ครัวไกลบ้านได้ทำการปรังปรุงเวบไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในระบบสมาร์ทโฟน และได้รวมข้อมูลเมนูอาหารและ สมาชิกจากทั้งเวบไซต์เก่าและใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

สมาชิกท่านไหนมีปัญหาไม่สามารถล็อกอินได้ ให้ทำการเปลี่ยนพาสเวิร์ดโดยคลิ๊กลิ้งค์นี้ ลืมรหัสผ่าน
ถ้าท่านใดมีชื่อสมาชิกมากกว่าหนึ่งชื่อแล้วต้องการรวมโพสทั้งหมดให้อยู่ในชื่อสมาชิกเดียว หรือมีปัญหาในการใช้เวบไซต์
สามารถส่งอีเมล์แจ้งรายละเอียดมาได้ที่ admin@kruaklaibaan.com หรือส่งข้อความได้ที่ user: sillyfooks

ถ้าชอบครัวไกลบ้าน อย่าลืมคลิ๊กไลค์เฟสบุ๊คให้ครัวไกลบ้านด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

...โอ้ชีวิต มีอะไรตั้งเยอะแยะ......

อยากคุย อยากเล่า อยากบ่น เรื่องสุข เรื่องทุกข์ เรื่องสารพันปัญหา เชิญคุยกันได้ตามสบายที่ห้องนี้ค่ะ

โพสต์โดย คุณนาย 007 » พุธ ก.ค. 02, 2008 5:21 pm

อ่านเรื่องของพี่ยายหนู แล้วรู้สึกมีกำลังใจจัง หน่อยเองฝันหลายอย่าง บางทีท้อและถอย แต่ก็นั่นหละ หน่อยก็อดไม่ได้ที่จะอดทนรอโชคชะตา ที่ไม่ค่อยจะเป็นใจซะที

หน่อยแต่งงานกับคุณสามีเมื่อสองปีที่แล้ว แต่ไปๆกลับๆเมืองไทย เพราะมีหลายอย่างต้องทำ (แบบว่าทำไร่ทิ้งไว้ที่เมืองไทย สาวไร่มันสำปะหลัง) หน่อยเองเป็นคนบ้านนอก (ที่ไม่ค่อยทำตัวบ้านนอกเหมือนกำพืดเท่าไร อิอิ) เลยดูว่าทุกอย่างยากไปเสียหมดเลย หน่อยเกิดที่บุรีรัมย์ พี่น้อง 5 คน หน่อยเป็นคนเล็กตอนเด็กแก่นแก้วน่าดู (ไว้มีเรื่องเล่าตอนเด็กที่สนุกสนานให้ฟังค่ะ) เป็นลูกชาวนาด้วยนะ หน่อยเรียนหนังสือในหมู่บ้านจนจบ ม.ต้น แล้วเข้าไปเรียนวิทยาลัยเทคนิคในเมืองคนเดียว (หน่อยเรียนช่างเทคนิคสถาปัตยกรรม) ตอนนั้นอายุ 16 ในเมืองก็งั้นๆหละแต่เหงามากจำได้ว่าเหงาขนาดไหนมันยังติดอยู่ในใจตลอดเลย การจากบ้านครั้งแรกในชิวิต 5 วันที่โรงเรียนแสนนานเหลือเกินยิ่งกว่า 5 ปีอีก แต่นั่นหละ หน่อยไม่เคยลำบากจริงๆเลย (ถ้าเทียบกับพี่ยายหนู) ไม่เคยซักผ้าเอง ทำกับข้าวเอง ทำความสะอาดห้องเอง พอปีถัดมาพี่สาวมาเรียนในเมืองด้วยคราวนี้ยิ่งไม่ต้องทำไรเลย พี่สาวทำให้หมดทุกอย่าง หน่อยมีหน้าที่ตื่นขึ้นมาจัดตารางเรียนของตัวเอง อาบน้ำเอง ใส่เสื้อผ้า ไปโรงเรียน แถมตอนไปปโรงเรียนมีเพื่อนขับรถมารับอีกตะหาก(ขนาด สบู่ ผ้าเช็ดต้ว ชุดนักศึกษา ชั้นใน รองเท้าถุงเท้า พี่เตรียมให้หมดวางไว้เป็นเซ็ตเลย) หน่อยเป็นคนเรียนเก่งมากมากก (อิอิ แอบเข้าข้างตัวเองหน่อย) จากนั้นได้โควต้าไปเรียนที่หัวหิน พอดีเจอกับแฟนหนุ่มแฟนก็น่ารักใจดี ก็คบกัน (แฟนเป็นลูกชายผู้พัน) ช่วยกันเรียนหนังสือ ทำการบ้านดูแลกันละกัน แต่หลักๆแฟนหนุ่มเขาดูแลเรามากกว่าเพราะทำไรไม่เป็นเลย ตอนนั้นอายุ 19 แฟนสอนหุงข้าวด้วยหม้อไฟฟ้าครั้งแรกในชิวิต ไม่สุก แฉะ ปนกันอยู่อย่างนั้นกับข้าวไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ ทอดไข่ยังไม่เป็นแผ่นเลยไม่รู้ด้วยซ้ำทอดยังไง รู้แค่มีน้ำมันกับไข่เท่านั้น

พอเรียนจบก็เข้ามาเรียนที่กรุงเทพ ยังคบกับแฟนอยู่ แฟนยังดูแลทุกอย่าง จนวันหนึ่งที่เรามีเหตุให้ต้องจากกัน และวันนั้นหละที่ชีวิตเริ่มต้นจริงๆ

....เหมือนชีวิตผันผ่านคืนวันอันเปลี่ยวเหงา
ตัวเป็นของเราใจของใคร


มีชีวิตเพื่อสู้คืนวันอันโหดร้าย
คืนที่ตัวกับใจไม่ตรงกัน
....ทุกชีวิตดิ้นรนค้นหาแต่จุดหมาย
ใจในร่างกายกลับไม่เจอ
ทุกข์ที่เกิดซ้ำ เพราะใจนำพร่ำเพ้อ
หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข...
ภาพประจำตัวสมาชิก
คุณนาย 007
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 30
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 02, 2008 3:05 pm

โพสต์โดย modnoi » ศุกร์ ก.ค. 11, 2008 8:15 am

แล้วไงต่อค่ะ รออ่านนะ
<span style='color:red'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'><span style='font-family:Courier'><b>ฉันไม่ใช่คนสวย... แต่เป็นคนสวยมาก</b></span></span></span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
modnoi
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 484
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ต.ค. 07, 2007 8:00 am

โพสต์โดย คุณนาย 007 » ศุกร์ ก.ค. 18, 2008 1:38 pm

หน่อยคบกับแฟนหนุ่มอยู่ 5ปี ไปไหนไปกันทำอะไรก็ทำด้วยกัน เรียกว่าเงาตามตัวกันและกันว่างั้นเถอะค่ะ เราไม่เคยทะเลากันเลยค่ะ จะว่าไปก็ทะเลาะอยู่หรอกค่ะ สองหน เรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้ง ครั้งแรก ทะเลาะกันเรื่อง งาน คือหน่อย อยากทำงาน

ขอท้าวความนิดหน่อยค่ะ ตอนนั้นหน่อยต้องหยุดเรียนกลางคัน เพราะที่บ้านไม่มีตังส่งเสียให้เรียนต่อ บวกกับแม่แฟนตอนนั้นก็มีปัญหาเรื่องสุขภาพอยู่นิดหน่อย ไม่ได้มากมายแต่เราดันเกรงใจไม่กล้า อีกอย่างเราเป็นแค่แฟนกันแต่แม่แฟนช่วยเหลือมาตลอด ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าโรงเรียนอื่นๆ แต่ตอนนั้นหลักๆคือหมดกำลังใจจากครอบครัวมากกว่าเพราะเรื่องเรียนเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับตัวเองตอนนั้น (ในใจคิดแต่เรียนๆๆๆๆๆ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์พลิกล็อก ไม่ได้เรียนเด็กอายุ21จะทำไง ไม่รู้สิ ตอนนั้นสับสนมาก) หน่อยอยู่อพาร์ทเม้นไม่ได้ทำงานอ่ะไร ไม่ต้องทำอะไรเลยเกือบสองปี แล้วหน่อยก็ฉุกคิด ไม่ได้แล้วจะอยู่แบบนี้ไม่ได้แล้ว เราต้องทำงานแล้ว ก็เลยขอแฟนหนุ่ม
แฟนหนุ่มเลยโกรธทะเลาะกัน "นี่ฝันเลี้ยงดูเธอไม่ดีเหรอ ทำไมถึงอยากทำนักงานเนี่ย"
หน่อย "อ้าว ใครๆเขาก็มีงานทำ แล้วมัยหน่อยต้องอยู่บ้าน งานก็ไม่ทำ"
ฝัน "อยากได้เงินเดือนเท่าไร แลกกะการอยู่บ้านอ่ะ"
หน่อย "มันไม่ใช่เรื่องเงินหรอกฝัน มันเรื่องของชีวิต หน่อยอยากทำงาน หน่อยอยากบอกใครๆว่าหน่อยทำงานเป็น หน่อยทำไรได้ ไม่ใช่อยู่แบบนี้"

