เริ่มด้วย stroller นะคะ ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่า หลายๆบ้านมักจะมีรถเข็นมากกว่าหนึ่งคันเพื่อประโยชน์ในการใช้งานที่ต่างกัน เอามาให้ดูบางแบบ ยังมีที่ไม่ได้เอามาเขียนอีกหลายรุ่นหลายราคา แล้วคุณต่ายก้อไปลองวิเคราะห์ดูแล้วกันนะคะว่าแบบไหนเหมาะกับชีวิตประจำวันคุณต่ายมากที่สุด เหนือสิ่งอื่นใด อย่าได้ซื้อโดยไม่ลองเด็ดขาดนะคะ ต้องไปลองเข็นเดินดูที่ร้านก่อน จะสั่งซื้อทางเนตก็ได้ แต่ควรได้ลองดูว่ารุ่นไหนเหมาะกับเราที่สุดก่อนตัดสินใจ อันนี้รวมไปถึง carseat กับ carrier ด้วยนะคะ สำคัญมาก
ดูรูปประกอบไปด้วยเลยนะคะ

1. umbrella stroller อันนี้เป็นรถเข็นแบบพับได้
ข้อดี พับง่ายมาก ราคาถูกสุดๆ ใช้งานง่าย เห็นบอกว่าต้องขึ้นรถเมล์ รุ่นนี้ถือว่า must have เลยค่ะ สำหรับคนที่ต้องเดินทางโดยรถเมล์ประจำ เพราะพับได้รวดเร็ว น้ำหนักเบา อุ้มลูกขึ้นรถด้วยก็คล่องตัวดีค่ะ เหมาะสำหรับเด็กสักหกเดือนขึ้นไป เพราะเค้านั่งได้เองแล้ว คอแข็งแล้ว เห็นราคาถูกๆอย่างนี้ เข็นลื่นดีนะคะ ไม่ติดขัด บังคับไม่ยาก ส่วนตัวแล้วคิดว่าบังคับดีกว่าพวกราคา $100-$300 อย่าง Maclaren อีกนะคะ
ข้อเสีย ช่องใส่ของเล็ก ปรับที่นั่งหันหน้าหาเราไม่ได้ เบาะปรับเอนไม่ได้ ไม่เหมาะสำหรับเด็กเล็กแรกเกิดที่ยังพยุงคอตัวเองไม่ได้ แล้วก็ใช้กับ carseat ไม่ได้ แล้วก็เหมาะกับคนตัวเตี้ยนะคะ เพราะถ้ากลางๆแบบ 150 ซมขึ้นไปเนี่ย จะต้องก้มหลังเวลาเข็น เดินนานๆแล้วปวดหลังค่ะ แล้วถ้าอยู่เมืองหนาวเนี่ย ผ้าที่นั่งแบบนี้จะบาง ไม่เหมาะสำหรับใช้ในหน้าหนาว
2. carseat frame
ข้อดี รุ่นนี้ก็สะดวกดี วาง carseat ไปได้เลย น้ำหนักเบา พกพาขึ้นรถสะดวก มีที่เก็บของ ราคาย่อมเยา
ข้อเสีย อายุการใช้งานขึ้นอยู่กับรุ่น carseat ที่ใช้กับ frame นั้น อย่างในรูปนี่เป็น frame ของ graco snugride ซึ่งเป็น carseat ที่ใช้งานได้ประมาณหกเดือนหรือน้ำหนักไม่เกิน 20 lbs โดยประมาณ อ้อ ที่เก็บของแบบนี้ เวลาที่ต้องพับก็ถือเป็นข้อจำกัดได้เช่นกันนะคะ เพราะถ้ามีของอยู่เวลาพับก็ไม่สะดวกแน่ๆ ยิ่งถ้าต้องพับตอนขึ้นรถเมล์ด้วยแล้ว
