โดย คุณนาย 007 » อังคาร ก.ค. 29, 2008 1:03 pm
หลังจากกรอกใบสมัครงานกับบริษัท GA (นามสมมุติ)ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่พอดู รับเหมางานในราคา ห้าแสนอัพเท่านั้น (500,000 นี่ส่วนน้อยน่ะค่ะส่วนมาก 1,000,000ขึ้นทั้งนั้น) และเริ่มทำงาน หน่อยก็กิยอยู่อย่างประหยัด นั่งรถเลล์ไปทำงาน สองต่อ และมอไซด์อีกหนึ่งต่อ สองวันแรก เดินเข้าซอย ไม่อยากนั่งมอไซด์กะประหยัด แต่เท้าพองทั้งเท้า เดินแทบไม่ได้ กลับบ้านนั่งร้องไห้โกรธตัวเอง ทำไมร่างกายมันสำออยแบบนี้นะ (หน่อยถามตัวเอง)
วันหนึ่งก็ใช้จ่าย 20บาทค่ารถ 20บาท ค่าข้าวเที่ยง บางวันหัวหน้างานเลี้ยง บางวันเจ้านายเลี้ยง
หน่อยกตกลงเงินเดือนที่ 15000บาทต่อเดือน ทำงานไปได้ห้าวัน เจ้าของบริษัท (ดูแลเรื่องการเงิน) เรียกพบ ขอต่อรองเงินเดือนหน่อย เหลือ 12000บาท (ก็ต้องเอา เพราะเราไม่มีทางเลือก มีงานทำ ดีกว่าไม่มีงานทำ อีกอย่างเราแค่วุฒปวส.คิดอะไรมาก (วะ)
ด้วยความอยากให้เจ้าบริษัทเมตตา หน่อยตั้งใจทำงานมาก มาไม่สาย กลับเย็น เสาร์อาทิตย์คุมงานโดยไม่มีค่าตอบแทนใดๆ หอบเอาแบบมาคิดราคาต่อที่บ้าน หน่อยเป็นเจ้าหน้าที่ประมาณราคางานตกแต่งภายในค่ะ แต่หน้าที่หน่อยต้องทำทั้งหมดคือ
1. ดูแล ขั้นตอนการผลิตนิดหน่อยเพื่อควบคุมวัสดุที่ใช้ ไม่ให้โอเวอร์คอส ง่ายๆคือให้ถูกที่สุดเท่าที่จะทำได้น่ะค่ะ
2. เขียนแบบ ขยายในบางส่วนที่ดีไซเนอร์ ไม่ได้ให้รายละเอียดมา ซึ่งหมายถึงหน่อยต้องทำแบบเสนอดีไซเนอร์ และเจ้าของบริษัทรับเหมา เพราะทั้งต้องดูดี ไม่ขัดกับดีไซด์ของเจ้าของแบบ และต้องราคาถูกแบบที่ผู้รับเหมาต้องการ
ผ่านไปสิบห้าวัน หน่อยเริ่มคิด “เอถ้าเราย้ายมาอยู่ใกล้ที่นี่แล้วไม่ต้องนั่งรถมาทำงานคงประหยัดได้หลายตังนะ” ว่าแล้วหน่อยก็ไปบอกเลิกเช่าห้องที่เช่าอยู่ แต่เงินประกันแปดพันไม่ได้คืนสับาทนะคะ เพราะสัญญาเช่ามันชื่อของฝัน หน่อยทำไรไม่ได้ ติดต่อฝันก็ไม่ได้ หน่อยต้องยอมทิ้งเงินก้อนนั้น หน่อย แล้วหน่อยก็หาที่อยู่ใหม่ให้ถูกกว่าเดิมค่ะ หน่อยหาห้องเช่าได้ในราคาพันห้าร้อยบาท จ่ายล่วงหน้าหนึ่งเดือน รวมเป็นสามพันบาท
หน่อยจ่ายเงินจองห้องไว้ ห้าร้อยบาท หน่อยกะว่าสิ้นเดือนหน่อยถึงจะย้ายเข้ามาอยู่ เราตกลงกันตามนั้น
วันที่ยี่สิบของวันทำงาน การเงินเรียกพบอีกครังหนึ่ง
“หน่อยเจ้านายเรียกพบ” บุคคลบอกหน่อย
“ค่ะ”
หน่อยวางปากกาแล้วเดินเข้าห้องทำงานเจ้านาย
“หน่อยคือเจ๊มีเรื่องคุยด้วยอ่ะนะ คือเจ๊พิจารณาดูแล้วเงินเดือนหน่อ ยนี่สูงเกินไปเจ๊ขอเป็นเจ๊ให้หน่อย สัก 8,500แล้วกันนะ” แกพูดได้หน้าตาเฉยมา