เถียงกันไปเถียงกันมา สุดท้ายฝันก็ยอมให้ไปสมัครงาน แล้วหน่อยก็ไปสมัครงานที่แรก ทำงานร้านมินิมาร์ท ทำอยู่ประมาณเดือนทีสองมั้ง (เงินออกทุก 15วัน)วันนั้นฝันไปรับเพราะฝันอยากไปซื้อหนังสือที่ร้าน B2Sแต่ไม่อยากไปคนเดียว แล้วฝันนั่งรอที่นอกร้านเจ้าของร้านก็บ่นว่าแฟนมารอรับทั้งที่เป็นเวลางาน (เหลืออีก สิบนาที หมดเวลาทำงาน) ฝันได้ยินเข้า หน่อยก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่แฟนนั่งอยู่นอกร้านไม่ได้เข้ามายุ่งในร้าน เดินเข้ามาเพียงสองครั้งคือครั้งแรกมาถึงซื้อเป็บซี่แล้วบอกว่าฝันรอข้างนอกนะ ครั้งที่สองตอนรับเงิน(วันนั้นเงินออก)แล้วฝันก็พูดว่า ต่อไปนี้หน่อยจะไม่มาทำงานที่นี่อีกแล้ว เธอลาออก (จบกัน งานก็ไม่มีทำอีกแล้ววววว) แล้วเราก็ไปซื้อหนังสือกัน ชอบอ่านหนังสือทั้งคุ่

แล้วหน่อยก็มาเริ่มงานกับบริษัทที่เกี่ยวกับสายอาชีพตัวเองบริษัทอยู่ห่างจากที่พักสองป้ายรถเมลล์ เชื่อมั้ยเงินเดือนแค่หกพันบาท แต่ฝันไม่เคยให้นั่งรถเมลล์เลย (จริงๆ ตั้งแต่เข้ามาอยู่กรุงเทพไม่เคยนั่งรถเมลล์เลย)ค่าแท็กซี่ค่ากินค่าอยู่ ไม่ต่ำกว่าแปดพันต่อเดือนแต่ตอนนั้นมีเงินเก็บแล้ว เพราะแม่ฝันยังคงให้ตังเหมือนเดิมแกว่าให้ต้องให้เท่ากันเพราะแกรักเท่ากัน ทั้งๆที่รู้หน่อยไม่ได้ไปโรงเรียนแล้ว แต่แกว่าไม่ไปโรงเรียนก็ยังต้องกินเหมือนกัน(ไม่รู้ทำไมแกรักเราเท่าลูกแก)แม่ให้เดือนละ6500เงินเดือนอีก6000ก็เหลือเก็บเดือนละ3-4พันบาทต่อเดือน ส่วนฝันแม่ให้เดือนละ 9500 แต่ฝันต้องจ่ายค่าที่พัก น้ำ ไฟด้วย (รวมทั้งค่าแท็กซี่ที่ต้องรับส่งหน่อยด้วย)

ครั้งที่สอง(เราทะเลาะ)ตอนเราเลิกกัน

ทำงานที่นี่ได้ปีกว่าเกือบสองปี (เงินเดือนเท่าเดิม ไม่มีไรเปลียน ฝันเรียนมหาลัยปีสุดท้ายหน่อยลองไปสมัครงานที่หใม่ดูเพราะเพื่อนบางคนเรียนจบในปีนั้นเลยไปสมัครงานในบริษัทเดียวกับเพื่อน(เพื่อนจบ ป,ตรี ตัวยังใช้วุฒิปวส.สมัครงานอยู่)หน่อยได้รับเข้าทำงานแต่เพื่อนพลาดไป หน่อยย้ายที่ทำงานไปทำงานที่นั่น ไกลกว่าเดิมนิดหน่อย
หน่อยทำงานที่นั่นเข้าเดือนที่ หก และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
ฝัน " หน่อยเราไปจดทะเบียนเถอะ ฝันไม่อยากแต่งงานเลย ไม่อยากมีพิธีอะไรทั้งนั้นอ่ะ รำคาญ ยุ่งยาก เบื่อด้วย"
หน่อย " ฝันผู้หญิงที่ไหนก็ฝันอยากเข้าพิธีแต่งงานทั้งนั้นหละ ฝันอดทนหน่อยนะ เราทำพิธีแต่งงานไม่ยากเท่าไรหรอก นะ" ไม่มีคำตอบจากฝัน
อีกสองวันถักมา
ฝัน " หน่อยจะไปจดทะเบียนหรือว่าไม่ต้องทำไรเลยเลือกเอา"
หน่อย " หน่อยจะแต่ง หน่อยจะเข้าพิธีแต่งงาน หน่อยอยากให้มันสมเกียรติหน่อย เพราะครอบครัวดรีมเองก็มีหน้าตาในสังคมหน่อยเองหน่อยก็อยากแต่งอยากให้สังคมรู้ว่าฉันแต่งงาน เหมือนคนทั่วๆไป ยอมเข้าพิธีแล้วหน่อยจดทะเบียนหรือไม่ เลือกเอา"
น่านนนน.....
อีกสามสี่วันถัดมา ฝันนั่งซึม เหงาๆ อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หน่อยกับมาจากทำงานเหนื่อยๆ ช่วงนั้นหน่อยบ้างานมากไปนิดหนึ่ง เพราะยิ่งทำยิ่งมัน พอเจอสภาพแฟนก็เลยหันมามองนี่เราลืมใส่ใจแฟนหรือเปล่านี่ เลยถามไป
หน่อย "ฝันเป็นไรไปคะ ทำไมเงียบจัง ไปอาบน้ำไป เดี๋ยวออกไปทานข้าวกันนะ คะ"
ฝัน "ไม่เอาอ่ะ ฝันเหนื่อย เซ็ง อยากอยู่เฉยๆ"
หน่อย "งั้นฝันจะกินไรหน่อยเดินไปซื้อให้นะคะ" (เอาใจเต็มที่)
ฝัน "ไม่เอาไม่อยากกินอ่ะ" แล้วก็เงียบ ไม่คุยอะไรต่อ
ผ่านไป ห้านาที
สิบนาที
สิบห้านาที
ครึ่งชั่วโมง
หน่อย "ฝันเป็นไรอ่ะ มีไรทำมัยไม่ยอมบอก ไม่ยอมคุยกับหน่อยหละคะ ทำงี้แล้วหน่อยจะรู้ได้ไงว่าฝันเป็นอะไร เหนื่อยหรอ ที่มหาลัยเรียนหนักเหรอ ยุ่งมากหรอ
จะนอนนี่มั้ย เดี๋ยวหน่อยเตรียมผ้าเช็ดตัวให้
ฝัน "หน่อยอย่าเซ้าซี้ได้มั้ย"เสียงดุ
หน่อย เอ้า แล้วฝันเป็นไรไปคะ ทำไมไม่ยอมพูดอะไรเลย แล้วหน่อยจะณุ้มั้ยนี่ว่าฝันเป็นอ่ะไรหนะ"
ฝัน "หน่อยจะให้ฝันพูดจริงๆหรอว่าฝันเป็นอะไร"
หน่อย "ก็ใช่นะสิเป็นไรก็บอกสิคะจะได้รู้"
ฝัน " ฝัน ฝัน ฝันอยากเลิกกับหน่อย
หน่อยเงียบไปสักสองนาที ลุกขึ้นยืนแล้วตอบว่า "ได้สิ"ด้วยน้ำเสียงปกติค่อนข้างเบา แล้วก็หมดสติไป ไม่รู้เกิดไรขึ้นจากนั้น ตื่นมาอีกที หายใจเริ่มไม่ทันพูดไม่ออก น้ำตาใหลตลอดเวลา ไม่รู้จะทำไงมองไม่เห็นทาง ความหวังฝันสิ่งต่างๆ มันพังทลายลงไปต่อหน้าต่อตา(ยังคงมึนอยู่ พยามบอกตัวเองว่าฝันไป)
ฝันนอนอยู่ข้างๆทั้งบีบทั้งนวด นั่งร้องไห้น้ำตาใหล ปากก็พร่ำ "ฝันขอโทษฝันไม่ไปไหนแล้วทั้งนั้น ฝันจะอยู่ตรงนี้กับหน่อยหละ หน่อยอย่าเป็นไรนะ "
แล้วหน่อยก็ไม่รู้ทำไมในจังหวะนั้น หน่อยบอกฝันไปว่า "ทำอย่างที่ฝันอยากทำเถอะ ไม่ว่าอะไรหน่อยก็รักฝันเหมือนเดิมค่ะ"แล้วหน่อยก็หลับตาแต่น้ำตามันใหลไม่ยอมหยุด (วันนั้นวันศุกร์ยังจำได้)เสาร์ อาทิตย์ไม่ต้องทำงาน
น้ำตาบังคงใหล ฝันยังอยู่ใกล้หน่อยไม่ไปไหน
วันจันทร์มาถึงหน่อยต้องไปทำงานแต่น้ำตาไม่ยอมหยุดใหลซักที เศร้า ซึม ไม่อยากคุยกาใคร หน่อยกลับบ้านเร็วทุกวันหลังจากนั้น จนวันหนึ่งเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมีเสียงผู้หญิงโทรมาขอสายฝัน หน่อยตอบว่าฝันยังไม่กลับจากมหาลัยเลยค่ะ ให้โทรมาใหม่หรือโทรเข้ามือถือ แล้วเสียงก็ตอบมาว่า ""อีตอแหล ผู้ชายเค้าอยากเลิก เค้าเบื่อจะตาย ยังจะไม่ยอมให้เค้าเลิกอีก หน้าด้านจริงๆ" เออ รู้แล้วว่าใครทีนี้ เพื่อนๆของฝันจากมหาลัยนั่นเอง ฝันกลับมาบ้าน หน่อยบอกฝันเรื่องนี้แล้วว่าอย่าให้เพื่อนฝันมายุ่งกับหน่อยอีกนะ วันถัดมาฝันเมากลับมานั่งร้องให้นั่งบ่น ทำไมฝันต้องมาทนอยู่กับหน่อย ฝันไม่ได้รักหน่อยเลย ทำไมต้องให้ฝันมานั่งทนแบบนี้ เพื่อนๆฝันเข้าบอกว่าให้ไล่ห่อยออกจากอพาร์ทเม้นก็สิ้นเรื่องเพราะที่นี่มันอพาร์ทเม้นที่ฝันเช่า หน่อยถามว่า ทำไมฝันไม่ทำหละ ฝันทำได้นี่ ฝันตอบว่า เพราะมันมีค่ากับฝันมากกว่าคนพวกนั้นเป็นร้อยเท่าแต่ฝันไม่ได้รักหน่อยแล้วเท่านั้นเอง ฝันอยากเป็นเพื่อนกับหน่อยตลอดไป แต่ฝันเป็นแฟนกับหน่อยไม่ได้แล้วเท่านั้นเอง
ภาพประจำตัวสมาชิก
คุณนาย 007
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 30
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 02, 2008 3:05 pm