3. แบบสามล้อส่วนใหญ่จะเป็น jogging stroller สำหรับคุณแม่นักออกกำลังกายที่นิยมพาลูกไปวิ่งด้วยกันนะคะ ก็จะมีล้อที่ใหญ่กว่า คล้ายๆจักรยานน่ะค่ะ ถ้าชอบออกกำลังกายก็พิจารณาแบบนี้ได้ค่ะ
รุ่นที่ 4-6 นี่จะเป็นแบบค่อนข้างมีราคานะคะ ก็เอามาเปรียบเทียบให้ดูนะคะ เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
4. Quinny ตัวที่เห็นในรูปนี่นะคะ พับง่ายมากค่ะ ขนาดไม่ใหญ่ ที่จับปรับระดับได้ รูปแบบน่ารัก ใช้กับ carseat ได้แต่ต้องมี adaptor ที่นั่งปรับเอนได้ ข้อเสียคือที่วางเท้ามีขนาดเล็ก ที่เก็บของไม่มี ถุงเก็บของขายเป็นอุปกรณ์เสริม การบังคับนี่ไม่ประทับใจเท่าไหร่นะเมื่อเทียบกับราคา
5. bugaboo bee อันนี้ก็เล็กๆ น่ารัก เปลี่ยนที่นั่งให้หันหน้าหาเราหรือหันหน้าออกไปด้านหน้าได้แต่ต้องยกที่นั่งออก ที่นั่งปรับเอนได้หลายระดับ และยกออกให้เหลือแต่เฟรมได้ ใช้ carseat กับเฟรมได้แต่ต้องเช็ครุ่นด้วยนะคะว่ารุ่นไหนใช้ได้ พับง่าย ขนาดเล็ก มีที่เก็บของพอสมควร ร่มกันแดดขนาดใหญ่
6. อันนี้ขาดไม่ได้ ของเราเอง stokke xplory ก็รถเข็นขนาดใหญ่ ราคาสูง เหมาะสำหรับใช้ในเมือง แต่บังคับง่ายสุดๆ คิดว่าง่ายที่สุดในรถเข็นทั้งหลายทั้งปวงที่ลองใช้มา ที่นั่งปรับระดับขึ้นลงได้ ปรับเอนได้หลายระดับ ปรับที่นั่งแบบหันหน้าหาเราหรือหันหน้าออกก้อได้ อ้อ อันนี้สำคัญนะคะ มีผลการวิจัยออกมาว่าเด็กที่นั่งในรถเข็นที่นั่งหันหน้าออกจากพ่อแม่ตลอดเวลาเนี่ย มีสภาวะเครียดสุงกว่าเด้กที่หันหน้าหาพ่อแม่ โดยเฉพาะเด็กเล็ก เพราะพอเด็กหันหน้าหาพ่อแม่เนี่ย พ่อแม่ก็จะคุยกับเด็กมากขึ้นในอัตราที่สูงกว่าถึงเท่าตัวทีเดียว ข้อดีอื่นๆของรถเข้นรุ่นนี้ก็เยอะแยะนะคะ คร่าวๆก็คือ ที่จับปรับระดับขึ้นลงได้หลากหลายแบบ ใช้ได้กับทั้งพ่อแม่ถึงความสุงของคนเข็นจะต่างกันก็ตาม ที่บังแดดกันยูวีได้แล้วก็มีช่องลม ถุงช็อปปิ้งก็จุของได้เยอะ ใช้กับ carseat ได้แต่ต้องซื้อ adaptor เพิ่ม
ข้อเสียก็คือ ราคาแพง ขนาดใหญ่ อาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่มีรถขนาดเล็ก
7. รถเข็นแบบนี้ก็อย่างน้องมดว่าคือขายพร้อมกับ carseat สามารถใช้ร่วมกันได้เลย ราคามิตรภาพ
ร่ายเรื่องรถเข็นไปเยอะ เห็นน้องมดพูดถึง carseat กับ carrier เลยขอเสริมนิดหน่อยนะคะ carseat นี่ขอแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ สองกลุ่มนะคะ เพราะโตกว่านี้ก็ไปใช้ booster seat แล้ว
