โดย PHAN » พุธ มี.ค. 16, 2011 11:13 am
<span style='color:red'>คาดกัมมันตรังสี ถึงโตเกียวใน 10 ชั่วโมง</span>
นายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง ของญี่ปุ่น ได้ออกประกาศทางสถานีโทรทัศน์ให้ประชาชน ในรัศมี 30 กิโลเมตร ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ฟูกิชิมะ ออกจากพื้นที่โดยด่วน เนื่องจากมีค่าระดับสารกัมมันตภาพรังสีเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังเตือนไปถึงประชาชนว่า ควรอยู่ให้ไกลรัศมี 20-30 กิโลเมตร รวมถึงไม่ควรเปิดเครื่องปรับอากาศ หรือพัดลม ที่จะมีการดูดอากาศแต่อย่างใด และต้องปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด เพื่อความปลอดภัยจากสารกัมมันตรังสีที่รั่วไหล
ด้าน สถานทูตฝรั่งเศสในญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เตือนพลเมืองของตนเองว่า รังสีที่รั่วไหล อาจถึงกรุงโตเกียวใน 10 ชั่วโมง ประชาชนจึงไม่ควรออกจากบ้าน และควรปิดประตูหน้าต่างมิดชิด เพื่อป้องกันสารกัมมันตรังสีด้วย
<span style='color:red'>นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ยอมรับระดับรังสีอันตราย</span>
นายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง ของญี่ปุ่น ระบุว่า ปริมาณกัมมันตรังสีรอบ ๆ โรงไฟฟ้าฟูกุชิมะ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยรั่วไหลออกมาพร้อมกับก๊าซไฮโดรเจน อยู่ในระดับอันตราย มากกว่าระดับมาตรฐานความปลอดภัยถึง 4 เท่า ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ และสามารถตรวจจับได้ไกลถึงกรุงโตเกียว ซึ่งอยู่ห่างออกไป 250 กิโลเมตร
<span style='color:red'>สารกัมมันตรังสีในโตเกียวเพิ่มสูงเกือบ 20 เท่า</span>
การวัดระดับสารกัมมันตรังสีได้ในกรุงโตเกียวล่าสุด วันนี้ (15 มี.ค.54) พบว่า อยู่ในระดับเกินกว่าปรกติเกือบ 20 เท่า แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยอยู่ในระดับ 0.809 ไมโครซีเวิร์ต/ชั่วโมง ขณะที่ระดับปลอดภัย คือ 500 ไมโครซีเวิร์ต ซึ่งทางรัฐบาลยอมรับว่า ระดับของการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี บริเวณใกล้โรงไฟฟ้า อยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพแล้ว
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ ทางกรุงโตเกียว ระบุว่าระดับของรังสีลดลงมาอยู่ที่ 0.075 ไมโครซีเวิร์ต ซึ่งถือว่าใกล้เข้าสู่ภาวะปรกติแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ระทึก! อิราบากิ วัดรังสีรั่วไหลได้ 100 เท่าของระดับปรกติ
จากการระเบิดของเตาปฏิกรณ์ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิม่า ส่งผลให้รังสีรั่วไหลออกมาในปริมาณมาก โดยในจังหวัดอิราบากิ ทางตอนใต้ของฟุกุชิม่า วัดปริมาณรังสีที่รั่วไหลออกมาได้ 100 เท่าของระดับที่ประชาชนจะได้รับตามธรรมชาติ ขณะที่ในจังหวัดคานากาว่า ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโตเกียว วัดปริมาณรังสีได้เกือบ 9 เท่าของระดับที่ประชาชนจะได้รับตามธรรมชาติ
<span style='color:red'>คาด 160 คน อาจได้รับสารกัมมันตรังสี</span>
หน่วยงานความปลอดภัยทางอุตสาหกรรมและนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น กล่าวว่า มีผู้คน 160 ราย อาจได้รับสารกัมมันตรังสีรอบโรงงาน และมีพนักงาน 3 ราย ได้รับสารกัมมันตรังสีอย่างเต็มขั้น นอกจากนี้ ยังมีรายงานเปิดเผยว่า มีประชาชนได้รับสารกัมมันตรังสีเพิ่มขึ้นอีก 19 คน
สำหรับโรงงานไฟฟ้าฟุกุชิมะ ไดอิจิ มีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั้งสิ้น 6 เตา เตาหมายเลข 1 เป็นเตาที่มีอายุการใช้งานมากที่สุด โดยเริ่มปฏิบัติงานนับตั้งแต่เดือนมีนาคม ค.ศ.1971 ขณะที่เตาหมายเลข 2 เริ่มปฏิบัติการเชิงพาณิชย์เมื่อปี ค.ศ.1974 ขณะที่เตาหมายเลข 3 เริ่มใช้งานอีก 2 ปีต่อมา
<span style='color:red'>[COLOR=red]สหรัฐฯ ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์ไปญี่ปุ่น</span>