โพสต์โดย คุณนาย 007 » ศุกร์ ก.ค. 18, 2008 2:45 pm

หลังจากนั้น เราก็ไม่พูดกันอีกเลย แต่เรายังคงไปทานข้าวด้วยกันดูโทรทัศน์ด้วยกัน ไปซื้อของด้วยกัน (โดยที่เราไม่พูดอะไรกันแม้สักคำพูดเยว) เราเข้าใจและรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร หรือคิดอะไรโดยที่เรามองตาก็เข้าใจกัน เป็นเวลา สามเดือนกว่าๆ
แล้ววันหนึ่งหน่อยก็หมดความอดทน ฝันเองก็คงเช่นกัน
ฝัน "หน่อย อย่าเป็นแบบนี้ได้ใหม ฝันเป็นห่วง ฝันไปไหนไม่ได้หากหน่อยยังเป็นแบบนี้"
หน่อย "ฝันอยากไปไหนก็ไปซะทีสิ จะอยู่ทำไมให้เราทั้งคู่ทรมาน"
ฝัน "ถ้าหน่อยไม่หยุดน้ำตาใหล ไม่หยุดเศร้า ฝันจะไปได้ไงหละ"
เชื่อมั้ยเจ้ากรรม น้ำตาหน่อยมันใหลทุกวันทุกเวลาจนทุกคนคิดว่าระคายเคืองตา ต้องหาหมอ
หมอก็ถามว่าทำไมมันใหลตอดเลย แล้วให้ยาหยอดตามากับยาแก้อักเสบ
หน่อย " ถ้าฝันอยากให้เราดีขึ้นทั้งคุ่ฝันก็ทำตามที่ฝันคิดฝันฝันถึงสิ" ไหนๆฝันก็ไม่รักหน่อยแล้ว
วันถัดมา หน่อยกลับจากทำงานก็ไม่เห็นเงาฝันอีกเลย ใจหน่อยหายวาบ ฝันไปจากหน่อยแล้วจริงๆ ไปแล้วจริงๆสินะ ไม่เป็นไรหรอก เราอยู่เองได้ เดือนถัดมาหน่อยถูกฝ่ายบุคคลเรียกเข้าพบแล้วคุยเรื่องพฤติกรรมของหน่อยเพราะหน่อยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย หน่อยไม่มีสมาธิเหมือนเมื่อก่อน งานหลายอย่างหน่อยบกพรองทั้งๆที่ไม่อยากเชื่อว่านี่คือผลงานที่หน่อยทำ ตั้งแต่เปิดบริษัทมาในตำแหน่งที่หน่อยทำงานไม่เคบมีคนทำได้เยี่ยมเท่าหน่อยมาก่อน (พี่ๆสถาปนิก และมัณฑนากรเขาชมมา แต่ตอนนี้เกิดไรขึ้นกับหน่อย หน่อยก็ตอบไปว่า ค่ะ แล้วหน่อยจะปรับปรุงตัวค่ะ แล้วเวลาประชุมอะไรต่างๆจากนั้นก็ไม่เคยมีรายชื่อหน่อยในการเข้าประชุมร่วมเลย
ผ่านมาได้ประมาณสองเดือนหน่อยโดนเจ้าของบริษัทเรียกเข้าพบ (ไม่บ่อยที่เจ้าของบริษัทจะเรียกพนักงานเข้าคุยเป็นการส่วนตัว)
บอส "หน่อยเป็นไรไปอ่ะ พักนี้ทำงานไม่ค่อยดีเลย มีปัญหาไรมั้ยกับที่ทำงานอ่ะ หรือว่างานเยอะไป
หน่อย" เปล่าค่ะบอส หน่อยต้องขอโทษค่ะที่บกพร่องในหน้อาที่หน่อยจะปรับปรุงตัวค่ะ"
เย็นวันนั้นหัวหน้างานเรียกพบ เราไปนั่งกันเหล้ากันข้างนอก
ปล.อาจมีคำไม่สุภาพ แต่นี่คือคำฟูดที่เราใช้กันจริงๆในสายงานของเราค่ะ
หัวหน้า" หน่อยมึงเป็นไรวะ เฮี่ยกูเห็นมึงเป็นงี้นานแล้วนะ มีไรมึงก็บอกกูสิวะเดี๋ยวกูช่วย เงินเดือนน้อยไม่พอใช้หรอ หรือไง"
หน่อย "เปล่าพี่ หน่อยไม่เป็นไรค่ะ สักพักคงดีขึ้นหละพี่"
หัวหน้า " มึงอกหักหรอ"
หน่อย " เปล่าพี่ ไม่มีไร ขอบุหรี่ตัวสิ(จุดเริ่มของการเริ่มต้นดูดบุหรี่)
หัวหน้ายื่นให้ นี่มึงเป็นไรคุยกากูได้นะ คนอื่นๆเขาก็เป็นห่วงอ่ะ
ทุกคนพยามยามมากที่จะช่วยเหลือ ล้วงคำตอบจากหน่อย หน่อยก็ตอบอย่างเดียว เปล่าพี่ เปล่าพี่
จนวันหนึ่ง หน่อยเผลอเล่าความในใจเพราะความสนิทสนม ให้พี่ฝ่ายบุคคลฟังโดยที่ชุ่วโมงนั้นเราลืมนึกไปว่าทำงานที่เดียวกัน และเขามีสิทธิพิจารณาเรา เราคิดแค่ว่า เราเหนื่อยอยากมีคนระบายบ้างเท่านั้นเอง อีกอย่างพี่ที่ทำงานก็มีแต้ผู้ชายทั้งนั้น เราคิดว่าพี่เขาเป็นผู้หญิงอาจเข้าใจตัวเรามากกว่าคนอื่นๆ
สุดท้ายพระเจ้า สิ้นเดือนโดนเลยค่ะ ซองขาวผ่านหัวหน้ามา หัวหน้ารับซองขาวแทนลูกน้องแบบงงๆ แล้วถาวว่านี่ของไอ้หน่อยหรอ ให้ผิดคนหรือเปล่า เดือดร้อนหัวหน้า เดินแบบสามหาวมาก บุกไปห้องบอส ถามว่าคุณทำงี้ได้ไง ถ้าคุณให้ไอ้หน่อยลูกน้องผมออก ผมออกด้วย
บอสงง อะไรอ่ะ
หัวหน้า ไอ้หน่อยได้ซองขาวได้ไง ผมเป็นคนเดียวที่มีสิทพิจารณามัน ถ้าผมพิจารณามันแล้วคุณเห็นไม่สมควรคุณก็ควรบอกผมไม่ใช่ทำข้ามหน้าข้ามตาผมแบบนี้
บอส เดี๋ยวๆคุณผมไม่รู้นะว่าชองขาวนี่ไปถึงไอ้หน่อยได้ยังไงแล้วไอ้หน่อยมันเห็นยังซองนี้อ่ะ
หัวหน้า ยัง เพราะผมเพิ่งได้รับมาจากฝ่ายบุคคลเมื่อกี้นี่เอง
บอส งั้นตามคุณ เอ (นามสมมุติ หัวหน้าฝ่ายบุคคล) มาหาผมหน่อย
.......ไม่รู้เกิดไรขึ้น.........
หัวหน้าเดินมาหาที่ห้องทำงาน
หัวหน้า "หน่อยเย็นนี้มึงไปไหนอ่ะ"
หน่อย "กลับบ้านพี่ (ที่พักของหน่อยคือบ้านของหน่อย) มัยหรอ "
หัวหน้า "เดียวมึงไปแดกเหล้ากะกูหน่อยเซ็งหวะ วันนี้วันศุกร์แล้วด้วย เงินเดือนออก เงินมันร้อน ฮ่า ฮ่า" ทำเป็นหัวเราะแต่ในน้ำเสียงไม่สดใสเท่าไร
พี่มัณฑณากรท่านอื่นๆ เอ้ยนัดไรกันสองคนนี่
หน่อย "เปล่าค่ะพี่"กลัวเข้าครหา เพราะสนิทกับหัวหน้าเกินไป
หัวหน้า ผมชวนไอ้หน่อยไปกินเหล้ากันอ่ะ ทำไมหรอ จะไปด้วยกันมั้ย
ไปปปปปปป ฮ่า ฮาฮ่า ฮ่า แล้วเราทั้งหมดก็ไปด้วยกันสิบชิวิต
ในวงเหล้าเราก็คุยกันเรื่องที่หัวหน้าไปคุยกับบอสมา (ซองขาวก็ได้รับแล้วตอนนั้น หัวหน้าเดินเอามาให้) แล้วก็กลายเป็นประเด็น หน่อยได้แต่ตอบว่า ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นความผิดหน่อยเองที่ไม่ตั้งใจทำงาน

