
<span style='color:red'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>ตอนที่ ๑ ป้า...คิดไปเป็นชาวเกาะ</span></span>
เรื่องราวความรัก ของป้า มันเกิดขึ้นมานาน นานมาก.... จนป้าอยากจะขึ้นต้นว่า
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ......เหมือนตอนป้าเด็ก ๆ ก่อนจะเข้านอน แม่จะเล่านิทานให้ฟัง แม่มักจะขึ้นต้นด้วยคำนี้เสมอ
แต่ก็กลัวว่าท่านผู้อ่าน ที่อุตส่าห์ คลิกเข้ามาอ่านจะเบื่อแล้วนะสิค่ะ ......เอาเป็นว่า มันนานก็แล้วกัน
เริ่มเลยนะ......
เรื่องมีอยู่ว่า ป้าหมูเคยทำงานเป็นเลขานุการ ของกรรมการผู้จัดการบริษัทใหญ่โต มีความเชื่อมั่นในตัวเอง สุด ๆ คือ <span style='color:red'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>เราสวย เราเก่ง เราสามารถ</span></span> แถมพกพาความเท่ห์ มีเสน่ห์ต่อผู้พบเห็นอีกต่างหาก<span style='color:red'>(ทั้งหมดนี้ป้าหมู คิดเอาเองทั้งเพ)</span>แถมหยิ่งผยอง ในความเก่ง และความสำเร็จในงานที่ตัวเองทำ .....
จนอยู่มาวันหนึ่ง.... ป้าก็อกหักรักคุด จากลูกชายนายพลคนโก้ เลยต้องระเห็ดตัวเอง ออกมาเป็นชาวเกาะ คือ เกาะคนอื่นเค้า พูดกันง่าย ๆ สั้น ๆ เลยคือ <span style='color:green'>ตกงาน</span> ก็เพราะความ เจ้าคิดเจ้าแค้นไม่ยอมทน และไม่อยากอยู่มองหน้าผู้ชายคนนั้นอีกต่อไป ...ป้าคิดสั้น ๆ แค่ว่า อิฉันจะไม่ยอมทำงานร่วมกับคนใจดำ ด๊ำ ดำ อย่างเธอ
สู้ยอมลาออกจากงานที่แสนจะรัก และยอมทิ้งเงินเดือนตัวเลขหลายหลัก.... แล้วออกมาหางานทำแห่งใหม่ยังจะดีซะกว่า
ด้วยความคิดเพียงว่า เราเก่ง เราสามารถ นั่นเอง บริษัทไหน ๆ ก็อยากรับเข้าทำงานน่ะสิ ..... ป้าล่ะอยากหัวเราะให้ฟันหักจริง ๆ
เพราะมันไม่เป็นอย่างที่ป้านึกเอาซะเล้ย ....รองเท้าบาจา ที่เค้าว่าทนทานนักหนา ป้าก็ใส่มันจนสึกไปก็หลายต่อหลายคู่ งานก็ยังหาไม่ได้ มันเศร้าหัวใจ ดวงน้อยๆ ของป้าหมูซะนี่กะไร ....
เอ๊า....เป็นไงก็เป็นกัน ป้าเลยตัดสินใจว่า จะไปตายเอาดาบหน้า ยอมแบกหน้า กลับบ้านเราดีกว่า ไม่อยู่แล้วเมืองกรุง......
และในที่สุด ป้าก็เจอทางออกสุดท้าย... ยอมเปลี่ยนตัวเอง จากสาวมั่น มาเป็นสาวชาวเกาะแทน คือเกาะ พ่อ แม่ พี่น้องนะสิค่ะ
ฮา ฮา ขำในความงี่เง้า ของป้าหมู สุด ๆ ใช่มั้ยล่ะ ?
น้องๆ หนู ๆ ที่เข้ามาอ่าน..... ผู้ปกครอง กรุณาให้คำชี้แนะด้วยว่า อย่าทำอย่างป้าหมู เป็นอันขาด ให้คิดก่อนทำเสมอ เพราะว่า..... เราไม่ได้เก่งอยู่คนเดียว และ งาน ก็คือ เงิน ..... ไม่มีงานเราก็ไม่มีเงิน .....