8. infant carseat อันแรกนี่สำหรับเด็กอ่อนนะคะ อย่างที่บอกคือใช้ได้ถึงประมาณ 20-25 lbs ข้อดีคือถือไปมาได้ เข้าไปทานอาหารที่ร้านก็ถือเข้าไปได้ ใช้กับรถเข็นได้หลายรุ่น ข้อเสียคือ ขีดการใช้งานจำกัด
9. แบบที่สองนี่จะเป็นแบบ convertible คือสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เหมาะกับเด็กที่โตขึ้น ใช้ได้นานหลายปี บางรุ่นใช้ได้ตั้งแต่เกิด บางรุ่นใช้ตั้งแต่หนึ่งปีหรือ 20 lbs ขึ้นไป คือตั้งแต่หันหน้าออกจากเบาะ บางรุ่นสามารถเปลี่ยนเป็น booster seat ได้ด้วย ซื้อครั้งเดียวใช้ไปได้ตลอดจนเด็กไม่จำเป็นต้องใช้ carseat อีก รุ่นนี้พกพาไม่ได้ ถือไปโน่นมานี่ไม่ได้ใช้กับรถเข็นไม่ได้
แล้วก็ต่ออีกนิดกับ carrier นะคะ จะซื้อรุ่นไหนก็ตาม ขอแนะนำให้ใช้นะคะ เพราะเด็กได้รับความอบอุ่นจากเรามากกว่าใช้รถเข็น หัวไม่แบนด้วย ช่วยให้เราอุ้มลูกไปโน่นมานี่ได้โดยไม่ปวดหลัง แบ่งเป็นแบบใหญ่ๆสามแบบนะคะ
10. อันแรกนี่อย่างที่น้องมดเอามาลง รุ่นนี้ก็ถนัดดี ใช้ได้ทั้งพ่อทั้งแม่ แต่ต้องลองใช้ดูด้วยนะคะ คุณพ่อหุ่นฝรั่งที่ตัวใหญ่หน่อยอาจจะใช้ไม่ได้ แล้วเด็กที่คอหรือหลังยังไม่แข็งก็ไม่แนะนำให้ใช้นะคะ
11. อันที่สองแบบสลิง อันนี้เหมาะกับเด็กเล็ก ข้อดีคือเด็กสามารถอยู่ในท่านอนได้ รองรับคอและหลังได้ดีกว่าแบบแรก ข้อเสียคือไม่เหมาะกับท่านั่ง น้ำหนักจะทิ้งไปที่ไหล่ข้างเดียว ไม่สมดุลสำหรับคนอุ้มเท่าไหร่ แล้วก็ใช้สำหรับแม่เป็นส่วนใหญ่ คุณพ่อๆไม่กล้าใช้ค่ะแบบนี้ หญิงไปหน่อย
12. สุดท้ายแล้วนะคะ รุ่นใช้ผ้าพัน แบบนี้ใช้ดีนะคะ สามารถปรับรูปแบบได้เยอะ ทั้งท่านั่งนอน ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงปีนึงหรือนานกว่านั้นขึ้นกับน้ำหนักของเด็ก ของหนิงลูกตัวโตก็ยังได้ถึงถึงปีกว่าๆแน่ะ ข้อเสียคือต้องเรียนวิธีผูกนิดหน่อย แต่ใช้ครั้งสองครั้งก็คล่องแล้วล่ะค่ะ อีกข้อคือคุณพ่อบ้านคงไม่ใช้เช่นเดียวกับแบบสลิงน่ะค่ะ
นี่คงเป็นการตอบกระทู้ที่ยาวที่สุดที่เคยเขียนมาเลย บางอันก็พูดลัดๆเพราะพิมพ์ช้า ถ้าอยากรู้อะไรถามเพิ่มได้นะคะ คุณแม่ๆผู้เชี่ยวชาญในครัวนี้เยอะคะ



