อ่านเรื่องของพี่ยายหนู แล้วรู้สึกมีกำลังใจจัง หน่อยเองฝันหลายอย่าง บางทีท้อและถอย แต่ก็นั่นหละ หน่อยก็อดไม่ได้ที่จะอดทนรอโชคชะตา ที่ไม่ค่อยจะเป็นใจซะที
หน่อยแต่งงานกับคุณสามีเมื่อสองปีที่แล้ว แต่ไปๆกลับๆเมืองไทย เพราะมีหลายอย่างต้องทำ (แบบว่าทำไร่ทิ้งไว้ที่เมืองไทย สาวไร่มันสำปะหลัง) หน่อยเองเป็นคนบ้านนอก (ที่ไม่ค่อยทำตัวบ้านนอกเหมือนกำพืดเท่าไร อิอิ) เลยดูว่าทุกอย่างยากไปเสียหมดเลย หน่อยเกิดที่บุรีรัมย์ พี่น้อง 5 คน หน่อยเป็นคนเล็กตอนเด็กแก่นแก้วน่าดู (ไว้มีเรื่องเล่าตอนเด็กที่สนุกสนานให้ฟังค่ะ) เป็นลูกชาวนาด้วยนะ หน่อยเรียนหนังสือในหมู่บ้านจนจบ ม.ต้น แล้วเข้าไปเรียนวิทยาลัยเทคนิคในเมืองคนเดียว (หน่อยเรียนช่างเทคนิคสถาปัตยกรรม) ตอนนั้นอายุ 16 ในเมืองก็งั้นๆหละแต่เหงามากจำได้ว่าเหงาขนาดไหนมันยังติดอยู่ในใจตลอดเลย การจากบ้านครั้งแรกในชิวิต 5 วันที่โรงเรียนแสนนานเหลือเกินยิ่งกว่า 5 ปีอีก แต่นั่นหละ หน่อยไม่เคยลำบากจริงๆเลย (ถ้าเทียบกับพี่ยายหนู) ไม่เคยซักผ้าเอง ทำกับข้าวเอง ทำความสะอาดห้องเอง พอปีถัดมาพี่สาวมาเรียนในเมืองด้วยคราวนี้ยิ่งไม่ต้องทำไรเลย พี่สาวทำให้หมดทุกอย่าง หน่อยมีหน้าที่ตื่นขึ้นมาจัดตารางเรียนของตัวเอง อาบน้ำเอง ใส่เสื้อผ้า ไปโรงเรียน แถมตอนไปปโรงเรียนมีเพื่อนขับรถมารับอีกตะหาก(ขนาด สบู่ ผ้าเช็ดต้ว ชุดนักศึกษา ชั้นใน รองเท้าถุงเท้า พี่เตรียมให้หมดวางไว้เป็นเซ็ตเลย) หน่อยเป็นคนเรียนเก่งมากมากก (อิอิ แอบเข้าข้างตัวเองหน่อย) จากนั้นได้โควต้าไปเรียนที่หัวหิน พอดีเจอกับแฟนหนุ่มแฟนก็น่ารักใจดี ก็คบกัน (แฟนเป็นลูกชายผู้พัน) ช่วยกันเรียนหนังสือ ทำการบ้านดูแลกันละกัน แต่หลักๆแฟนหนุ่มเขาดูแลเรามากกว่าเพราะทำไรไม่เป็นเลย ตอนนั้นอายุ 19 แฟนสอนหุงข้าวด้วยหม้อไฟฟ้าครั้งแรกในชิวิต ไม่สุก แฉะ ปนกันอยู่อย่างนั้นกับข้าวไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ ทอดไข่ยังไม่เป็นแผ่นเลยไม่รู้ด้วยซ้ำทอดยังไง รู้แค่มีน้ำมันกับไข่เท่านั้น
พอเรียนจบก็เข้ามาเรียนที่กรุงเทพ ยังคบกับแฟนอยู่ แฟนยังดูแลทุกอย่าง จนวันหนึ่งที่เรามีเหตุให้ต้องจากกัน และวันนั้นหละที่ชีวิตเริ่มต้นจริงๆ
....เหมือนชีวิตผันผ่านคืนวันอันเปลี่ยวเหงา
ตัวเป็นของเราใจของใคร
มีชีวิตเพื่อสู้คืนวันอันโหดร้าย
คืนที่ตัวกับใจไม่ตรงกัน
....ทุกชีวิตดิ้นรนค้นหาแต่จุดหมาย
ใจในร่างกายกลับไม่เจอ
ทุกข์ที่เกิดซ้ำ เพราะใจนำพร่ำเพ้อ
หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข...



