที่นาริตะไม่ทัน
ต้องแก้ไขใหม่... แล้วเขาก็ส่งเราไปที่อีกเคาน์เตอร์หนึ่ง

</span>

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ ม.ค. 08, 2011 12:59 am
โดย Puimek
<span style='color:blue'>ทางเคาน์เตอร์เช็คอินที่เราถูกส่งไปใหม่ก็พยายามแก้ปัญหาให้
ด้วยการหาเส้นทางใหม่ เธอเสนอเส้นทางจากโตรอนโตไปปักกิ่ง
และต่อเครื่องที่ปักกิ่งกลับกรุงเทพฯ แทน... แต่พี่สาวปุยไม่ยอม
เพราะไม่ต้องการบินไชน่าแอร์ไลน์ พี่สาวบอกว่าถ้าเป็นการบินไทยจะโอเค

เจ้าหน้าที่คนนั้นก็พยายามต่อ แต่ก็ไม่มีสายไหนที่จะต่อเครื่องได้ทันเลย
(เจ้าหน้าที่ของแอร์แคนาดาค่ะ)

ในขณะที่เธอกำลังพยายามต่อ อยู่ๆ ปุยก็รู้สึกว่าพ่อกับพี่จะได้ย้อนกลับไปทางเดิม
คือทางแอตแลนติกที่จะบินมาตอนแรกและมาไม่ได้ ซึ่งก็คือออตตาวา ลอนดอน
ลอนดอน กรุงเทพฯ... เลยถามเจ้าหน้าที่ไปว่าเป็นเส้นทางนี้ได้ไหม
ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าตามกฎนั้น ถ้าตั๋วเดิมมาทางแปซิฟิก ก็ต้องรีรูททางแปซิฟิก
เขาจะไม่ยอมเปลี่ยนมหาสมุทรที่จะบินข้าม และอีกอย่าง ทางแอตแลนติกก็แพงกว่าด้วย

อย่างไรก็ตาม ในเมื่อความรู้สึกมันบอกอย่างนั้น ก็เลยต้องถามเขาไป
(สามียืนข้างๆ ยังงง... ทำหน้าแบบว่า.. เธอคิดได้ยังไงเนี่ย...)
ปรากฏว่าเป็นไปตามที่คาด เจ้าหน้าที่ตอบมาทันทีว่าไม่ได้
เพราะกฎระเบียบไม่ให้เปลี่ยนการบินข้ามมหาสมุทร

</span>

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ ม.ค. 08, 2011 1:09 am
โดย Puimek
<span style='color:blue'>ปุยเลยกระซิบบอกสามีให้ช่วยอธิบายต่อให้หน่อย
ว่าความจริงในตอนแรก กลุ่มของเราจะมาทางแอตแลนติกอยู่แล้ว
แต่เพราะเจอพายุหิมะ... ทำให้ต้องแคนเซิลตั๋วเก่า แล้วเปลี่ยนเส้นทาง
ไปบินข้ามแปซิฟิกแทน

สามีกระซิบตอบว่าตั๋วทั้งสองใบ (เก่าและใหม่) ไม่มีความเกี่ยวข้องกันแล้วในทางปฏิบัติ
เพราะเราแคนเซิลตั๋วเก่าและซื้อตั๋วใหม่ เราไม่ได้รีรูทเส้นทางจากตั๋วเก่ามาเป็นเส้นทางใหม่
แต่เพราะปุยยืนยัน สามีก็เลยบอกว่าจะลองดู...

ตอนสามีกำลังอธิบายให้เจ้าหน้าที่ฟัง ปุยก็เริ่มสวดมนต์ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า
ถ้าท่านดลใจปุย ก็ขอให้การเจรจาผ่านไปได้ด้วยดี ขอให้ได้ตามที่ปุยรู้สึก
ตอนนี้ พี่สาวบอกว่าถ้าจะให้จ่ายเพิ่มก็ยอม เพราะยังไงๆ เธอก็ไม่บินไชน่าแอร์ไลน์

พอคุณสามีอธิบายจบ เจ้าหน้าที่บอกว่าขอเวลาแป๊บนึง
และเธอก็โทรไปหาซุปเปอร์ไวเซอร์ อธิบายตามที่เราบอก
จากนั้น ซุปเปอร์ไวเซอร์บอกว่าจะโทรกลับมาแจ้ง
เรายืนรอเขาโทรกลับประมาณ 10 นาที ช่วงนั้นเจ้าหน้าที่พยายามบอกเราว่าคงไม่ได้
เพราะกฎระเบียบว่าไว้อย่างนั้น ที่สำคัญ เธอหาเส้นทางใหม่ให้ได้แล้ว
คือบินไปปักกิ่งแทนนาริตะ ก็คงจะุยิ่งทำให้ซุปฯ เห็นว่าไม่จำเป็น
แต่ในเมื่อผู้โดยสารขอ เธอก็ให้บริการตามหน้าที่
และยังถามเราว่าถ้าซุปฯ โทรกลับมาว่าไม่ได้ เราจะเอารูทปักกิ่งมั้ย
หรือจะเอารูทนาริตะเหมือนเดิม แต่เลื่อนวันบินเป็นพรุ่งนี้แทน