แล้วหน่อยก็อยู่บ้าน เริ่มมองหาไรทำต่อ เพราะอยู่เฉยๆไม่ได้แล้วค่าเช่าบ้านก็ต้องจ่ายเอง ต้องประหยัดมากขึ้น แล้วอย่างแรกที่ทำคือการหัดนั่งรถเมล์
ออกจากพัฒนาการไปอนุเสาร์ชัย
เริ่มต้น เดินมาหน้าปากซอยประมาณ 200เมตร ปกตินั่ง มอไซด์วิน 5 บาท ต่อไปไม่นั่งแล้วต้องหัดเดินมาถึงปากซอย เพื่อนั่งรถเมล์สาย 92 ขณะนั่งอยู่บนรถเมลล์ "เป็นไรวะแสบเท้าอิบอ๋าย พอถอดรองเท้าออกเท่านั้นค่ะ ฝ่าเท้าพองงงง เอาว่า 50% ของฝ่าเท้าน่ะค่ะ คิดในใจ ซวยจริงๆกูแล้วจะทำไงหละนี่ แทนที่จะเสีย 5บาท (เมื่อก่อนยังห้าหรือหกบาทจำไม่ได้แน่ ต้องจ่ายค่าหมอบวกค่ายาอีกค่ะ
รถเมลล์สาย 92แล่นจากท่า 92 ถึงอนุเสาวรีย์ สามชั่วโมง ขากลับช่วงเย็นอีก (รถติดน่าดูชม สี่ชั่วโมงกว่า รวมก็เจ็ดชั่วโมงกว่าๆ) กลับมาถึงบ้านไม่สบายเพราะเท้าพองและแดดร้อน เป็นไข้นอนซมอยู่ในหน้อง ไม่มีคนดูแลอีก เพื่อนๆที่อยู่ใกล้ๆเขายังไม่รู้ว่าเลิกกับแฟนเพราะเขาเล่าให้ฟังทีหลังว่าก็เห็นฝันมาที่อพาร์ทเม้นทุกวัน (หน่อยเองก็รู้สึกว่าฝันทุกวันเพราะห้องหน่อยสะอาดเอี่ยมทุกวัน ทั้งๆที่หน่อยกวาดทุกสามสี่วัน ปกติฝันเป็นคนทำความสะอาดให้ ด้วยที่จับไม้กวาดแล้วมือพอง ฮ่าฮ่าฮ่า)จนวันที่ย่างเข้าวันที่สองตัวร้อนมาก ไม่ไหวแล้ว พอดีเพื่อนมาเคาะห้อง
เพื่อน "หน่อยเป็นอะไรอ่ะ หน้าแดงตัวแดง (จริงๆอ่ะดำ อิ อิ)"
หน่อย "อ้อ หน่อยไม่สบายนี่ว่าจะไปหาหมออ่ะ ไปเป็นเพื่อนหน่อยได้มั้ย"
เพื่อน "อือ ได้สิ แล้วไปทำไรมาทำไมมันขนาดนี้"
หน่อย "หน่อยนั่งรถเมล์ไปเสาวรีย์มาอ่ะ อยากลองนุ่งดู โค ตะระ นานเลยว่ะ"
เพื่อน "มึงนั่งไงวะนาน เขานุ่งกันครึ่งชั่วโมงรถติดก็อาจชั่วโมง"
หน่อย "บ้านป้ามึงดิ ครึ่งชั่วโมง หน่อยนั่ง 92นานโคตร"
เพื่อน "อ่าวแล้วมึงไม่นั่ง 168หละ
หน่อย "168มันมาจากทางไหนวะ
เพื่อน "นั่ง92ไปหน้ารามแล้วต่อ168
.........55555555555....อั้ยโง่
(จำไม่ค่อยแม่น 168ใช่มั้ยที่ไปเสารีย์น่ะค่ะ)
หลังจากที่ลองนั่งอยู่หลายวันก็เกิดการเหนื่อยมากกกก เห็นร้านเบียร์สด น่าดื่ม เหนื่อยๆ ไปหาไรดื่มเย็นดีกว่า
นั่น นั่งรถเมลล์ไปกินเหล้าค่ะ ไปคนเดียวนี่หละ ขากลับยังคงนั่งแท็กซี่ค่ะ
และแล้วก็คิดค่ะว่าเอทำไมเราไม่เปิดร้านเองเลยหละ ตังก็พอมีนี่นา เอาหละ งั้นเริ่มหาทำเลดีกว่า ดีกว่าอยู่เปล่าวๆๆ ระหว่างนั้นก็สมัครงานไปด้วย
ภาพประจำตัวสมาชิก
คุณนาย 007
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 30
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 02, 2008 3:05 pm

โพสต์โดย modnoi » ศุกร์ ก.ค. 18, 2008 6:31 pm

เขียนได้น่าอ่านมากค่ะ เหมือนนักเขียนมืออาชีพเลย มารออ่านต่อขอสมัครเป็นแฟนพันธ์แท้

