Puimek เขียน: <span style='color:red'>น้องเหมี่ยว</span> หายไปนานเลย คิดถึงนะคะ
<span style='color:teal'>ยังอยู่ดีมีแฮงค่า เหมี่ยวกลับบ้านคุ้มค่ามาก
ได้ดูแลบุพการีตามอัตภาพ...สุขแบบเรียบๆค่ะพี่ปุย
หายจากวงการไปนาน กลับมาคราวนี้ มาสวัสดีพี่ๆเพื่อนๆที่น่ารักทุกคนค่ะ
ปีก่อนนู้นตอนท้องแซนดี้ ฝันเห็นพระรูปหนึ่ง...
รูปร่างสูง ผิวออกดำคล้ำ ใบหน้าและอารมณ์จำได้แม่น...ท่านนั่งบนหลังช้าง(เป็นพระนะคะ)ในฝัน
เหมี่ยวก้มลงกราบท่าน...ตื่นขึ้นมาจำฝันนั้นได้ไม่ลืม
ในเดือนเดียวกัน(ที่ฝัน)แม่บอกว่า มีพระธุดงค์รูปหนึ่ง จาริกมาแถวหมู่บ้าน
และพระรูปนั้นมีความประสงค์อยากตั้งวัดติดกับชลประทานของหมู่บ้าน
และขั้นตอนต่างๆในการสร้างวัด ได้ผ่านตามขั้นตอนของกรมศาสนา
เหมี่ยวดีใจที่มีการสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมที่หมู่บ้าน...ดีใจลึกๆเพราะหวังของเราคืออยากให้พ่อแม่หันมาปฏิบัติธรรม
จากวันนั้นมาปีกว่า มาถึงวันนี้ เหมี่ยวเดินทางมาเยี่ยมพ่อแม่ที่บ้านที่ร้อยเอ็ด
เหมี่ยวและสามีพาลูกๆไปปั่นจักยานเล่นรอบหมู่บ้าน รู้สึกในส่วนลึกๆว่าอยากพบพระรูปนั้น
อยากรู้ว่าท่านมาจากไหน เป็นยังไง...ช่วงที่เหมี่ยวมาถึงแรกๆท่านยังไม่มาประจำ ที่ดินที่พระรูปนั้นจะสร้างวัดยังว่างเปล่า
ยังไม่มีการก่อสร้างใดใด ...
วันหนึ่ง เหมี่ยวได้ยินคนในหมู่บ้านมาบอกว่า...พระรูปนั้นมาที่นั่น วันนั้นเป็นวันที่รถไถมาไถพื้นที่ให้เรียบ
เป็นวันเริ่มต้นของการสร้างวัด เหมี่ยวไม่รีรอ รีบไปที่นั่นทันที...เพราะอยากรู้ อยากเห็น อยากไปกราบนุโมทนาสาธุกับการมี่ท่านมาโปรดในครั้งนี้
พอไปถึง...เหมี่ยวเห็นท่านเดินสั่งงาน...รู้สึกปิติ บอกไม่ถูก
พอเห็นหน้าพระรูปนั้น...ฝันเมื่อปีก่อนตอนท้องแซนดี้ก็ผุดขึ้นในจิต...
ไม่แปลกอะไร ก็ตัวเองมักฝันเห็นอะไรอยู่แบบนี้เรือยมา...
วันหนึ่งได้มีโอกาสไปช่วยงานท่านที่สถานที่ตั้งวัด ได้สนธนากับท่านเล่าเรื่องที่เคยฝันเห็นพระรูปร่างแบบนี้ อารมณ์แบบนี้เมื่อปีก่อนให้ท่านฟัง
และบอกท่านว่า ในฝันท่านนั่งบนหลังช้าง...
ท่านเงียบ มองหน้าเหมี่ยวนิ่ง...ท่านไม่ได้ปรารภอะไร ท่านนิ่ง
วันเสาร์ที่ผ่านมา เหมี่ยวได้นิมนต์พระที่วัด(ตั้งใหม่)นั้นมาทำพิธีถอดถอนที่บ้าน (บ้านเคยถูกฟ้าผ่าสองครั้ง)
พระอาจารย์รูปนั้นที่เหมี่ยวเคยฝันเห็นไม่ได้มาด้วย เพราะท่านเดินทางไปทำธุระที่วัดจ.สมุทรปราการ
ด้วยความสนใจ อยากรู้ เกี่ยวกับที่มาที่ไปของการมาตั้งวัด และเกี่ยวกับพระอาจารย์รูปนั้น(ที่เหมี่ยวเคยฝันเห็น) จึงได้เรียนถามพระรูปหนึ่งที่มาวันนั้น
ได้ความว่า...พระอาจารย์รูปนั้น ท่านออกบวชตั้งแต่อายุเพียง ๔ขวบ
หนีพ่อแม่ออกบวชเป็นสามเณร....บวชเป็นพระเป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์สมชายวัดเขาสุกิม
ท่านสร้างบารมีไปเรื่อย สร้างวัดมาแล้วสามที่...เพราะท่านต้องสร้างสิ่งนี้ เจ้ากรรมนายเวรจึงจะบางเบา
เพราะท่านเป็นเจ้าเมืองเก่า ชาตินี้ มีทางนี้เท่านั้นที่จะช่วยท่านได้ คือบำเพ็ญบารมีทางธรรมให้เต็ม
เหมี่ยว(อึ้ง)เงียบ...เจ้าเมืองเก่า ...
ตอนที่เราฝันคราวนู้นนั้น ฝันยังคิดว่า พระนั่งบนหลังช้าง ได้ด้วยหรือ...
วันนี้เข้าใจแล้ว...
เหนือสิ่งอื่นใด ดีใจมากกว่า ที่มีที่ปฏิบัติธรรมมีพระที่มีบารมีทางธรรม ประพฤติประติบัติตนในข้อวัตรที่เคร่งครัดมาโปรดพ่อแม่ของเรา...
สุขไปมากกว่านั้น ที่เห็นแม่ไปบวชชีพราหม์ที่นั่น แล้วแม่มีความสุข จิตเบิกบานกลับมา
แม่เล่าว่า ท่านดุ ท่านเคร่งในข้อวัตรมาก สอนได้แจ้งมาก แม่บอกว่าถ้ามีบวชแม่ขาวอีกจะไปอีก อิอิ ไชโย...ดีใจได้พาแม่ขึ้นสวรรค์
ที่บอกตอนต้นว่ามาครั้งนี้รู้สึกคุ้มค่า เพราะได้เห็นพิธีหลอมทอง เททอง หล่อพระ พระพุทธรูปปางประทานพร
ได้มีโอกาสร่วมอนุโมทนาบุญ...ได้เติมในสิ่งที่อยากเติม คือทาน...
ไม่ได้เขามาอ่านทุกวันเลยค่ะ เพราะอยู่นี่ลูกดื้อต้องคอยตามดู ปล่อยให้เล่นกันเองสองพี่น้องเหมือนอยู่บ้านที่สโลวเกียไม่ได้
คุณหล่อนทั้งสองเล่นเก็บขี้ไก่มาอม เก็บแมงบ้ง แมงหนอนตามต้นดอกพุทมาเล่น เล่นทุกอย่างที่ขวางหน้า อิพ่ออิแม่ได้แต่ปวดเศียรเวียนเกล้าไปตามกัน อิอิ..เฮ้อออ...แต่ก็คุ้มค่ะ</span>
<span style='color:gray'>"A person who lives right, and is right, has more power in their silence than another has by words."</span>