ปุยตอบเธอว่าขอฟังคำตอบจากซุปฯ ก่อน
(ตอนนี้พี่สาวเตรียมคำนวนเงินในกระเป๋าแล้ว
ว่าถ้าต้องจ่ายเพิ่ม เธอจะมีปัญญาจ่ายได้เท่าไหร่)

</span>

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ ม.ค. 08, 2011 1:27 am
โดย Puimek
<span style='color:green'>แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นกับครอบครัวเราอีกครั้งหนึ่ง
ซุปฯ โทรกลัีบถึงเจ้าหน้าที่ และแจ้งว่าเปลี่ยนเส้นทางให้ได้
และไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มแม้แต่เหรียญเดียว...ท่ามกลางความแปลกใจของทุกคน
โดยเฉพาะของตัวเจ้าหน้าที่เอง เธอยังบอกว่าเราโชคดีมาก
เพราะรีเควสท์แบบนี้ ปรกติซุปฯ จะไม่ให้ง่ายๆ เลย...

จากนั้น เจ้าหน้าที่ก็ออกตั๋วใหม่ให้เป็นเส้นทางใหม่
ออตตาวา ลอนดอน กรุงเทพฯ... เลื่อนเวลาออกไปบินตอนกลางคืน
ทำให้ครอบครัวเราได้อยู่ด้วยกันต่ออีกหนึ่งวัน...

ยังนะคะ... ยังไม่จบ มีต่ออีกนิดหน่อย

</span>

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ ม.ค. 08, 2011 1:48 am
โดย Puimek
<span style='color:blue'>พอคืนวันที่ 5 มค. ส่งพ่อกับครอบครัวพี่เรียบร้อยโดยบินเส้นทางใหม่
(ออตตาวา ลอนดอน กรุงเทพฯ) ปุยก็ตามดู flight status ตลอด
กำหนดเครื่องจากลอนดอนถึงกรุงเทพฯ วันที่ 7 มค. เวลา 6 โมงเช้า(เมืองไทย)
ซึ่งก็คือ 6 โมงเย็นวันที่ 6 ของออตตาวา ปุยก็นั่งเฝ้าหน้าจอเพื่อรอดูเครื่องลง

<span style='color:red'>ปรากฏว่า 5 โมง 57 นาที อยู่ๆ วิทยุในครัวก็ดังขึ้นโดยไม่มีใครเปิด</span>
<span style='color:blue'>สามีนอนอ่านหนังสืออยู่ในห้องนอน ปุยนั่งเฝ้าจอคอมฯ ในห้องทำงาน
วิทยุอยู่ในครัวดังขึ้นเอง เป็นเพลงที่ร้องว่า "Here I am.. the one that you love...."</span>

ตอนนั้นปุยตกใจ วิ่งไปดูว่าสามีอยู่ที่ไหน แล้วก็เห็นว่าเขาอยู่ในห้องนอนจริงๆ
ในบ้านมีเราอยู่สองคน ถ้าอย่างนั้น ใครเป็นคนเปิดวิทยุ????

เมื่อหาคำตอบยังไม่ได้ ก็ปล่อยให้วิทยุดังไปเรื่อยๆ...
ปุยขึ้นมาเฝ้าจอต่อ 6โมง 15 ก็แล้ว... 6 โมงครึ่งก็แล้ว
หน้าจอยังไม่รายงานว่าเครื่องลงจอด.. เริ่มใจไม่ดี กลัวจะมีเหตุอะไรอีก
แต่อีกใจก็บอกว่าไม่เป็นไร เครื่องต้องลงจอดได้ไม่มีปัญหา (สิน่า...)

และแล้ว 6 โมง 35 นาที หน้าจอก็บอกว่าเครื่องลงจอดได้เรียบร้อย
เมื่อเวลา 5 โมง 57 นาที... ปุยก็ฉุกใจคิด ตอนที่วิทยุดังขึ้นเองก็ 5 โมง 57 นาที
หรือแม่จะมาบอก ว่าไม่ต้องห่วงหรอกลูก เครื่องลงเรียบร้อยแล้ว???...