ขอถานนิดหนึ่งนะคะ ฝันเขาได้บอกไหมค่ะว่าทำไมไม่รักแล้ว เพราะคนเรารักกันมานาน มาหมดรักกันได้ง่ายๆเพราะอะไร และเราเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิด
<span style='color:red'><span style='font-size:14pt;line-height:100%'><span style='font-family:Courier'><b>ฉันไม่ใช่คนสวย... แต่เป็นคนสวยมาก</b></span></span></span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
modnoi
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 484
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ ต.ค. 07, 2007 8:00 am

โพสต์โดย Viewtalay » จันทร์ ก.ค. 21, 2008 1:05 pm

รออ่านอยู่นะ กลับมาเขียนต่อนะคะ

เขียนได้น่าติดตามจริง ๆ ค่ะ
<a href='http://' target='_blank'><a href="http://lilypie.com/"><img src="http://lpmm.lilypie.com/7hZZp2.png" width="200" height="80" border="0" alt="Lilypie Premature Baby tickers" /></a></a>
ภาพประจำตัวสมาชิก
Viewtalay
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 198
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ เม.ย. 02, 2006 9:20 am

โพสต์โดย หญิงจ้า » จันทร์ ก.ค. 21, 2008 1:28 pm

<span style='color:purple'>กำลังสนุกเลยคะ มาต่อเร็ว เร็ว
มาเล่าให้เค้าติด แล้วก็หนีไปปปปปปป</span>
ภาพประจำตัวสมาชิก
หญิงจ้า
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 235
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.พ. 05, 2008 8:02 pm

โพสต์โดย lillehammer11 » จันทร์ ก.ค. 21, 2008 4:59 pm

รีบกลับมาเขียนต่อนะคะ ตามอ่านอยู่ค่ะ พูดถึงรถเมล์สาย 92 แล้ว นุ้ยนึกถึงเรี่องโง่ๆๆ ของนุ้ยเหมือนกัน เคยนั่งสายนี้เหมือนกัน มันนานนนนนนนมากกกก ถ้าจับไม่ผิดสายนี้วิ่งไปถึงราม 2 ไหมน่ะ นุ้ยเคยอวดฉลาดนั่งสายนี้จากราม 2 มาอนุสาวรีย์ บอกเพื่อนว่าโอ้ยไม่ไกลหรอก ที่ไหนได้ไกลกว่าสายที่เคยใช้อีก &nsbp; &nsbp;
ภาพประจำตัวสมาชิก
lillehammer11
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 20
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ มิ.ย. 27, 2007 10:16 am

โพสต์โดย คุณนาย 007 » พฤหัสฯ. ก.ค. 24, 2008 11:04 am

เอ้า มาต่อกันค่ะ
หลังจากคิดมีร้านเบียร์เป็นของตัวเองและยังคงหัดนั่งรถเมลล์ นั่งไปทั่ว หลงไปทั่ว ไปๆมาๆ เงินที่นั่งรถเมลล์หมดมากกว่านั่งแท็กซี่เสียอีก เงินที่เก็บก็หมดไปเรื่อยๆ ยังทำใจเรื่องฝันไม่ได้ (ไม่รู้ใครเคยเป็นหรือเปล่า เรื่องอกหัก ไม่ยักกะตาย แต่เกือบตายยย) คำพูดของฝันยังคงก้องอยู่ในหู “ฝันไม่ได้รักหน่อย”
“ไม่รักแล้วมาทนอยู่กับหน่อยทำไมตั้งนาน ไม่รัก แล้วมาห่วงใยกันทำไม ไม่รักจะมาใส่ใจกันทำไม ไม่รักแล้วที่ทำไปเพื่ออะไร” หน่อยคิด และเฝ้าหาคำตอบจากฝันมาตลอด

ตื๊อ ตือ ตื่อ ตือ ตื๊อออออ...(เสียงโทรศัพท์พี่)
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีค่ะ ขอสายคุณ หน่อยค่ะ(ขอสงวนไม่ใช้ชื่อจริงค่ะ)” เสียงตามสาย
“ค่ะพูดสายค่ะ”
“คือทางบริษัทเห็นประวัติของคุณใน jobthai.com ไม่ทราบว่าตอนนี้ทำงานที่ไหนหรือสนใจร่วมงานกับทางเราใหมคะ”
“ตอนนี้ดิฉันยังไม่ได้ตกลงกับบริษัทไหนว่าจะร่วมทำงานอ่ะนะคะ เพราะยังอยู่ในช่วงตัดสินใจอยู่ค่ะ คุณกรุณาช่วยเล่ารายละเอียดคร่าวๆเบื้องต้นเกี่ยวกับบริษัทหน่อยได้ใหมคะว่าทำอะไรยังไงบ้าง”
(นี่เทคนิคในการตอบรับงานของหน่อยค่ะ ฉันเก่ง ฉันเริ ด ฉันเพอเพค งานฉันมีคุณภาพนะยะจะบอกให้ อิ อิ ประมาณนี้ ทั้งๆที่จริงดีใจเกือบตายที่มีบริษัทติดต่อเรื่องงานเข้ามา)
“ทางบริษัทเราทำงานเกี่ยวงานออกแบบตกแต่งภายในค่ะ .............”แล้วคุณเธอก็ร่ายสรรพคุณและรายละเอียดต่างๆของบริษัท
“น่าสนใจมากค่ะ เออไม่ทราบว่าทางคุณจะสะดวกให้ดิฉันเข้าไปแนะนำตัวเมื่อไรคะ”
“คือทางเราค่อนข้างต้องการคนเพื่อมาทำงานตำแหน่งนี้ด่วนอ่ะนะคะวันนี้คุณสะดวกมั้ยคะ” (คุยโทรศัพท์10.00น.วันศุกร์)
“วันนี้หรอค่ะ อือ เอาเป็นสักบ่ายสองครึ่งแล้วกันค่ะ”
“งั้นดิฉํนจะได้แจ้งทางหัวหน้าว่าคุณจะเข้ามาบ่ายสองนะคะ”
แล้วดิฉันก็สอบถามเส้นทางการไปนัดสัมภาษณ์งาน
หลังจากสัมภาษณ์งาน ก็มีการตกลงคุยเรื่องรายละเอียดงานการทำงาน เงินเดือน และอื่นๆค่ะ
(ตกลงดิฉันได้งานทำในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ Specification & coordinator และได้เริ่มงานในวันจันทร์นั้น เยี่ยมจริงๆ พระเจ้าจอ๊ดดดด มันยอดมาก)

ปล. เขียนถูกเปล่าเนี่ย ภาษาอังกฤษยิ่งพัฒนาลงอยู่ด้วย อิอิ

หน่อยสนุกกะงาน หรือหน่อยบ้า หรือเพราะหน่อยไม่อยากอยู่ว่างๆไม่รู้ แต่หน่อยทำงานชนิดให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลย งานออกมาดีเยี่ยม เสมอ เจ้านายชมให้เพื่อนร่วมงานท่านอื่นฟังเสมอ (ภูมิใจมากค่ะ อิอิ โดยที่เขาอาจจะแค่หลอกให้ตายใจจะได้อยู่รับใช้ไปนานๆก็ไม่รู้) แต่กระนั้นหน่อยก็ยังมีเวลาออกไปหากินเบียร์ประจำ
ระหว่างทำงานหน่อยก็ยังคงตระเวนหาที่นั่งกินเบียร์ หาทำเลไปเรื่อยเปื่อย ไม่อยากอยู่บ้าน เหงามาก บางวันออกไซด์งานขากลับก็แวะกินเบียร์ระหว่างทาง (ตอนนั้นเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าหาที่กินเบียร์หรือว่าหาทำเล เพราะทุกร้านหน่อยนั่งได้หมด ไม่เกี่ยง ว่าร้านหรู หรือ ร้านลาบข้างทาง เอาเป็นว่าเห็นเขาโชว์ขวดเบียร์ หน่อยเดินเข้าไปนั่งทันที)เมาทุกวัน กลับถึงบ้านนั่งร้องให้ทุกวัน ทำไมฝันทำแบบนี้กะหน่อย ฝันทำได้ไง หน่อยผิดตรงไหน ยิ่งหาคำตอบไม่เจอ ยิ่งเจ็บ ยิ่งไม่รู้จะทำยังไง ยิ่งคิดยิ่งเศ้รายิ่งหาทางออกไม่เจอ ก็ได้ขวดแก้วกับบุหรี่นี่เป็นเพื่อน เดือนแล้วเดือนเล่าที่เวลาล่วงผ่าน แต่หน่อยก็จมอยู่กับสิ่งเก่าๆเสมอ
ยังคงร้องให้เพราะคิดถึงฝัน
ยังคงหวังว่าวันหนึ่งเราจะกลับมาหากันและกัน
บางวันซื้อข้าวด้วยความเคยชินหน่อยก็ซื้อมาเผื่อฝันด้วยตลอด แต่พอมาถึงห้อง กลับไม่มีแม้เงาของฝัน
..นั่งกินข้าวทั้งน้ำตา... ข้าวกล่องเดียวกินมันได้สามมื้อน่ะค่ะ เช้ากลางวัน เย็น
ภาพประจำตัวสมาชิก
คุณนาย 007
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 30
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 02, 2008 3:05 pm

