ป้าติ๋ม เขียน:
<span style='color:blue'>ผัสสะ</span> ในทางพระพุทธศาสนา หมายถึง สัมผัส การกระทบ การถูกต้องที่ให้เกิดความรู้สึก
<span style='color:red'>ผัสสะ</span> เป็น ความประจวบกันแห่งสามสิ่ง คือ อายตนะภายใน(ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) อายตนะภายนอก(รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์) และวิญญาณ
หลังจากสอบผ่านบททดสอบแรกไปแล้ว จากนั้นอีก 2 วันก็มีเรื่องให้ได้ทดสอบจิตอีกหนึ่งเรื่องแต่เป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้มนุษย์ที่มีความเชื่อว่า<span style='font-size:14pt;line-height:100%'><span style='color:red'> เมื่อมีทุกข์แล้ว สุขจะบังเกิดทดแทนได้บ้างหรือไม่ ? </span></span> หากจะเข้ามาเล่าให้จบเสียทีเดียวในวันนี้เดี๋ยวไม่มีใครเข้าทู้มาเลยก็จะ<span style='color:red'>เซ็งเป็ด</span>ไปซะก่อน แล้วต้องไปหาหลักฐานมาประกอบการเล่าจึงจะทำให้เครดิตความเชื่อเรื่องทุกข์และสุขขลังขึ้น....
เรื่องที่จะเล่าต่อนี้เป็น บททดสอบใจบทที่ 2 ของปี 2554 ต้องบอกผู้อ่านก่อนว่าเป็นความเห็นและความเชื่อส่วนบุคคล มิได้หลงใหลได้ปลื้มชักนำผู้ใดให้งมงายโง่เง่าไปกับเรื่องเหนือธรรมชาติ
บททดสอบใจนี้เกิดเมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2554 นี่เอง มันจะเป็นความบังเอิญหรือไรที่มีเหตุการณ์หนึ่งไม่ขอเล่าให้เดาเอาเอง ฮา...ทำให้ภาวะจิตขุ่นมัวเล็กน้อยลืมยิ้มแบบนางงามไปได้เหมือนกัน แต่มานั่งคิดว่าเออนะ สิ่งใดในโลกไม่เที่ยง เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2554 เราก็ยังอยู่บนส้นสูง นุ่งกระโปรงย้วย ใส่เสื้อกันหนาวตัวยาว ผ้าพันคอกันความหนาวเย็นเต็มสรีมเข็นเจ้า jet army Fino เข้าร้านซ่อมอยู่เลย อยากเอาผ้าพันคอออก อยากถอดเสื้อกันหนาว (ไม่อยากถอดกระโปรงย้วย เดี๋ยวโป๊) อยากถอดส้นสูง ตอนนี้มันช่างร้อนเสียเหลือเกิน...ฮา..ฮา... แม้ว่ามันไม่หนักหนาอะไรอะไหล่เสื่อมก็เปลี่ยนแค่นั้น แต่วันนั้นความกังวลมันมากกว่ารถเสีย มากกว่าเงินค่าซ่อม แต่มันคือหน้าที่ๆต้องไปทำงานและลงเวลาให้ทัน 08.30 น. ต่างหาก
การบอกว่ารถเสียมันเป็นเหตุผลที่เชยมากแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริง มันเป็นตัวชี้วัดว่าความพร้อมในการทำงานไม่มีมากกว่า แต่วันนั้นระดับอารมณ์ดีมากมองโลกเชิงบวกและเข้าข้างตัวเองว่า...ก็มันเกิดขึ้นแล้วจะไปทันไม่ทันก็ช่างเถิด" บททดสอบใจวันนั้นจึงผ่านไปได้ด้วยดีที่ไม่สายและไม่ต้องชี้แจงใคร ไอ้ความที่มีวัยตัวเลขมากกว่าคนอื่นนี้ก็เป็นปัจจัยให้คิดมากในกรณีได้เหมือนกันว่าป่าว...
หลังเลิกงานก็มานั่งหน้าคอมเปิดครัวไกลบ้านเนี่ยหล่ะ...ก็ให้ เอ...ในใจ แล้วอัศจรรย์ทดสอบแห่งความสุขเล่าจะมีไหมหรือมีแต่ทดสอบใจที่ต้องระงับยับยั้งอารมณ์ให้ไม่โมหะ โทสะ มีไหมที่จะทำให้เบิกบาน ยิ้มแป้น อิ่มเอม....หันมองหิ้งพระ หลวงพ่อพุทธโสธรยิ้มกับท่าน ทันใดนั้นเอง...
มีมุมกระดาษอยู่บนหิ้งพระ...จำด้ายยยยยไม่ลืม...เป็นกระดาษน้อยคอยความหวังของคนไทยเกือบค่อนประเทศที่รอคอยทุกวันที่ 1 และวันทีี 16 ของทุกเดือน ถึงตรงนี้เหรอ ขาไวมากปรู๊ดเดียวถึงหิ้งพระหยิบลงมา หน้าจอครัวชิดด้านขวามือก่อนเปิดกลูเกิล "ตรวจสลากกินแบ่ง(ต้องแบ่งด้วยเหรอ)รัฐบาล ตอนซื้อนี่ก็เสียภาษีซื้อนะ เมืองไทยนี่ทำมาหากินได้ดีอยู่ ลอตเตอรี่ฉบับละ 80 บาท ซื้อจริงน่ะมันปาเข้าไป 100 บาท หากเป็นตัวเลขที่ดังแล้วเขาจับชุดให้เขากันจะแพงขึ้นเป็นฉบับละ 120 บาท โถ!เพราะคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของรางวัลที่หนึ่งเนี่ยแหละ โง่กว่าถูกเอาเปรียบก็ยอม คิดแล้วก็นะ แม่มู่หมูหมูออมสินตัวน้อยอย่างป้าติ๋มก็โลภะ....นอกเรื่องแล้ว มีผู้สนใจอ่านบอกเรื่องยาวๆไม่น่าอ่าน แต่ก็นะมันก็ไม่ต่อเนื่อง บลิวอารมณ์ไม่ได้น่ะเวลาเล่ามันก็หยาวววววอย่างเงี๊ยะ....เดี๋ยวมายังไม่จบจ้า
................................................ฉันมีความสุขเล็กเล็กในใจฉัน..........................................