“อะไรกันค่ะ เจ๊ ทำไมเจ๊ต่อมาซะอย่างงั้นหละ” หน่อยถาม
“เอาน่า พอผ่านโปรแล้วค่อยว่ากันตกมาเงินเดือนที่เคยคุยกันไว้ก็ได้นี่นา” แกตอบ แล้วแกก็ตัดบท
“เท่านี้หละ ไปทำงานได้แล้ว เจ๊ขอทำงานต่อ” ดูเขาพูดสิท่าน ทำได้เนอะ
“..........”หน่อย
แล้วหน่อยก็เดินออกมาทำงานต่อ ทำไงได้หละวันนี้วันที่ยี่สิบแล้ว “ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็เหลือเงินจากเงินเดือนอีกตั้ง 5000บาท แล้วค่อยหางานใหม่ตอนทุกอย่างอยู่ตัวแล้ว” หน่อยคิดในใจ
วันที่ยี่สิบห้า
“หน่อยเจ้านายเรียกพบ” บุคคลบอกหน่อย
“ค่ะ”
หน่อยวางปากกาแล้วเดินเข้าห้องทำงานเจ้านาย อีกครั้งหนึ่ง
“หน่อยคือเจ๊มีเรื่องคุยด้วยอ่ะนะ คือเจ๊พิจารณาดูแล้วเงินเดือนหน่อ ยนี่สูงเกินไปเจ๊ขอเป็นเจ๊ให้หน่อย สัก 6,500แล้วกันนะ เพราะหน่อยวุฒิแค่ ปวส . เอง วุฒิแค่นี้ทำงานได้6,500 ก็ถือว่าโชคีดมากแล้วนะเจ๊ว่า” เค้าพูด
แสดดดดดดดดดด มันคิดได้ไง
“นี่เจ๊ มันจะเกินไปหรือเปล่า เราตกลง เงินเดือนกันที่ 15,000 เจ๊ต่อเหลือ12,000 แล้ว8,500หน่อยก็ไม่ว่า แล้วนี่มันจะเห็นแก่ตัวเกินไปมั้ยเจ๊ ไม่ใช่ว่าหน่อยไม่มาทำงาน หรือทำงานสาย งานส่งตามกำหนดตลอด เสาร์อาทิตย์ หน่อยมาทำงานให้ ไม่ได้คิดโอเวอร์ไทม์ ทำไมเจ๊ไม่มองตรงนี้บ้างหละ เออ อีกอย่างถ้าอยากได้คนที่ค่าแรงถูกๆทำไมไม่จ้างคนอื่นหละ หน่อยมั่นใจในงานหน่อยพอนะที่จะเรียกค่าจ้างตามนั้น เจ๊อย่าทำเหมือนซื้อผักซื้อปลาข้างถนนสิ อยากต่อเท่าไรก็ต่อ เอาเป็นว่าหน่อยรับไม่ได้ค่ะ หน่อยขอรับเงินเดือนที 8500บาท นั่นหละต่ำสุดแล้วที่หน่อยจะรับ”
หน่อยเลือดขึ้นหน้า สวนกลับแบบไม่ยั้ง
เจ๊แกหน้าเหลือสองนิ้ว แบบพูดต่อไม่ออก เพราะไม่มีใครเคยด่าแกมาก่อน
หน่อยฉุนขาด ไม่ด่าก็ไม่ไหว
วันที่สามสิบเอ็ดหน่อยแพคของทุกอย่างเรียบร้อยเตรียมย้ายห้อง เช่ารถราคา 700บาทสำหรับย้ายของ(ที่เหลืออยู่)
คอมยังอยู่ยังไม่ได้ขาย
โทรศัพท์ยังอยู่
โต๊ะเขียนแบบ ยังอยู่
ที่นอนด้วย อิ อิ เดชะบุญ (เคยลองนอนกับพื้นโดยไม่มีที่นอน พื้นมันแข็ง ไม่สบายไปสามวัน เพื่อนขำแทบตาย)
ระหว่างทำงานอยู่นั้น หน่อยก็รู้จักกับต้น ต้นขี้เหร่ไม่ได้หล่อ เหมือนคน แต่ต้นรู้จักหน่อยดี เพราะต้นเคยเห็นหน่อยตอนที่หน่อยเปิดร้านอยู่ บ้านต้นอยู่แถวนั้น (แต่หน่อยไม่รู้จักเขามาก่อน) ต้นเข้ามาจีบ รับส่ง ประจำ เย็นก็โทรหากันคุยกันประจำ หน่อยเองก็คิด อือ คงจะดีหากคบกัยคนไม่หล่อ ไม่ต้องให้ใครมาแย่ง อีกอย่างต้นก็เอาใจใส่หน่อยดี
วันย้ายบ้าน
หน่อยเดินไปกดเงิน ที่ตู้ เอทีอ็มหน้าตึก
กรี๊ดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!