โพสต์โดย คุณนาย 007 » พฤหัสฯ. ก.ค. 24, 2008 11:33 am

“เฮ้ย หน่อยก๋อเห็นฝันควงผู้หญิงที่หมาลัยหวะ”
“........หรอ......”
ตั้งแต่หน่อยกะฝันเลิกกันอ่ะ”
“อ้อ นี่หมายความว่าฝันมีคนอื่น แล้วมาขอเลิกกะหน่อยหรอ” หน่อยถามตัวเอง
“เห็นไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยอ่ะ”
“เพื่อนๆเราที่หมาลัยเห็นกันหลายคน แต่ไม่มีใครกล้าที่จะพูด”
(เพื่อนๆหน่อยเรียนกันที่หมาลัยนี้หลายคน)
“.............”หน่อย
“สืบให้มั้ยว่าเค้าเป็นแฟนกันป่ะ” เจ๊ก๋อว่า
หน่อย “ไม่ต้องหรอก ปล่อยเขาไปเถอะ ถ้าคนไม่รักกันแล้วอย่าไปยุ่งกับเขาเลย”
และแล้วความจริงก็ปรากฎ ฝันเลิก
“เพราะฝันมีคนใหม่หรอกหรอ ฝันทำแบบนี้ได้ไง หน่อยผิดตรงไหน ถ้าหน่อยไม่ดีพอ ทำไมไม่บอกกันตรงๆ ฝันมีคนใหม่ทำไมไม่บอกกันตรงๆ มาบอกหน่อยว่าไม่รักหน่อย ไม่เคยรักหน่อยเลย ทำไม ทำไมฝันทำแบบนี้ สู้บอกกันตรงๆหน่อยยังจะไม่เจ็บเท่าฝันบอกไม่เคยรัก หรือไม่รักหน่อยแล้ว” นี่หละนะผู้ชาย
แล้วน้ำตาที่สั่งตรงมาล็อตใหม่ก็เริ่มใหลพรั่งพรูออกมามากกว่าเดิมเสียอีก
“นี่หรอ ฝันของหน่อย นี่หรอคนที่หน่อยไว้ใจ นี่หรอน้ำใจทีตอบแทนกัน”
“ก่อนเลิกกันแค่อาทิตย์เดียวเราคุยเรื่อง จดทะเบียน แต่งงาน แต่ฝันทำอะไรลงไป ฝันมีคนอื่น ฝันทำได้ลงคอ”
แล้วหน่อยก็อาการหนักกว่าเดิม เริ่มกินได้ นอนไม่หลับ

"หน่อยๆ ก๋อไปรู้มาว่า อีนี่หละที่ยุให้ฝันเลิกกะหน่อย เพื่อนๆบอกว่ามันแอบชอบฝันตั้งนานแล้ว แต่ฝันไม่เล่นด้วย และมันก้คืออีคนที่โทรศัพท์มาด่าหน่อยอ่ะ จำได้มั้ย"
"อ้ออออออออออ" (หน่อยถึงบางอ้อ)
"อือ ช่างเถอะ มันผ่านไปแล้ว"
"แต่หน่อยต้องรู้นะว่าเกิดไรขึ้น เพราะเราทุกคน(เพื่อนๆ)รู้ว่าหน่อยรักฝันขนาดไหน"
"ช่างเถอะ เจ๊ก๋อ ให้มันผ่านไปเถอะ หน่อยเหนื่อยแล้ว เพราะสุดท้ายซะฝันก็เลือกเค้า ไม่ได้เลือกหน่อยซะหน่อย จริงมั้ย ไม่ว่าหน่อยจะแสนดียังไง ก็แค่อีหน้าโง่ที่คอยรักเขา ทั้งๆที่เขาไม่ได้รักตัวเองเลย"
ยิ่งคิดยิ่งน้อยใจ ยิ่งเจ็บปวดกับคำพูดของฝันที่ดังก้องในรูหู "ฝันไม่ได้รักหน่อย"
ไม่เป็นไร หน่อยต้องไม่เป็นไร หน่อยบอกตัวเองเสมอ หน่อยต้องอยู่ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม


ปัญหาหน้างานก็เยอะ ปัญหาส่วนตัวก็ยังแก้ไม่ตก
(หน้างานคือ สิ่งที่ต้องแก้ไขระหว่างทำงานในไซด์งานนั้นๆ)
“เซ็งหวะ เลิกงานไปนั่งกินเบียร์ดีกว่า” หน่อยบอกตัวเอง
ขณะที่นั่งกินเบียร์ (คนเดียว)กำลังได้ที่
เสียงคนเฮฮาระคนมีความสุขดังอยู่ข้างหลัง ไม่ไกลจากโต๊ะที่หน่อยนั่ง
“... อุ๊ย.. คำนี้ถูกเซ็นเซอร์ค่ะ ...ไอ้กลุ่มนี้เสียงดังอิบอ๋าย” หน่อยคิด ... อุ๊ย.. คำนี้ถูกเซ็นเซอร์ค่ะ ...คนจะนั่งเงียบๆซะหน่อย
เฮ้อออ เซ็งหวะ กลับดีกว่า (จริงๆอ่ะอิจฉาที่เขาหัวเราะและยิ้มได้ แต่ตัวเองนั่งน้ำตาใหลอยู่คนเดียว)
และแล้วก็ได้ยินเสียงหนึงพูดขึ้นมา
“พี่ๆนั่นคุณหน่อยป่ะ”
“ไหนวะ”
“นั่นไง นั่งอยู่ตรงนั้นอ่ะ คนเดียวด้วย”
“ใครวะ รู้จักกูด้วย”หน่อยคิด
และแล้ว
“อ้าว เฮ้ยหน่อยไม่บอกว่าดื่มเหมือนกันวันหลังจะได้มาด้วยกัน เราก็ไม่ได้ชวนคิดว่าไม่ดื่ม” เจ้านาย(หัวหน้า)ที่บริษัทเองค่ะท่าน
“แหะๆ ค่ะ” (ตูไม่ได้ดื่มอย่างเดียวนะ อาบด้วย)
“มาๆนั่งด้วยกันเร็ว”
แล้วหน่อยก็ย้ายโต๊ะ ไปนั่งกะพวกพี่แก และแล้วความสนิทสนมก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วระหว่างเพื่อนร่วมงวน หน่อย และเจ้านาย
วันหนึ่งหลังเลิกงาน
หัวหน้า “เออหน่อย พอดีพี่มีเพื่อนที่เค้าเปิดบริษัทอ่ะนะ เค้าอยากได้คนช่วยงานอ่ะ แต่ว่ามันหาคนไม่ได้ อีกอย่างคนที่มาสัมภาษณ์งานอ่ะไม่มีใครมีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อนเลย เอ็งว่างพอจะช่วยพี่เขาได้มั้ยวะ”
เวลาอ่ะพอมีค่ะพี่ แต่ค่าตอบแทนหละเป็นไงคะ น่าสนมั้ย
แล้วพี่เค้าก็แจ้งรายละเอียดต่างๆ
หน่อยตกลงทำงานให้พี่เค้า
บริษัทประจำหน่อยทำงาน 9.00-18.00oน. และบริษัทที่สองหน่อยทำงาน 19.00-22.00น.
หน่อยทำงานหวมรุ่งหามค่ำให้ลืมฝัน ไม่ไห้ตัวเองมีเวลาว่างเงินที่เก็บก็มากขึ้นๆ
ภาพประจำตัวสมาชิก
คุณนาย 007
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 30
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 02, 2008 3:05 pm