ผลจากการกระทำของป้าในครั้งนั้น มันได้แค่ความสะใจเท่านั้น และที่สำมะคัญ ความสะใจมันช่วยอะไรไม่ได้เล้ยจริง ๆ นะ
กรรม กรรม ของป้าหมู แต่ก็ดีนะ หากไม่มีการตัดสินใจของป้าในวันนั้น ไฉนเลยจะมีลุงหนวด... พระเอกหน้าหยก ของป้าได้ล่ะ ก๊าก ก๊าก ........
<span style='color:red'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>ตอนที่ ๒ กลับเมืองกรุงดีกว่าเรา</span></span>
ชีวิต หนอชีวิต กลับมาเป็นชาวเกาะอยู่ได้ไม่นาน ป้าก็คิดได้ว่า มันคงเป็นทางออกที่ไม่เหมาะกับตัวเองสักหน่อย.... จะว่าไปแล้วมีความสุขที่สุด เหมือนเรากลับไปเป็นเด็กเล็ก ๆ ให้พ่อ แม่หาเลี้ยง คิดไปคิดมาลองเสี่ยงโชคเข้าเมืองกรุงอีกสักครั้งจะเป็นไร.....
ว่าแล้ว ป้าก็ไม่รอช้าเดินหน้าเข้ากรุง มุ่งหางานอีกพักใหญ่ ๆ โอ้... พระเจ้าช่วย มีโครงการบัณฑิตอาสากำลังเปิดรับ บัณฑิตตกงานอย่างป้าอยู่นะสิ ไม่รอแล้ว ป้าลงชิงชัยสมัครกับเค้า...ด้วยความหวังว่า จะเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงนับหมื่นคน ...
ในที่สุดป้าก็ทำสำเร็จ ได้ทำงานสำคัญของชาติ...ได้รับใช้ชาติไงล่ะ
อ๊ะ...อ๊า ..อย่าเพิ่งคิดว่าป้าจะไปออกรบชายแดนเข้าล่ะ เป็นเรื่องเลยนะจะบอกให้....
ป้ามาทำงานเป็นบัณฑิตอาสา เผยแพร่รัฐธรรมนูญ ตามกฏหมายใหม่ ต่างหากเล่า พอป้าได้เข้าทำงาน ความรู้สึกต้อยต่ำในวาสนา ก็หมดไป... เมื่อมีงาน ป้าก็มีเงิน และที่สำคัญมีความภาคภูมิใจกว่าการไปเป็นชาวเกาะเป็นไหน ๆ
ป้าได้รู้จักผู้คนมากมาย ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนในชีวิต
มาดสาวมั่น กลับมาหาป้าอีกครั้ง ป้าได้ออกทีวี หลายช่อง (แค่ผ่าน ๆ หน้ากล้องน่ะ) อย่า ..อย่า เพิ่งเข้าใจว่ามันเป็นเพราะความสวยของป้าเข้าเชียว มันเป็นเพราะงานที่ป้าทำต่างหากเล่า.....
เพื่อนร่วมงาน แต่ละคนล้วนแล้วแต่ น่ารัก น่าคบ น่ารู้จักไปซะหมด รวมไปถึงเพื่อนรุ่นพี่ คนหนึ่ง ที่ป้าเคารพรักเธอมาก มาแนะนำความทันสมัยของโลกไซเบอร์ให้กับป้า .....
ความแปลกใหม่ที่ป้า ไม่เคยรู้จักมาก่อน มันคือ โลกของ อินเตอร์เนต เพื่อนเค้าสอนให้ป้าใช้มัน และจุดนี้ นี่เองที่ป้าได้เริ่มต้น สร้างนิยายรักฉบับใหม่ ยังไงล่ะ ......
<span style='color:red'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>ตอนที่ ๓ พรหมลิขิต</span></span>
<span style='color:red'>คุณ ๆ เชื่อในพรหมลิขิตมั้ย ?</span> ป้าล่ะเชื่อ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยล่ะจ๊ะ เพราะมันเกิดขึ้นกะป้าเห็น ๆ
พอป้าเริ่มท่องไปในโลกไซเบอร์ ป้าก็ได้มาเจอกะลุงหนวด ผู้แสนดีคนนี้ยังไงล่ะ ลุงเป็นคนไม่ค่อยพูด สุภาพ และหล่อในสายตาของป้าหมู ก๊าก ...(ลุงอ่านภาษาไทยออกล่ะคงขำกลิ้งไปเลย)
เราติดต่อกันมาเรื่อยๆ แต่ป้าคิดเสมอว่า ... ยากส์... ไม่มีรักแท้ ในโลกของอินเตอร์เนตหรอก อย่ามาหลอกฉันเลยพ่อคุณ ....