4500 บาท
เงินเดือนทั้งเดือนสี่พันห้าร้อยบาท
วันจันทร์ หน่อยเดินเข้าคุยกับการเงินชนิดเสียงลั่นออ๊ฟฟิส
“คุณทำได้ยังไง คุณจ่ายเงินเดือนหน่อยมา 4500บาท” หน่อยว่า
“หน่อย นั่นมันเงินเดือนมาตรฐานวุฒิ ปวส.หนะ 6500บาท แล้วหน่อยไม่มาทำงานวันเสาร์กับอาทิตย์ด้วย หน่อยจะให้เจ๊จ่ายหน่อยเท่าไรหละ” เค้าตอบ
“จิดใจคุณ เลวพอๆกับหน้าตาคุณนั่นหละ หน่อยแปลกใจว่าทำไมบริษัทคุณถึงยังมีคนจ้างงาน งานแย่ใช้ของถูกแล้วยังไม่มีคุณภาพอีก หน่อยลาออก” หน่อยว่า แล้วหน่อยก็เดินปัดตูดออกจากห้องทำงานโดยไม่สนใจอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม
“เธอต้องเคลียร์งานให้จบก่อนนะถึงจะไปได้อ่ะ” ร้องร้องตามหลัง
ใครสนหละ จะล่มจมวินาทีนี้ก็ช่างสิ หน่อยไม่สนใจหรอก
แล้วหน่อยก็เก็บของ เครื่องมือทำงานของหน่อยจังหวะจะกลับบ้าน เจ้าของบริษัทอีกคน (เค้าเป็นหุ้นส่วนกัน มีกันสองคน) ก็เข้ามาพอดีแล้วเค้าคงคุยกัน(ตอนไหนหน่อยไม่รู้เหมือนกัน)
“หน่อยๆ อย่างเพิ่งไป เจ๊ เจ(นามสมมุติ) เรียกพบอ่ะ” บุคคลบอกหน่อย
“หรอ เรียกทำไม อยากคุยก็เดินมาหาหน่อยสิ ทำไมต้องให้เดินไปหา” หน่อยตอบแบบอารมณ์ค้างและไม่สนเทวดาหน้าไหน
“หน่อยก็เดินไปหาแกหน่อย หน่อยจะให้พี่ไปบอกแก แบบนี้พี่ไม่เอาด้วยหรอก” พี่บุคคลว่า
“นี่พี่ หน่อยไม่ได้ว่าพี่หรือใช้พี หรืออะไรทั้งนั้นนะ หน่อยไม่เดินไปหาใคร แล้วหน่อยก็ใม่สนใจใครด้วย อีกอย่างหน่อยไม่ได้ใช้ให้พี่ต้องทำให้หน่อยด้วย” หน่อยตอบแกไป
แกโกรธหน้าดำหน้าแดง สบถเบาๆในคำหยาบๆ(แบบที่หน่อยทำประจำ
“เอี้ย อะไรกันนักหนาวะ”
“พี่ว่าอะไร” หน่อยถามแบบเอาเรื่องไม่ยอมลดละ (อารมณ์ไม่ดีอยู่)
“เปล่า” แกกระแทกเสียงใส่
หน่อยเดินออกจาห้องทำงาน พอดีเจ๊ เจ เดินมาถึง
“เออนี่หน่อยทำงานต่อเถอะ อย่าไปสนใจเรื่องเล็กน้อยๆเลย ถือว่เจ๊ขอแล้วกัน แล้วนี่เงินเงินเดือนส่วนต่างที่หน่อยต้องได้รับ เจ๊คืนให้ เจ๊ก็ใจถึงพอจะเอาเงินส่วนคืนให้เหมือนกัน เจ๊เข้าใจทำงานก็อยากได้เงิน” แกว่า
พูดดูดีเนอะ
แต่วางเงินบนโต๊ะให้หน่อย2000 พระเจ้า จ้อดดดดดดด
หน่อยแสยะยิ้ม พลางพูดว่า
“เก็บเงินนั้นไปซื้อน้ำยาบ้วนปากดีกว่า อย่าพ่นลมให้มากนัก”หน่อยไม่สนใจ
“หน่อยเจ๊ขอแล้วกันนะ เพราะถ้าหน่อยไม่ต่องานให้เจ๊เจ๊ก็ไม่รู้จะทำไง ไม่งั้นก็ต้องเป็นต้นนะที่ต้องทำงานนี้คนเดียวอ่ะ” เอาต้นมาขู่ (หน่อยทำงานที่เดียวกับต้น) ขู่ทำไม ขู่ให้ได้อะไร หน่อยไม่สนใจอยู่แล้วอ่ะ
