เข้ามาดูชีวิตของเด็กผู้หญิงคนนี่ดูนะคะ ในรายการคนค้นคน
สไบทองเป็นเด็กผู้หญิงรูปร่างผอมบางอายุเพียงแค่ 13 ปีเท่านั้น เวลาเธอก้าวเดิน ไหล่ของเธอจะคู้ค้อม ศรีษะก้มโยกไปข้างหน้า เหมือนกับว่าบนบ่าจะแบกภาระอันหนักอึ้งไว้ตลอดเวลาชีวิตของเธอเหมือนกับจะมีความหม่นหมอง ห่มคลุมเป็นเสื้อผ้าอาภรณ์อยู่เป็นนิจบนใบหน้าของเธอแทบจะไม่เคยประดับด้วยรอยยิ้ม ในดวงตาก็เต็มไปด้วยปรัศนีของชีวิตที่มากลบความสดใสในวัยเยาว์ไปจนแทบจะหมดสิ้น
เธออาศัยอยู่ในบ้านสองชั้นหลังเล็กๆ หลังหนึ่งในชุมชนแห่งหนึ่ง ไม่ใกลจากอำเภอวัดโบสถ์ อ. พรหมพิราม จ. พิษณุโลกมากนักโดยที่มีซอกแคบๆ หน้าบันใดเป็นที่ซุกหัวนอนตลอดมา แต่ว่าก่อนที่รายการจะมาถ่ายทำเรื่องราวชีวิตของเธอ เธอก็ได้รับอนุญาตให้ย้ายขึ้นไปนอนชั้นบน บ้านที่เธออาศัยอยู่เป็นบ้านของป้าและลุง โดยมีหลานตัวเล็กๆกับลูกชายชองป้าและลุงอยู่ร่วมชายคาด้วย ป้าของเธอเป็นหญิงไม่มีอาชีพ ส่วนลุงของเธอมีอาชีพหาปลาขายมีรายได้เล็กๆ น้อยๆ ไม่แน่นอนนัก สไบทองไม่มีพี่น้อง เธอถือกำเนิดขึ้นมาในโลกนี้ โดยที่ไม่รู้ว่าใครคือผู้ที่เป็นพ่อ
" เคยได้ยินตามแถวบ้านเขาเล่ากัน เล่าว่าแม่หนูเขาเป็นบ้า ถูกข่มขืน"
แม่ของเธอซึ่งเป็นน้องสาวแท้ๆ ของผู้ที่เป็นป้า เป็นหญิงฟั่นเฟือน สติไม่สมประกอบเธอไม่รู้แม้แต่กระทั่งว่าสไบทองคือลูกของตัวเองปัจจุบันแม่ของสไบทอง ถูกส่งไปอยู่ที่สถานสงเคราะห์แห่งหนึ่ง ในจังหวัดพิษณุโลกสไบทองเติบโตมาภายใต้การเลี้ยงดูของตากับยาย ในบ้านหลังหนึ่ง ในอำเภอพรหมพิรามตอนที่เธออายุประมาณ 6 ขวบ ยายของเธอเสียชีวิตลงหลังจากที่ยายของเธอเสียชีวิตลงได้ไม่นาน ตาของเธอซึ่งเป็นผู้ที่เลี้ยงดูเธอ อยู่ในขณะนั้นก็ประสบอุบัติเหตุถูกรถชน จนมีอาการพิการทางสมอง สติไม่สมประกอบ ตามไปอีกคนหนึ่งแต่ว่าก่อนที่ยายของเธอจะเสียชีวิตนั้น ยายของเธอได้ฝากฝังสั่งเสียให้เธอมาอยู่กับผู้ที่เป็นป้าซึ่งเปรียบเสมือนที่พึ่งพิงสุดท้ายของเธอ ที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้และที่นี่เอง ที่บันทึกเรื่องราวชีวิตอันแสนน่าประทับใจของเด็กผู้หญิงที่มีหัวใจสุกสกาวที่สุดคนหนึ่งในจักรวาลนี้ก็ถูกเธอเขียนขึ้น ด้วยสำนึกรับผิดชอบ จากจิตใจที่งดงามของเธอ ... สไบทอง เด็กหญิงหัวใจทองคำ
ทุกวันนี้สไบทองต้องทำงานอย่างหนัก ด้วยจิตสำนึกที่คิดอยากจะช่วยหรืออยากตอบแทนป้าบ้าง