พอประมาณทุ่มครึ่ง หรือ 7 โมงครึ่ง (เช้า) เมืองไทย พี่สาวก็โทรมาหา
บอกว่าถึงเมืองไทยเรียบร้อย เครื่องลงจอดก่อนหกโมงแป๊บนึง
ปุยก็ถามว่าแป๊บนานมั้ย เธอตอบว่าไม่นาน... สักไม่ถึงห้านาทีก่อนหกโมง...
(ก็น่าจะเป็นเวลาเดียวกับที่วิทยุดังขึ้นเองตอน 5 โมง 57 นาที)...

สรุปแล้ว... ทุกคนถึงเมืองไทยอย่างปลอดภัยค่ะ

อ้อ... เรื่องวิทยุที่ดังขึ้นเองนี้ สามีปุยอยู่ในห้องนอนก็ได้ยิน
เขาก็งงว่าทำไมปุยเปิดวิทยุดัง พอเล่าให้เขาฟัง เขาบอกว่า..
It's a mystery...

จบแล้วค่ะ... เพื่อนๆ มาคุยกันต่อนะคะ</span>

โพสต์โพสต์แล้ว: เสาร์ ม.ค. 08, 2011 3:41 am
โดย หนูป้อม
เป็นเรื่องที่ลึกลับจริงๆ ด้วยค่ะ
ใครไม่เคยเจอจะไม่เข้าใจ...
(ไม่ได้ว่าใครนะ...ตัวเอง)

ก่อนหน้านี้ไปกราบนมัสการหลวงปู่ มา
ท่านก็บอกให้เอาพญาเสือไปติดหน้ารถ
เพื่อแคล้วคลาดจากภัยอันตรายที่มองเห็น มองไม่เห็น(เมื่อโดนบังตาจากสิ่งเล้นลับ)
สถานที่ ตามถนน ทางร่วม เพื่อพญาเสือจะช่วยเปิดช่องเปิดทางให้ปลอดภัย

ไม่ยอมติดจนเกิดเรื่องขึ้นมา<a href='http://www.kruaklaibaan.com/forum/index.php?act=ST&f=45&t=42325&st=300#entry679763' target='_blank'>เรื่องที่เล่าไว้ใน ประสบการณ์การสัมผัสที่หก(สาม) หน้า4</a>
ตอนนี้พญาเสือหน้ารถแล้วค่ะ
หลังจากฟาดเคราะห์ไปแล้ว(วัวหายล้อมคอกค่ะ...หึหึ)


ปล.หลังไมไปหานะคะ เรื่องแก้ไขน่ะคะ ใช่แบบที่พี่ปุยต้องการหรือเปล่าไม่ทราบนะคะ แต่อยากช่วย ค่ะ

โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ม.ค. 09, 2011 11:58 am
โดย ป้าติ๋ม
ขอบคุณน้องปุยที่มาเล่าวันวานที่มีความสุขให้ได้ฟังกัน
ได้เห็นรูปถ่ายและกลิ่นอายความสุขความอบอุ่นระหว่างครอบครัวแล้วค่ะ
ส่วนเพลงนั้น เป็นไปได้ไหมว่าคุณแม่ส่งสัญญาณมาถึงคุณลูกว่า
"ขอบคุณที่ลูกสาวตั้งตารอคอยคุณพ่อ(&คุณแม่)และคุณพี่สาว-พี่เขย"
เห็นความตั้งใจ การรอคอยและลุ้นและหยาดน้ำตาของลูก
จึงมอบเพลงให้เป็นรางวัล...........คนดีที่หนึ่งของแม่..........

โพสต์โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ม.ค. 09, 2011 8:55 pm
โดย หญิงป้า ณ คุ้มฮาแตก
มาขัดจังหวะนิดหน่อย
มีสาวจากบาหลีส่งผ้าพันคอไปให้
มัดนึงฝากขายทำบุญ
สองผืนฝากให้หญิงป้า (โดยเดาใจได้ถูกว่ากำลังหาอะไร เขาลองใจเราน่ะ)
ก็ใช้อยู่ทุกวัน วันนี้ไปเที่ยวทางใต้ฮอลแลนด์ (วันเกิดนาเดีย) เลยได้รูปมาให้ดูว่าใช้จริงๆนะคะ


<a href='http://s156.photobucket.com/albums/t33/Suwadee/?action=view¤t=veerebijnadear.jpg' target='_blank'>รูปภาพ</a>

โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 10, 2011 1:07 am
โดย ป้าติ๋ม
โอ้โห ว่าภาพประจำตัวใส่หมวกสี่ขาวยังไม่ได้แซวเลยว่ายิ้มหวานมาก
แต่ภาพมุมล่างซ้าย กับหวานเด็ดขาดกว่านะหญิงป้าโจ๊ก...

โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 10, 2011 2:27 am
โดย Puimek
หญิงป้า เขียน: มาขัดจังหวะนิดหน่อย

<span style='color:green'>ไม่ขัดเลยค่ะท่านหญิงป้า
กำลังคิดถึงเลย... จริงๆ คิดถึงมาหลายอาทิตย์แล้ว
ได้แต่ส่งกระแสจิตไปบอก.. ตอนนี้จะมารายงานตัวแล้วค่ะ
เดี๋ยวหลังไมค์ไปหานะคะ รายงาน 3 เรื่องที่ค้างคาพร้อมกัน

ท่านหญิงป้าได้รับกระแสจิตหนูปุยใช่มั้ยคะ เพ่งไปตั้งหลายที
จะบอกว่าขอเวลาหนูหน่อยนะคะ ทำหน้าที่ลูกอยู่ พอพ่อกลับเมื่อไหร่
จะรีบไปรายงานตัวทันที... นี่พ่อก็กลับไปสองสามวันแล้ว
หนูปุยเพิ่งฟื้นค่ะ อ่อนเปลี้ยไปหมดทั้งตัว แต่มีความสุขมาก

เชื่อมั้ยคะ พ่อกับพี่สาวกลับไปวันแรก หนูปุยนอนอืดทั้งวัน
ไม่ทำอะไรเลย... นอนๆๆๆๆๆ เท่านั้นจริงๆ ค่ะ
พอวันที่สองก็ตะกายขึ้นมาเก็บบ้าน เก็บครัว โหลดรูป
วันที่สามคือวันนี้... สมองเพิ่งเริ่มกลับมาทำงาน ขาแข้งเพิ่งเริ่มขยับได้ค่ะ
(เหนื่อยปานนั้นจริงๆ นะเนี่ย... แต่ก็เป็น labour of love...)

</span>

โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 10, 2011 2:32 am
โดย Puimek
<span style='color:red'>หนูป้อม</span> ตอนนี้วัวหายไปแล้ว ล้อมคอกให้มั่นๆ นะคะ จะได้ไม่หายอีก
พี่ปุยก็เป็นโรคคล้ายๆ หนูป้อม ดื้ออยู่ลึกๆ แต่เดี๋ยวนี้ดีขึ้นเยอะแล้วค่ะ
เรื่องแบบนี้ ต้องเจอกับตัวจริงๆ ถึงจะซึ้ง... เนอะ

ปล. พี่ยังไม่ได้ทดลองวิธีที่แนะนำมาเลย ยังเป็นเครื่องดีเซลอยู่ค่ะ
อืดๆ หน่อย... ต้องรอบิลด์อารมณ์ก่อน.. ปานนั้น แต่จะลองแน่ค่ะ

<span style='color:red'>ป้าติ๋ม</span> ปุยก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ
ตอนแรกงงมาก พอทุกอย่างผ่านไปถึงมาสรุปกับตัวเอง
ว่า "ใคร" ต้องการบอก "อะไร" เราสักอย่างแน่ๆ... และก็คงไม่ใช่ "ใคร" อื่นไกล
นอกจากคุณแม่นั่นเอง... แหม เลือกเพลงเพราะซะด้วยนะคะ
ยังจำได้ติดหูเลย...Here I am, the one that you love....
แม่คงรู้ว่าปุยจะกังวล เลยรีบส่งสัญญาณมาบอก... ขี้เล่นไม่หายเลยค่ะ

โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 10, 2011 2:30 pm
โดย หนูป้อม
สงสัยมานานแล้วค่ะ มีท่านใดช่วยเฉลยให้ได้บ้าง

1.หน้าอิ่มบุญ เป็นยังไงคะ แล้วคนหน้าอิ่มบุญนี่เป็นไงคะ...หน้ามีแก้ม? มีรัศมี? ผิวดี?
(เห็นพูดกัน แต่ไม่เห็นมีอธิบาย..นอกครัวไกลบ้านนะคะ)