เราติดต่อกันนาน หลายปี...ป้ากะลุง ไม่เคยเห็นตัวเป็น ๆ ของกันและกันเลย มีแต่จดหมายจากไปรษณีย์อิเลคทรอนิค และเสียงของลุงที่ โทรข้ามทวีป มาราตรีสวัสดิ์ ป้าหมูก่อนนอนทุกคืน เท่านั้นเอง ...
เพื่อนของป้าบอกว่า น้ำเน่า... ไม่มีวันที่เธอจะได้เจอกันจริงๆ แน่นอน
ก็บอกแล้วไง ...<span style='color:red'>ว่าพรหมลิขิต</span> ...
ในที่สุดฝันของป้าก็เป็นจริง ลุงบอกว่าจะมาเยี่ยมป้าในหน้าร้อนนี้ ป้าล่ะดีใจแบบสุด ๆ จะได้เห็นหน้าลุงจัง ๆ ก็คราวนี้แหละ
ป้าเฝ้านับวันนับคืน ให้มาถึงเร็ว ๆ อยากเห็นนัก คนที่โทรมาก่อนนอนทุกคืน คนที่เป็นนาฬิกาบอกเวลาปลุกป้า ด้วยข้อความทางโทรศัพท์ทุกวัน จะเป็นยังไงน๊า ....
แล้วเจอกันนะจ๊ะ <span style='color:red'>ลุงหนวดสุดที่รักของป้า</span> ......
<span style='color:red'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>ตอนที่ ๔ รักข้ามขอบฟ้า </span></span>
และแล้ว... วันที่ป้ารอคอยก็มาถึง ป้าได้เจอตัวจริงของผู้ชายที่แสนดี ป้าขอเรียกว่า ลุงหนวด
ลุงเป็นผู้ชายที่น่ารัก สุภาพ ป้าบอกได้เลยว่า ป้าไม่เสียดายเวลา ที่รอคอยลุงมาถึง ๓ ปี
ป้าคิดเสมอว่า เป็นการรอแบบ ลม ๆ แล้ง ๆ คงเป็นไปไม่ได้....
แต่กลับตรงกันข้าม.....ลุงบอกป้าว่า ... ป้านี่แหละคือคนที่ลุงรอคอยที่จะพบ ....และต้องมาพบ ...มารักกัน
ในที่สุดป้าก็เจอ รักแท้ เข้าจนได้
ป้าเคยร้องเพลง <span style='color:red'>รักข้ามขอบฟ้า</span> อยู่บ่อย ๆ แต่ไม่เคยนึก ไม่เคยคิดว่า ความรักของป้า มันจะเหมือนในมิวสิควิดีโอ ที่ป้าเคยดูน่ะสิ
ว๊าว ... เพลงซึ้ง ๆ กินใจ ประทับใจป้าหมู กะลุงหนวดนักหนา
เพลงรักข้ามขอบฟ้า คงเป็นเพลง ประจำตัวป้าไปซะแล้วล่ะ ....
<span style='color:green'>ลั๊น...ลัน ...ล๊า.... ขอบฟ้าเหนืออาณาใดกั้น ใช่รักจะดั้นยากกว่านกโบยบิน ......</span>
ป้านึกถึงเพลง รักข้ามขอบฟ้าอยู่ในใจ ..... มารู้สึกตัวอีกครั้ง ก็ตอนที่ลุง ยื่นดอกไม้ช่อใหญ่ แล้วนั่งคุกเข่า จับมือป้าแน่น และบอกว่า.......
<span style='color:red'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>ที่รัก.... เธอเหนื่อยมามากแล้ว ขอให้ฉันได้ดูแลเธอตลอดไปเถอะนะ</span></span>
ป้าไม่รอช้า ตอบ ตกลง ลุงไปทั้งน้ำตา ....
นิยายเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ....
<span style='color:red'>พรหมลิขิต มีจริงนะจ๊ะ ดูป้าเป็นตัวอย่างสิ</span>
<span style='color:red'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>ตอนที่ ๕ ฉันจะบิน</span></span>
ในที่สุดป้าก็ตัดสินใจว่า...จะไปใช้ชีวิตกับลุงที่เมืองยุโรป เพราะป้าได้เจอรักที่งดงาม และมีความสุขที่สุด...