โดยการทำงานอย่างทุกอย่างที่กำลังของตัวเองจะสามารถทำได้ ทุกๆ วันหลังเลิกเรียน เธอไมเคยได้สัมผัสชีวิตแบบเด็กวัยรุ่นทั่วไป ไม่เคยได้วิ่งเล่น ไม่เคยออกไปเที่ยวเตร่ เพราะเธอต้องรีบไปรับน้องชาย (หลานของป้า) พากันกลับบ้าน
" เล่นไปไม่ได้อะไร รีบกลับมาทำงานบ้านดีกว่า"
นี่คือคำพูดใสซื่อที่ออกมาจากใจ สไบทอง
จากนั้นเธอต้องมีหน้าที่ปั่นซาเล้งคู่ใจคันเก่าๆ โทรมๆ เอาปลาที่ลุงหามาได้ไปขาย แต่ถ้าวันไหนไม่มีปลาก็ใช่ว่าเธอจะหยุดอยู่นิ่ง เพราะเธอก็จะปั่นซาเล้งออกไปเก็บขยะ เก็บขวด เก็บของเก่าเพื่อนำไปขาย กว่าจะได้เหยียบย่ำเข้าบ้านพระอาทิตย์ก็เลยลับขอบฟ้าพระจันทร์ขึ้นมาแทนที่ ไปนานแล้ว ซึ่งเธอเริ่มทำแบบนี้มาตั้งแต่ชั้น ป.3 (9 ขวบ)
กิจวัตรทุกๆ วันหลังจากเก็บของเก่า เธอจะอาบน้ำอาบท่าและกินข้าว . . .
จานข้าวที่เธอกินประจำประกอบไปด้วยข้าวล้นจาน ส่วนกับข้าวมีเพียงน้อยเดียวเท่านั้น
หลังจากนั้นเธอก็จะล้างจานหรือทำงานบ้านต่ออีกเล็กๆ น้อยๆ
เสร็จภารกิจต่างๆ ก็ถึงเวลาที่ต้องหยิบเอาการบ้าน หรือหนังสือเรียนออกมาทบทวน
ซึ่งกว่าเธอจะทำอะไรต่อมิอะไรเรียบร้อยก็ปาเข้าไป 4 ทุ่มกว่าแล้ว
ถึงจะได้เข้านอน ขณะที่เด็กคนอื่นในวัยเดียวกันคงเข้านอนก่อนเธอไปนานแล้ว
แต่เช้าวันเสาร์และอาทิตย์ก็ใช่ว่าเธอจะหยุดพักผ่อน แต่กลับเป็นวันพิเศษกว่าทุกๆ วัน
เพราะเธอต้องตื่นนอนตั้งแต่ ตี 3 ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของป้าไปตลาด เพื่อหาซื้อผักมาขาย
แต่ก่อนที่จะปั่นซาเล้งไปขายผัก เธอต้องสวมบทบาทเป็นแม่บ้านไปรับจ้างทำงานบ้านให้กับเพื่อนบ้านละแวกนั้น แลกกับเงิน 100 บาท ถึงจะกลับมาเอาซาเล้งคู่ใจคันหนัก ที่อุดมไปด้วยพืชผักนานาชนิด ไปปั่นตระเวนขายตามบ้านต่างๆ ทั้งใกล้และไกล
(ระยะทางปั่นจักรยานซาเล้งบรรทุกผักต่อวันรวม 60 กว่ากิโลเมตร ปกติสไบทองจะต้องเป็นคนจัดผักใส่ถุงเอง แต่ในวันถ่ายทำรายการ คุณป้ามาทำให้ และทุกครั้ง ป้าจะเขียนจำนวนเงินที่จะต้องขายให้ได้ ส่งให้สไบทอง เธอมักจะขายผักได้มากกว่าจำนวนเงินที่ป้าบอกเสมอ เพราะชาวบ้านสงสาร ไม่รับเงินทอนบ้าง แต่ท้ายที่สุด แม้กำไรที่ได้จะเป็นเท่าตัว เช่น ลงทุน 600 ขายได้ 1200 บาท เธอก็จะส่งเงินทั้งหมดให้ป้า จากนั้น ป้าจะให้เงินค่าตอบแทนกับเธอ ครั้งละ 20 บาท ส่วนซาเล้งมือ 2 ราคา 500 บาท ป้าออกเงินให้ก่อน แล้วให้สไบทองผ่อนส่งกับป้าอีกทอดหนึ่ง)
" ถ้าเป็นเด็กคนอื่นๆ รุ่นนี้คงจักรยานยนต์หัวแดงไปแล้ว แต่เด็กคนนี้เลือกที่จะทำมาหากินช่วยครอบครัว"
คำพูดบอกเล่าของผู้ที่พบเห็นสไบทองเป็นประจำเล่าให้กับทีมงานฟัง