2.เรื่องเงิน เงินไม่สำคัญเสมอไป
จากกระทู้แก้อาการเครียด เครียดจากงาน จากคน แก้อาการเบื่อเซ็ง
โพสต์เมื่อ: December 10, 2010 09:35 am<a href='http://www.kruaklaibaan.com/forum/index.php?showtopic=41893' target='_blank'>คลิก</a>
แต่จะเถียงได้อีกว่า ที่เราทำทุกอย่างทุกวันนี้ก็เพื่อเงิน ไม่มีเงินก็ซื้อสิ่งที่ต้องการไม่ได้
แต่หลวงพ่อ ท่านเขียนไว้ว่า เงินจะสำคัญเมื่อจำเป็นต้องใช้เท่านั้น
ตกลงหนูป้อมเข้าใจเองเลยว่า เงินจะสำคัญเมื่อจำเป็นต้องใช้เท่านั้น แต่เงินไม่สำคัญเสมอไป
ซื้อได้แต่สิ่งที่เป็นวัตถุภายนอก ซื้อสิ่งที่เกิดจากจิตสำนึก จิตใจไม่ได้ ซื้อคนได้ แต่ซื้อเพื่อนแท้ ปัญญา ความสุข สันติสุข ความจริงใจและเวลาที่เดินไปแล้ว ไม่ได้




Puimek  ข้อความนี้เขียนขึ้นเมื่อ Today at 10:32
หนูป้อม ตอนนี้วัวหายไปแล้ว ล้อมคอกให้มั่นๆ นะคะ จะได้ไม่หายอีก
พี่ปุยก็เป็นโรคคล้ายๆ หนูป้อม ดื้ออยู่ลึกๆ แต่เดี๋ยวนี้ดีขึ้นเยอะแล้วค่ะ
เรื่องแบบนี้ ต้องเจอกับตัวจริงๆ ถึงจะซึ้ง... เนอะ


หุหุ....พี่ปุยคะ หนูป้อม สงสัยดื้อเงียบค่ะ 5555

โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 10, 2011 3:45 pm
โดย ป้าติ๋ม
กระแสเย็นของแรงสัมผัสที่หกดึงให้กลับเข้ามาในห้องนี้อีกครั้งทั้งๆที่ตั้งแต่มายกจั๊กกะแร้(ย่นๆ)เห็นด้วยให้เปิดกระทู้นี้เป็น Generation IV ก็เขียนอะไรถึงเพื่อนๆครัวไม่ได้เลยไม่รู้เป็นไง
แต่วันนี้ต้องเข้ามาจนได้เพื่อให้มาเล่า " การทดสอบจิตมนุษย์ "
หลังจากที่เคยเล่าเรื่องของการทดสอบจิตต้อนรับปีใหม่ที่มีเหตุให้ยางล้อ jet army ของป้าติ๋มมีอันต้องสิ้นลมแล้วต้องเปลี่ยนอะไหล่ชีวิตให้มันใหม่ ป้าติ๋มโดนทดสอบใจให้อดทนที่จะไม่หัวเสียมีโทสะ โมหะ แล้วก็สอบผ่านเพราะไม่หลงไปใน ผัสสะ
<span style='color:blue'>ผัสสะ</span> ในทางพระพุทธศาสนา หมายถึง สัมผัส การกระทบ การถูกต้องที่ให้เกิดความรู้สึก
<span style='color:red'>ผัสสะ</span> เป็น ความประจวบกันแห่งสามสิ่ง คือ อายตนะภายใน(ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) อายตนะภายนอก(รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์) และวิญญาณ
หลังจากสอบผ่านบททดสอบแรกไปแล้ว จากนั้นอีก 2 วันก็มีเรื่องให้ได้ทดสอบจิตอีกหนึ่งเรื่องแต่เป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้มนุษย์ที่มีความเชื่อว่า<span style='font-size:14pt;line-height:100%'><span style='color:red'> เมื่อมีทุกข์แล้ว สุขจะบังเกิดทดแทนได้บ้างหรือไม่ ? </span></span> หากจะเข้ามาเล่าให้จบเสียทีเดียวในวันนี้เดี๋ยวไม่มีใครเข้าทู้มาเลยก็จะ<span style='color:red'>เซ็งเป็ด</span>ไปซะก่อน แล้วต้องไปหาหลักฐานมาประกอบการเล่าจึงจะทำให้เครดิตความเชื่อเรื่องทุกข์และสุขขลังขึ้น....

โพสต์โพสต์แล้ว: จันทร์ ม.ค. 10, 2011 4:24 pm
โดย Puimek
<span style='color:green'>ตามมารออ่านค่ะป้าติ๋ม
ปุยชอบอ่านนะคะ เพราะความรู้ด้านนี้ยังน้อยมาก
ชอบมาเก็บเกี่ยวจากผู้ที่รู้มากกว่า...

พระเจ้าเลยส่งมาให้เป็น "ทวารบาล"
คอยเปิดประตูกระทู้... อิอิ...

รออยู่นะคะ...

</span>