คนเราน่ะจะเอาอะไรมากมายกับชีวิต ..คุณ ๆ คิดอย่างป้ามั้ย ...หากเราเจอคนที่เรารักและเค้าก็รักเรา.... จะมามัวนั่งมองตากัน อย่างนั้นน่ะเหรอ....สู้ตัดสินใจไปอยู่ด้วยกันให้มันรู้แล้วรู้รอดไป ...ใครคิดเหมือนป้า ขอมือขวาหน่อย ....
อ๊ะ....อ๊ะ ...มันไม่ง่ายอย่างที่เรานึกเราคิดหรอกนะ ทุกเรื่องต้องผ่านกระบวนการร้อยแปดมากมาย ...ไหนจะต้องผ่านผู้ใหญ่ฝ่ายเรา ฝ่ายเขาอีกล่ะ แห๊มยุ่งเป็นบ้า...
แล้วป้าหมู สาวมั่นคนนี้จะบอก คนในครอบครัวยังไงดี เพราะการตัดสินใจครั้งนี้ มันยิ่งใหญ่นัก เราต้องห่างครอบครัว พ่อ แม่ พี่น้อง ห่างคนที่เรารัก ห่างเพื่อนที่แสนดี และ จากแผ่นดินที่เราเกิด ..... บินไป อีกฝั่งขอบฟ้าโน้นเชียว....
ยิ่งคิดก็ยิ่งหมดหนทาง ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง...
และแล้ว...ป้าก็ตัดสินใจ บอกทุกคนไปอย่างมั่นใจว่า .....เราตัดสินใจที่จะไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันที่เมืองยุโรป เพราะป้าถือว่า รักจริงเป็นสิ่งไม่ตาย สุภาษิตของใคร ป้าก็ไม่รู้เหมือนกัน....
กว่าจะเอ่ยปากบอกออกไปได้ ....หัวใจทั้งดวงก็เต็นไม่เป็นส่ำ รอฟังคำตอบรับ จากครอบครัวด้วยความกลัว ..กลัวว่า ..ทุกคนจะต่อต้าน กลัวไปสารพัด ...
ความเอ๋ย ...ความรัก... ใคร ๆ ก็ทำทุกอย่างได้เพราะคำว่า รัก..... ป้าก็เช่นกัน ภาวนาให้ทุกคนในครอบครัวเข้าใจในตัวของเราสองคน ... ที่สำคัญ พ่อแม่ ของป้าหมู ..ท่านต้องเข้าใจ ...และเต็มใจในการตัดสินใจในครั้งนี้.....
ก็บอกแล้วว่า พรหมลิขิต ? ขีดเส้นให้เราเป็นคู่กัน ทุกอย่างจึงผ่านไปได้ด้วยดี ..พ่อของป้าหมู บอกกับลุงเน้น ๆ สั้น ๆ ได้ใจความว่า......
" ขอให้รักป้าให้มาก เพราะคุณได้เอาหัวใจของครอบครัวเราไป ...จะต้องรัก และดูแล ให้เหมือนหัวใจของคุณเอง "
ป้าคิดในใจว่า .....ความรักของป้า กับลุง มาถึงจุดสุดท้าย เหมือนในละคร เรื่องฮิตติดจอแล้วนะสิ .... คือ นางเอก พระเอก ได้รักกัน ได้แต่งงานกัน ละครก็จบ .....
แต่ในชีวิตจริงของเรานั้น การแต่งงาน คือ การเริ่มต้นของการสร้างครอบครัว เท่านั้นเอง ......
<span style='color:red'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>
ตอนที่ ๖ ใต้ชายคา....แม่ผัวฝรั่ง</span></span>
การเดินทาง และรอคอยเที่ยวบิน ....อันแสนยาวนาน คิดเป็นชั่วโมงก็แทบจะนับไม่ไหว เหนื่อยแสนเหนื่อย ผู้คนมากหน้าหลายตา เร่งรีบเพราะความเหนื่อยล้า อยากไปให้ถึงจุดหมายปลายทางของตนเองให้เร็วที่สุด ..ป้าขึ้นเครื่องบินจากเมืองไทยตอนเที่ยงคืน และมาถึงสนามบิน กรุงปารีส ฝรั่งเศส ตอนเกือบเที่ยงของอีกวันหนึ่ง แต่จุดหมายปลายทางของ ป้ากับลุงไม่ใช่ที่นี่ เราต้องต่อเครื่องบิน ไปยังโปรตุเกส อีก ๔ ชั่วโมงเต็ม ๆ ...และยังต้องนั่งรถทัวร์ จากเมืองหลวงคือกรุงลิสบอน ไปยังเมือง อัลกราฟวึ อีกเกือบ ๖ ชั่วโมงเชียว ...เรารอเที่ยวบินต่อไป ....