มีรายงานว่า ทางสหรัฐอเมริกา ได้จัดส่งผู้เชี่ยวชาญพิเศษ และผู้จัดการด้านพลังงานนิวเคลียร์ เดินทางไปญี่ปุ่นเพิ่มเติมอีก 8 คน ตามการร้องขอ ซึ่งทีมดังกล่าว จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือด้านคำแนะนำ และเทคนิคอื่น ๆ เพื่อพยายามปิดการทำงานของเตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์ รวมทั้งศึกษาป้องกันถึงผลกระทบของรังสีที่รั่วไหลออกมา อันอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ โดยทีมงานจะเดินทางถึงโตเกียว ภายในวันพุธที่ 16 มี.ค.นี้
<span style='color:red'>ทำความรู้จักกับ สารกัมมันตรังสี</span>
สารกัมมันตรังสี คือ สารที่สลายตัวปลดปล่อยรังสีออกมา โดย รังสี คืออนุภาคหรือคลื่นที่ปลดปล่อยออกมาจากอะตอมของสารกัมมันตรังสี จึงไม่มีสี กลิ่น หรือสิ่งที่ทำให้สังเกตเห็นได้ สามารถจำแนกตามลักษณะการเกิดได้จาก 2 แหล่ง ดังนี้
1. จากธรรมชาติ สารกัมมันตรังสีจากธรรมชาติ เช่น ยูเรเนียม 235 , ยูเรเนียม 238, คาร์บอน 14 ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับการเกิดของโลก
2. จากมนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นมาเอง เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ในเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู (Nuclear reactor) หรือในเครื่องเร่งอนุภาค ซึ่งสารกัมมันตรังสีที่ได้จากการผลิต เช่น โคบอลต์ 60, ไอโอดีน 131 , ซีเซียม 137, นิวตรอน
สำหรับสารกัมมันตรังสีทั้ง 2 กลุ่มนี้ จะให้รังสีออกมา ได้แก่ รังสีแอลฟ่า , รังสีเบต้า , รังสีแกมมา นิวตรอน นอกจากนี้ รังสีที่เป็นที่รู้จักกันดีและใช้กันอย่างกว้างขวางมีประโยชน์มากมาย ได้แก่ รังสีเอกซ์(X-ray) สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งทางการแพทย์ อุตสาหกรรม การเกษตรและงานวิจัยต่าง ๆ ขณะเดียวกัน รังสี ก็มีอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ได้เช่นเดียวกัน
<span style='color:red'>อันตรายจากรังสีต่อมนุษย์</span>
1. การได้รับรังสีจากแหล่งกำเนิดรังสีจากภายนอก (External exposure) ความรุนแรงของการบาดเจ็บ ขึ้นอยู่กับความแรงของแหล่งกำเนิดและระยะเวลาที่ได้รับรังสี แต่ตัวผู้ที่ได้รับอันตรายไม่ได้สารกัมมันตรังสีเข้าไปในร่างกาย จึงไม่มีการแผ่รังสีไปทำอันตรายผู้อื่น
2. การได้รับสารกัมมันตรังสีเข้าสู่ร่างกาย (Internal exposure) มักพบในกรณีมีการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี ที่เป็นก๊าซ ของเหลว หรือฝุ่นละอองจากแหล่งเก็บสารกัมมันตรังสี หรือที่เก็บกากสารกัมมันตรังสีจากการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เช่น ที่เชอร์โนบิล ประเทศรัสเซีย การระเบิดของอาวุธนิวเคลียร์ ที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น
ทั้งนี้ การกระจายของสารกัมมันตรังสีจะฟุ้งไปในอากาศ น้ำ มนุษย์อาจได้รับรังสีเข้าสู่ร่างกาย ทางการหายใจฝุ่นละอองของรังสี, กินของที่เปรอะเปื้อน, การฝั่งสารกัมมันตรังสีเพื่อการรักษา สารกัมมันตรังสีที่อยู่ในร่างกายจะแผ่รังสีออกมา ทำอันตรายต่อร่างกายเป็นระยะเวลานาน จนกว่าจะถูกกำจัดออกไปจากร่างกายจนหมด และยังสามารถแผ่รังสีไปทำอันตรายคนที่อยู่ใกล้เคียงได้
รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href='http://hilight.kapook.com/view/57087' target='_blank'>http://hilight.kapook.com/view/57087</a>
<span style='color:blue'>ตอนนี้ที่ไทยกำลังตื่นตัว คัดค้านการสร้าง โรงงานผลิตไฟฟ้า (นิวเคลีรย) รุ้สึกจะเริ่มก่อสร้างไปแล้ว ที่ ระยองระนอง แถว ๆ นั้นหรือเปล่าไม่แน่ใจ และก็จะมีทางใต้ ทาง อีสาน อีก ตอนนี้กำลังตื่นตัวกันอย่างมากคะ (ตามข่าว)</span>
<img src='http://i.imgur.com/DNncB.jpg' border='0' alt='user posted image' /><br><br><a href='http://olddreamz.com/bookshelf/properties/propcon2.html' target='_blank'>พูดดี ทำดี คิดดี</a><br><br><a href='http://www.consumerthai.org/main/index.php' target='_blank'><span style='font-size:10pt;line-height:100%'>มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค</span></a><br><br><a href='http://dodee2011.blogspot.com/' target='_blank'>เคล็ดลับในครัว</a>