ในชีวิตของสไบทอง ทุกวันเธอต้องทำงานหนักเกินวัย ตั้งแต่เช้าตรู่ยันค่ำมืด ไม่มีวันหยุด
เธอบอกว่า อยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้อะไร อยู่ไปก็ไม่ได้เงิน ก็เลยออกมาช่วยทำมาหากิน
ไม่มีใครบอกให้ทำ เธออยากทำเอง เพราะอยากเก็บไว้เป็นทุนเรียน เก็บไว้ให้ป้าซื้อข้าวสาร และเก็บไว้ให้ตา
เพราะตาอยู่คนเดียว โดยเธอจะไปเยี่ยมตาทุกเดือน เดือนละ 3 ครั้ง เอาเงินและข้าวสารไปให้
(ตาของเธอเป็นพ่อแท้ๆของป้า แต่ป้ากำหนดให้สไบทองเป็นคนหาเงินมาซื้อข้าวสารให้ตา เดือนละ 500 บาท และสไบทอง จะต้องหาเงินค่าน้ำ ค่าไฟ ของบ้านตากับบ้านป้ามาให้ป้าตามกำหนดทุกเดือน)
ทุกวันนี้ความหวังและความฝันของเด็กหญิงสไบทอง คือการที่แม่ของเธอจะหายเป็นปกติ
และเธอสามารถรับแม่มาอยู่ด้วยกันได้ มีบ้านเป็นของตัวเอง พร้อมกับรับตาที่ห่วงใยมาอยู่ด้วยกัน
ให้เหมือนกับครอบครัวของคนอื่น
" ถ้ามีพรสักสามข้อให้เลือก ข้อหนึ่งหนูขอให้แม่หายป่วย ข้อสองขอให้ตามีบ้านดีๆอยู่ ข้อสามขอให้หนูได้เรียนสูงๆได้เป็นตำรวจ"
เงิน 100 บาทสำหรับเด็กบางคนอาจได้แค่ไอศรีมแค่ 1 แท่ง
แต่เงินตั้ง 100 บาท ของเด็กผู้หญิงสไบทองกลับต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน เพื่ออยากตอบแทนผู้มีพระคุณ
ความหวังของเด็กหญิงสไบทองจะมีความเป็นไปได้แค่ไหน
ความกตัญญูที่เธอทำมาตลอดชีวิตจะตอบแทนเธอยังไง
คลิป รายการคนค้นฅน สไบทอง เด็กหญิงหัวใจทองคำ
ตอนที่ 1
จากเว็ป dailymotion/18 September 2008 / cocore
<a href='http://www.dailymotion.com/cocore/video/x6si58_1_people' target='_blank'>http://www.dailymotion.com/cocore/video/x6si58_1_people</a>
<a href='http://www.dailymotion.com/cocore/video/x6si7x_2_people' target='_blank'>http://www.dailymotion.com/cocore/video/x6si7x_2_people</a>
<a href='http://www.dailymotion.com/cocore/video/x6siaa_3_people' target='_blank'>http://www.dailymotion.com/cocore/video/x6siaa_3_people</a>
<a href='http://www.dailymotion.com/cocore/video/x6sibv_4_people' target='_blank'>http://www.dailymotion.com/cocore/video/x6sibv_4_people</a>
จากเว็ป ทีวีบูรพา บริษัทที่ผลิตรายการคนค้นฅน/ 30 September 2008
ตอนที่ 2
<a href='http://www.tvburabha.com/tvb/playoldprogram/programold_kkk080930hi.asp' target='_blank'>http://www.tvburabha.com/tvb/playoldprogra...kkk080930hi.asp</a>