โอ๊ย....เมื่อไหร่ จะถึงสักที ป้านั่งนึกอยู่ตลอดเส้นทาง.... คิดถึงเมืองไทย ....ฉันคิดถึงบ้าน ...
จากบ้านมายังไม่ทันไร ป้าก็เป่าปี่ คิดถึงบ้านอีกแล้วล่ะ ..ใครไม่อยู่ในเหตุการณ์เดียวกับป้าหมู ไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกในวันนั้นมันแย่ขนาดไหน อยู่ ๆ ป้าหมูก็ร้องไห้ ออกมาดัง ๆ .....
ตอนเย็นวันเดียวกัน ป้าก็มาถึงโปรตุเกส ...บ้านเมืองสะอาด สวยงามน่าอยู่ และที่สำคัญหนาวเป็นบ้าเลยล่ะ ป้าคิดว่าต้องเจอหิมะแน่ ๆ แต่เมืองนี้เค้าไม่มีหิมะตกกันหรอกนะ สภาพอากาศ ทางตอนเหนือ และตอนใต้ แตกต่างกัน ทางตอนเหนือติดประเทศสเปน จะมีหิมะตก แต่บ้านของลุงอยู่ทางตอนใต้ ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก อากาศจะอบอุ่น และค่อนข้างร้อนมาก ในหน้าร้อน ...
บ้านของเรา...ลุงบอกว่า อยู่ติดทะเล มีชายหาดที่สวยงามมาก คนจากตอนเหนือ และคนในยุโรป จะมาเที่ยวกันมากในหน้าร้อน ผู้คนจะมาท่องเที่ยว และมาพักผ่อนกัน ตามชายหาด ที่นี่ถือเป็นเมืองที่ทำเงินให้กับประเทศมากเมืองหนึ่งเลยทีเดียว
หากใคร ๆ ได้มา ก็จะหลงไหล และหลงรักธรรมชาติ รวมถึง พอร์ตไวน์ ที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่งของโลกอีกด้วย....
ครอบครัวของลุง มีบ้านพักตากอากาศ ให้นักท่องเที่ยวเช่า อยู่หลายหลัง ...ป้าอยากเห็นจัง มหาสมุทรแอตแลนติก จะเป็นยังไงน๊า ป้าเคยเห็นแต่ในแผนที่เท่านั่นเอง ....
คนโปรตุเกส เป็นฝรั่งชาติแรก ที่เข้ามาติดต่อ และสร้างสัมพันธไมตรี กับประเทศไทยเมื่อสมัยโบราณ ....ป้าเคยเรียนมาตอนเด็ก ๆ วัฒนธรรม และอาหารการกิน มากมาย จะคล้าย ๆ กัน เช่น ขนมที่ทำด้วยไข่ ประเภทต่าง ๆ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมหม้อแกง และสังขยา รวมถึงภาษา บางคำ จะใช้เหมือนกัน เช่น สบู่ ปิ่นโต ชา กาแฟ และคำที่ป้าได้ยินและประทับใจมาก คือชาวโปรตุเกส จะเรียกขาน กรุงเทพฯ ของเราว่า บางกอก เหมือนคนไทยสมัยก่อน เรียกกรุงเทพฯ ว่าบางกอกยังไงยังงั้นเลยล่ะ ..
ไม่เคยนึกไม่เคยคิดว่าจะได้มาเยือน และได้มาอยู่ที่นี่ ..... ถึงแล้วสินะ บ้านอีกหลังหนึ่งในชีวิต....
พอประตูรถทัวร์เปิด ป้าก็เห็นคนแก่ สองคนชาย หญิง ยืนยิ้มแป้นรออยู่แล้ว ป้านึกทันทีว่า ต้องเป็นพ่อกับแม่ ของลุงแน่ ๆ เพราะ หน้าตาลุง กับแม่ ถอดกันออกมายังกับถ่ายจากเครื่องถ่ายเอกสารก็ไม่ปาน ...