โพสต์โดย คุณนาย 007 » พฤหัสฯ. ก.ค. 24, 2008 12:28 pm

วันหนึ่ง
ตื๊อ ตือ ตื่อ ตือ ตื๊อออออ...(เสียงโทรศัพท์ อิ อิ เสียงเดิม)
“หน่อยหรอ นี่เราเอง” (เสียงผู้หญิง)
(ใครวะ) “โทษนะคะไม่ทราบใครคะ ไอ้เราน่ะ”
“ขวัญไง”
“อ้าว เฮ้ย เป็นไงมั่ง สบายดีหรอ” เพื่อนสมัยเรียนค่ะ คนที่ไปสมัครงานด้วยกันแต่พลาดไป
“เสาร์นี้ว่างมั้ยเดี๋ยวเข้าไปหาที่ห้องนะ” เพื่อนว่า
“อือ มาสิ ดีเลย ได้มีเพื่อนคุยด้วย”
หลังงจากที่ไม่ได้เจอหน้ากันร่วมปี ประโยคแรกที่เพื่อนอย่างขวัญพูดขึ้นมา หลังจากมองเห็นสภาพหน่อยวันนั้น
(หน่อยผอมมาก หน้าตาไม่มีราศรีใดๆหน่อยไม่รู้ว่าหน่อยหนักเท่าไรตอนนั้น เพราะหน่อยเลิกชั่งน้ำหนักตอนหน่อยหนัก 35กิโลกรัม ซึ่งนั่นก่อนที่ขวัญจะมาหาประมาณเดือนหรือสองเดือน หน่อยสูง 155 เซ็นติเมตร)
“หน่อยใหวใหม”
น้ำตาหน่อยใหลเป็นทาง เพราะเหมือนกำลังใจที่เฝ้ารอจากใครก็ได้สักคน ที่หน่อยไม่เคยได้รับมันเลย
“ขอบใจเพื่อน หน่อยไหวอยู่แล้ว”
น้ำตาใหลบ่ายิ่งกว่า น้ำป่าใหลหลากเสียอีก
“นี่ไปเที่ยวบ้านน้าขวัญดีกว่า จะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียวคิดมากเปล่าๆ เนอะ”
“อือ ดีเหมือนกันค่ะ”
และแล้วเราก็ไปบ้านน้าของขวัญที่อยู่คลองประปา หมู่บ้าน ซอยสามัคคีสาม ย่านนนทบุรี
เรานั่งคุยกันเรื่องสารทุกข์สุขดิบและอื่นๆ ตอนนั้น ฮิตมาก ทุกคนเลิกกับแฟน ชายเลิกหญิง หญิงเลิกชาย อยู่หลายคู่ ขวัญเองก็มีมีปัญหา ขวัญเศร้าแบบที่ไม่เคยเห็นหรือเป็นมาก่อน (แต่อาการไม่หนักเท่าหน่อย อาการหน่อยหนักกว่าใครเข้าเพื่อนเลนย อิอิ)

นอกเรื่องไปเรื่องของขวัญนิดนึ่ง คือว่า ขวัญกับแฟนคนนี้เขารักกันมาก่อนเมื่อตอนเรียน ปวส. แต่พอเรียนจบก็แยกย้ายกันหาที่เรียน เขาเกิดติดต่อกันไม่ได้แต่ยังคงรักกันอยู่ เราทุกคนต่างช่วยกันสืบหาว่าแฟนขวัญไปอยู่ที่ไหน พยามหาที่อยู่แต่ตามไม่เจอ จนบังเอิญขวัญไปหาเพื่อนที่เรียนลาดกระบัง เจอเพื่อนแฟนที่เคยเรียนด้วยกันและอยู่ราชบุรีเหมือนกัน บอกว่า แฟนขวัญเองก็ตามหาขวัญแบบไม่ลดละเหมือนกัน แล้วเพื่อนคนนี้ก็ขอเบอร์โทรศัพท์ขวัญไว้วันเดียวกันประมาณ เที่ยงคืน
ก็อกๆๆๆ เสียงเคาะประตู
(ทายซิใครมา)
แฟนขวัญมาค่ะ
เขาเล่าว่าได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนตอนประมาณ หกโมงเย็น วางสายก็ซิงเข้ากรุงเทพทันที
(น่าปลื้มจริงๆเลยมีแฟนแบบนี้)
แต่ปัญหาคือมีอยู่ว่า แฟนขวัญดันท้อตอนที่หาขวัญไม่เจอ ดันไปแต่งงานกะผู้หญิงอื่นซะนี่ แต่แฟนขวัญไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้น แต่ต้องแต่งเพราะไปได้เสียกันทางผู้หญิงไม่ยอมต้องแต่งอย่างเดียว ฝ่ายชายก็หมดอาลัยตายอยากเพราะตามหาคนรักไม่เจอซะที (3ปีได้มั้ง ที่เข้าตามหากันอ่ะ)
เอ้าแต่งก็แต่งวะ แต่งงานได้ไม่ถึงเดือนผู้หญิงท้องค่ะ แต่ตัวเองกลับมาเจอผู้หญิงที่ตัวเองตามหา
คำถามที่ไม่มีใครตอบ
“ขวัญรักเค้าแต่ต้องผลักใสให้เค้าไปหลังจากรอคอยมานาน (ซึ่งเพื่อนๆเข้าใจดี)เพราะเด็กที่เกิดมาไม่ได้ทำไรผิด” ขวัญจะทำยังไงดี
“แฟนขวัญอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีขวัญหลังจากที่ตามหามานาน วันนี้เจอกันเมื่อทุกอย่างสายไป”จะทำไงดี
ผู้หญิงคนนั้น ฉันท้องถ้าเลิกกะฉันฉันจะทำไงดี ลูกต้องไม่มีพ่อ”จะทำไงดี
สุดท้ายผู้หญฺงคนนี้ก็นะคะ เสียทองเท่าหัวไม่ยอมเสียผัวให้ใคร (เป็นใครก็คงทำแบบเธอหละ หน่อยว่านะ)
ขวัญ “ของของคนอื่น เราไม่เอา”
แฟนขวัญ “สวรรค์ไม่มีตา”
แต่ผู้หญิงคนนี้หึงจนเข้าข่ายบ้า ตามจิกสามี โทรตามสามี ทั้งๆที่สามีก็อยู่กะตัวเองจนไม่เป็นอันทำงาน สุดท้ายสามีทนไม่ไหวเอาจริงขึ้นมา โผล่มาหาขวัญที่กรุงเทพอีกรอบ
ส่วนขวัญ ก็พยายามหลบมาตลอด เพราะกลัวใจอ่อนไปกะเขา (ก็รักอ่ะะนะ) ผู้หญิงก็ตามราวีจนเกิดเรื่อง จนเมื่อขวัญหมดความอดทนทำประชดซะเลยนี่ บอกไม่ได้ติดต่อกับสามีเธอไม่เชื่อดีนัก แถมยังมาด่าเสียๆหายๆ ไม่รู้ใครมาก่อนมาหลัง ใครถือไพ่เหนือกว่า
แล้วขวัญก็ไปนัดเจอทานข้าวกันกะแฟน (แต่ไม่มีไรกันนะ) ยิ่งพอเห็นแฟนทุกข์ ใจเล่าเรื่องต่างๆที่ผ่านมาให้ฟัง ความเห็นใจก็เกิดขึ้น ขวัญเลยต้องพยามออกห่างแฟนอีกครั้ง เพราะรักแฟนมากเหลือเกิน”
นี่หละปัญหาของขวัญ
ปล.เรื่องของขวัญขอจบเพียงเท่านี้เพราะเรื่องนี้ไม่มีใครถูกใครผิด อีกอย่าง ผู้เขียนไม่ได้ขออนุญาตเพื่อนเพื่อนำมากล่าวถึง เดี๋ยวจะกลายเป็นการละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวเพื่อนไป
ต่อเรื่องของหน่อยดีกว่า
หลังจากนั่งคุยกันสักพัก หน่อยกะขวัญก็เริ่มหิว
ขวัญ"หน่อยไปกินข้าวต้มหน้าปากซอยมั้ย อร่อยนะ"
หน่อย" อือ ดีเหมือนกัน ขวัญทานไรมั่งยังอ่ะวันนี้"
ขวัญ " เศร้าไง เราก็ไม่เหมือนหน่อยหรอก กินได้ตลอด 24 ชั่วโมง 5555) มันยังหัวเราะได้เนอะ ทำไมเราทำไม่ได้วะ
ขวัญ"เราว่าหน่อยตัดใจเถอะหวะ เรารู้ว่ายากแต่ต้องพยายามนะเว้ย เพราะมันเป็นตัวเราเอง ไม่มีใครรักเราเท่าไรรักตัวเราหรอกหวะ ดูง่ายๆเลย เวลาหิว ไม่เห็นแมวตัวไหนมาป้อนข้าวเลยจริงปะ ฉะนั้นรักตัวเองให้มากๆนะหน่อย"
หน่อย "อือ ขอบใจหวะ"
แล้วเราก็เดินทอดน่องออกมากินข้าวหน้าปากซอย (ร้านโจ๊กบางกอก)
ขวัญ "โต๊ะไหนดีวะหน่อย"
หน่อย"ไหนก็ได้เหมือนกันหละ"
แล้วสายตาเราก็เลือบไปเห็นร้านเบียร์(ขวัญบอกว่าเพิ่งเปิดใหม่)อยู่ตรงข้ามมีหนุ่มๆน่ารักน่ารักเพียบเลยยยยย
ขวัญ "เฮ้ยรูว่าเศร้าอยู่ แต่ขอวิวหน่อยนะเพื่อน"
หน่อย"อือิ เอาเลยตามสะดวก" ในใจคิดว่าทีขวัญพูดก็ถูก หาคนใหม่เผื่ออะไรจะดีขึ้น "
นั่นหละ จุดเริ่มต้นของคัสโนวี่ที่เปล่งประกายในตัวหน่อย
ภาพประจำตัวสมาชิก
คุณนาย 007
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 30
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 02, 2008 3:05 pm