“เอ๋อ จะบอกว่าถ้าหน่อยไม่ทำงาน ต้นต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นงั้นซิ คุณก็เพิ่มเงินเดือนให้เขาสิ อาเอาเปรียบคนอื่นให้มากนักเลย อีกอย่างต้นเค้าจะทำงานหนักยังไงหน่อยก็ไม่สนหรอกนะ เพราะไม่ใช่เรื่องของหน่อยเลย ถ้าเค้าไม่ทำงานอดตายมันก็เรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกัย หน่อยไม่เข้าใจคุณเอาเรื่องนี้มาโยงกันได้ยังไง ปัญญาอ่อนหวะ” หน่อยใส่แบบไม่เกรงใจ
แล้วหน่อยก็เดินออกจากห้องแบบไม่แตะเงินสองพันนั่น
หลังจากหน่อยมาถึงห้องนั่งดูเงินทั้งหมดที่มี แปดร้อยกว่าที่เหลือ
“เอาวะหน่อย วันพระไม่ได้มีหนเดียวหรอก ทำดีต้องมีสักครั้งที่ต้องได้ดีหละวะ” หน่อยบอกตัวเอง
หน่อยทั้งเหนื่อยทั้งท้อ อยากกลับบ้าน อยากไปหาแม่ อยากกอดแม่ อยากบอกแม่ว่าหน่อยเหนื่อยเหลือเกิน
หน่อยนั่งน้ำตาใหลแบบไม่รู้ตัว ไม่รู้นานเท่าไร
หน่อยกับต้นไม่ได้คบกัน เพราะวันแม่ต้นเสียต้นมารับหน่อยไปงานศพแม่ ที่วัดประชารังสรรค์ หน่อยก็ไป (ตอนนั้นหน่อยเองก็ชอบๆต้นอยู่เหมือนกัน) หน่อยช่วยงานจนเสร็จ แต่สิ่งหนึ่งที่หน่อยเห็นเด็กชายตัวน้อยวิ่งเกาะแข้งเกาะขาต้นอยู่ไม่ห่างเ หน่อยนึกว่าเป็นหลาน ไม่ได้ใส่ใจ คนในงานก็มองหน่อยตั้งแต่หัวจรดเท้า หน่อยนึกแค่ว่าสงสัย เพราะหน่อยเป็นเพื่อนผู้หญิงคนเดียวของทั้งบริษัทที่มาช่วยงาน
จริงๆแล้ว ต้นมีครอบครัวอยู่แล้ว เด็กน้อยคนนั้นเป็นลูกชายต้น ต้นทำเรื่องขอหย่าจากภรรยา เพื่อมาหาหน่อย ทุกคนในงานมองหน่อยในฐานะเมียใหม่ต้น แต่หน่อยไม่รู้อะไรเลย เพราะหน่อยแค่ชอบต้นไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้นเลยจริงๆ หน่อยมารู้เรื่องหลังจากกลับมาจากงานศพ ล้วเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน(ผู้ชาย)เค้าดันถามแบบเปิดอกว่า หน่อยมีอะไรกับต้นแล้วหรอ หน่อยบอกว่าเปล่า ไม่ได้มีอะไรกัน มันเลยถามว่าหน่อยไม่สงสารเด็กหรอทำไมหน่อยทำได้ ยิ่งมันเห็นเด็กไม่รู้เรื่องมันยิ่งอยากคุยเรื่องนี้กับหน่อยมากขึ้น (ขี้เมา แต่กเด็ก และธรรมชาติ)
หน่อยบอกต้อนเรื่องนี้และบอกต้นว่า หน่อยไม่มีค่าใดๆ อย่าได้เอาหน่อยไปทำลายชิตเด็กคนนั้นเลย หากต้นรักหน่อยจริง ต้อนต้องรักเด็กคนนั้นให้มาก ยังไงซะเราก็เป็นเพื่อนกันได้ หน่อยว่า
แล้วอีกครั้งหน่อยก็วนเวียนอยู่กับร้านเน็ตหางานทำประมาณอาทิตย์หนึ่งหน่อยก็ได้งานทำที่ใหม่
ค่าตอบแทนก็ใช้ได้ 14500 ต่อเดือน หน่อยตอบตกลงรับงานนั้น