พ่อ แม่ดูกระตือรือร้น ที่ได้เจอหน้าลูกสะใภ้ ซะจริง ๆ ชนิดที่จ้องตาไม่กระพริบกันเลยล่ะ ระหว่างท่ารถทัวร์ ไปที่บ้านลุง ก็ราว ๆ ๑๐ นาทีได้ ป้าได้ยินเสียง แม่พูด... ถามนั่นถามนี่ลูกชายในภาษาที่ป้าไม่คุ้นเคยมาก่อน แต่พอจะจับใจความ คือเดาจากความรู้สึกของตัวเอง ก็คือเค้าคุยกันในเรื่องของป้า... เริ่มกังวลอีกแล้วสิ ... พ่อ แม่ จะรักและเมตตาเราหรือเปล่านะ ...หรือเราต้องตกอยู่ในสภาพแม่ผัวกับลูกสะใภ้ ในละครที่เคยดูมา.. หรือ...หรือ... ป้านึกไปเรื่อยเปื่อย ...เฮ้อ...
สองข้างทาง มีสิ่งแปลกใหม่ สภาพบ้านเรือน และผู้คนไม่ยักกะเหมือนเมืองไทยเราเลย.. เป็นไงเป็นกันสิ ไหน ๆ ก็ข้ามน้ำข้ามทะเลมาแล้ว จะต้องอยู่ในบ้านหลังใหม่ให้มีความสุขที่สุด.....
พอรถจอดเทียบหน้าบ้าน ป้านึกในใจ ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง ขอให้ลูกได้อาศัยพักพิงอย่างสบาย และมีความสุขเถอะนะ ...สาธุ ...
บ้านหลังนี้ลุง เพิ่งซิ้อได้ไม่นาน ลุงเตรียมซือ้บ้านหลังนี้เอาไว้ เพื่อเราสองคน บ้านหลังใหญ่ สองชั้น ออกแบบไว้อย่างงดงาม... ป้านึกรักบ้านของเราขึ้นมาในทันที ...
พอก้าวเท้าข้ามธรณีประตู ป้าอยากจะอุทานออกมาดัง ๆ นี่มันคือความฝันที่ป้าอยากจะมีบ้านทรงยุโรป ดีไซน์สวย ๆ แบบนี้ไง..... นี่ป้าฝันไปหรือเปล่า .....
ในค่ำวันนั้น มีปาร์ตี้เล็กๆ ฉลอง ที่ลุงกลับถึงบ้าน และฉลองที่มีป้าเพิ่มมาอีกคน.... มีสมาชิกในครอบครัว และญาติสนิท มาต้อนรับพร้อมหน้า พร้อมตา อาหารทุกอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะมากมายจนเลือกหยิบไม่ถูก.... ป้ามองดูแล้ว น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ป้าคิดถึงครอบครัวที่เมืองไทย อีกแล้วสิ นี่ป้าเป็นอะไรไปนะ .... (หายใจลึก ๆ สิ)คำนี่ก้องอยู่ในใจ ...
จนลุงเข้ามาโอบกอดป้าไว้ และบอกว่า เธอจะอยู่ที่นี่อย่างมีความสุข ทุกคนจะต้องรักเธอ เหมือนที่ฉันรักเธอเต็มหัวใจ....
ทุกคนในครอบครัวของลุง ล้วนน่ารัก และดีกับป้ากันทั้งนั้น โดยเฉพาะแม่ของลุง ดีจนป้าคิดว่า ป้าทำถูกแล้ว ที่ตัดสินใจมาอยู่เมืองยุโรป เมืองที่ป้าไม่เคยนึกไม่เคยฝันที่จะได้มาอยู่ เมืองที่ป้าต้องดั้นด้นมาจากอีกขอบฟ้าหนึ่ง ซึ่งไกลกันเหลือเกิน...
ป้าบอกกับตัวเองว่า..... นี่คืออีก หนึ่ง ครอบครัวที่ฉันมี ...
ใต้ชายคา แม่ผัวฝรั่ง ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด.... ผู้คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่เหมือนคุ้นเคยกันมานานนับปี วันแรกของการมาถึง....
<span style='color:red'>.....ป้ารับรู้ได้ถึงความสุขที่แท้จริงในบ้านหลังนี้.....
</span>
<span style='color:blue'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'>จบนิยายรัก ฉบับป้าหมู
ติดตามเรื่องต่อไปได้ เร</span></span>็ว ๆ นี้จ้า <span style='color:red'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'> ภาพฝัน...วันฝนซา </span></span>