โพสต์โดย คุณนาย 007 » พฤหัสฯ. ก.ค. 24, 2008 12:33 pm

ฟังเพลง : ก้อนหินก้อนนั้น


ศิลปิน : โรส

เคยมีใครสักคนได้บอกฉันมา
ว่าเวลาใครมาทำกับเราให้เจ็บช้ำใจ
ลองไปเก็บก้อนหินขึ้นมาสักอัน
ถือมันอยู่อย่างนั้นและบีบมันไว้

บีบให้แรงจนสุดแรง ให้มือทั้งมือมันเริ่มสั่น
ใครคนนั้นยิ้มให้ฉัน ถามว่าเจ็บมือใช่ไหม

ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง
ให้เธอคิดเอาเอง ว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ
ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอแบกรับมันเอง

ใครมาทำกับเธอให้เจ็บหัวใจ
ก็แค่ให้ก้อนหินก้อนนั้นให้เธอรับมา
เพียงเธอจับมันโยนให้ไกลสายตา
หรือเธอปรารถนาจะเก็บมันไว้
หากยิ่งยอมยิ่งแบกไป หัวใจของเธอก็ต้องสั่น
หากยังทำตัวแบบนั้น ถามว่าปวดใจใช่ไหม

ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอรับไว้เอง ...
ภาพประจำตัวสมาชิก
คุณนาย 007
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 30
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 02, 2008 3:05 pm

โพสต์โดย คุณนาย 007 » พฤหัสฯ. ก.ค. 24, 2008 1:14 pm

น้ำตาใหลเป็นทางตอนฟังเพลงนี้(ตอนนั้น)
กินข้าวเสร็จ ขวัญผู้ไม่เคยคิดจะเดินเหยียบเข้าไปในร้านเบียร์ใดๆ หน่อยผู้ไม่สนใจสายตาคนมอง (ว่าตูจะนั่งที่ไหน)
"ปะเรา ไปซดเบียร์กัน ข้าวต้ม เคยกินแล้ว ไม่หร่อยเท่าไร เบียร์ก็เคยแล้วแต่ร้านนี้ไม่เคย ต้องลอง รสชาติเหมือนกันมั้ย" ฮ่าฮ่าฮ่า (นั่นครั้งแรกในรอบเกือบปีที่หน่อยหัวเราะ) ขวัญมองหน้าแบบงงๆแล้วว่า
"หน่อยคนเดิมกลับมาแล้วหรือยังเนี่ย"
หน่อย" หน่อยก็ยังอยู่นี่หละขวัญ"

พี่ๆเอาไฮเนอเก้นสองขวดค่ะ หน่อยสั่ง(มืออาชีพอยู่แล้วนี่ อิ อิ)
ขวัญ "กินไรดีวะ ยำสามกรอบเนอะ ขวัญชอบ"
(แล้วจะถามทำไมวะ)
หน่อย "อือ ตามใจ" หน่อยยังดีกว่าอิ่มอยู่นอน้ำ(เบียร์)เย็นสักแก้วก็พอ"
แล้วเราก็นั่งเม้าส์กันสองสาวไปเรื่อย สามทุ่ม สี่ทุ่ม
ชายหนุ่มร่างท้วมแต่หน้าหล่อเหลาเอาการเดินย่างสามขุมเข้ามาทักพวกเรา
"สวัสดีครับ มานั่งบ่อยหรอครับ" ไอ้หนุ่มโต๊ะข้างๆเดินมาถาม
"เพิ่งมาค่ะ ร้านเพิ่งเปิดไม่ไช่หรอคะ"ขวัญถาม
ชายหนุ่ม "แหะ ครับ แสดงว่าอยู่แถวนี้หรอครับ"
ขวัญ"ค่ะ บ้านน้าอยู่ในซอยนี้ค่ะ"
ชายหนุ่ม "ผมชื่อปอครับ ชื่อไรกันครับ"
ขวัญ"ชื่อขวัญค่ะ และนี่หน่อยค่ะ"
"สวัสดีครับหน่อย"
หน่อย "อือ หวัดดี" ไม่มีอารมณ์อยากคุยกามันเท่าไรเลยแต่ก็เห็นเพื่อนอยากคุยกามัน
"หน่อยก็อยู่แถวนี้หรอครับ ไม่เคยเห็นหน่อยเลย" ปอ
หน่อย เปล่าค่ะ มาเที่ยวบ้านน้าเพื่อนเลยแวะมาทานข้าวกันพอดีเพื่อนบอกร้านเปิดใหม่เลยลองเข้ามานั่ง แล้วเราก็ทำความรู้จักกัน
(ขวัญคุยกาปอเพราะสนใจเพื่อนในกลุ่มปออีกคน อิ อิ หน่อยคุยกาปอ เพราะสนใจเพื่อปออีกคน ปอคุยกาขวัญเพราะสนใจหน่อย ขอบอกว่าทั้งกลุ่ม หล่อยังกะนายแบบโผล่มาเองเชียวหละ กระทั่งปอเองก็เถอะ ส่วนเราสองสาวขี้เหร่ซะ แต่ตอนนี้ หน่อยช่วงขาขึ้น ใครๆก็มาหลงมารัก หน่อยว่าทุกคนต้องมีอยู่ช่วงหละที่เสน่มันแพรวพราวเหลือเกินอ่ะ)
หน่อยกะขวัญก็ไปๆมาๆร้านนี้บ่อยขึ้น แล้วหน่อยกลายมาเป็นแฟนกะปอในเวลาต่อมา
ที่เหลือเรากลายเป็นเพื่อนกันหมด (ปอเป็นเจ้าของร้านเบียร์ ซึ่งหุ้นกันกะเพื่อน หน่อยไม่ค่อยสนใจรายละเอียดนักเพราะ ไม่ได้สนใจร้านเขาเลย)
ส่วนขวัญไม่ค่อยได้เข้ามาที่ร้านบ่อยเหมือนเมือ่ก่อนเพราะต้องรีบหางานทำ หน่อยยังคงทำงานสองที่เหมือนเดิม
วันหนึ่งร้านปอมีเรื่องทะเลาะกัน คนตีกันในร้าน เลยปิดร้านไป แล้วแยกย้าย หน่อยเลยว่าก็ดีเพราะหน่อยว่าจะทำร้านตัวเองอยู่เหมือนกันถ้าว่างๆจะได้มาช่วยที่ร้านหน่อยแล้วหน่อยก็เปิดร้านเหล้าหน่อยเองย่านนั้นเหมือนกัน
แต่....มันไม่ได้ราบรื่นเหมือนที่คิดที่ฝันเลยค่ะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
คุณนาย 007
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 30
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 02, 2008 3:05 pm

โพสต์โดย Rotjana Geneva » พฤหัสฯ. ก.ค. 24, 2008 1:52 pm

เข้ามาติดตามอ่านด้วยคนค่ะ เ่ล่าได้น่าติดตามมาก ๆ เลยค่ะ จะคอยลุ้นตอนต่อไปนะคะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
Rotjana Geneva
แม่ไข่ยัดไส้ พ่อไข่ลูกเขย
 
โพสต์: 658
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ก.ค. 02, 2007 10:35 am
ที่อยู่: เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์

โพสต์โดย คุณนาย 007 » พฤหัสฯ. ก.ค. 24, 2008 5:54 pm

ขอบคุณที่ติดตามค่ะทุกๆคน
ภาพประจำตัวสมาชิก
คุณนาย 007
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 30
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 02, 2008 3:05 pm

ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง คุยกันเจ๊าะแจ๊ะ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน