ครัวไกลบ้านได้ทำการปรังปรุงเวบไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นในระบบสมาร์ทโฟน และได้รวมข้อมูลเมนูอาหารและ สมาชิกจากทั้งเวบไซต์เก่าและใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

สมาชิกท่านไหนมีปัญหาไม่สามารถล็อกอินได้ ให้ทำการเปลี่ยนพาสเวิร์ดโดยคลิ๊กลิ้งค์นี้ ลืมรหัสผ่าน
ถ้าท่านใดมีชื่อสมาชิกมากกว่าหนึ่งชื่อแล้วต้องการรวมโพสทั้งหมดให้อยู่ในชื่อสมาชิกเดียว หรือมีปัญหาในการใช้เวบไซต์
สามารถส่งอีเมล์แจ้งรายละเอียดมาได้ที่ admin@kruaklaibaan.com หรือส่งข้อความได้ที่ user: sillyfooks

ถ้าชอบครัวไกลบ้าน อย่าลืมคลิ๊กไลค์เฟสบุ๊คให้ครัวไกลบ้านด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

...โอ้ชีวิต มีอะไรตั้งเยอะแยะ......

อยากคุย อยากเล่า อยากบ่น เรื่องสุข เรื่องทุกข์ เรื่องสารพันปัญหา เชิญคุยกันได้ตามสบายที่ห้องนี้ค่ะ

โพสต์โดย แม่มีนา » พฤหัสฯ. ก.ค. 24, 2008 6:31 pm

มานั่งตบยุง รอฟังเรื่องต่อเหมือนกันค่ะ นับถือน้ำใจนักสู้ดีจัง เมื่อไหร่ว่างมีอารมณ์เล่า
อย่าลืมมาต่อด้วยนะคะ สมัครเข้าสมาชิกแฟนคลับ อิอิ
ภาพประจำตัวสมาชิก
แม่มีนา
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 500
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ย. 26, 2006 3:10 pm

โพสต์โดย Viewtalay » พฤหัสฯ. ก.ค. 24, 2008 8:55 pm

กำลัง หนุก เลยค่ ะ

มาต่อ เร็ว ๆ นะคะ
<a href='http://' target='_blank'><a href="http://lilypie.com/"><img src="http://lpmm.lilypie.com/7hZZp2.png" width="200" height="80" border="0" alt="Lilypie Premature Baby tickers" /></a></a>
ภาพประจำตัวสมาชิก
Viewtalay
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 198
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ เม.ย. 02, 2006 9:20 am

โพสต์โดย คุณนาย 007 » ศุกร์ ก.ค. 25, 2008 12:57 pm

ตอนนั้นอายุ 24
หน่อยกับปอเริ่มคบกันไปสักพักหน่อยก็หาทำเลเพื่อเปิดร้านได้ ที่สวยใช้ได้ ค่าเช่าก็แพงใช้ได้อยู่เหมือนกันค่ะ ช่วงกำลังตัดสินใจว่าจะเอาร้านหรือไม่เอา หน่อยยังคงไปนั่งร้านปออยู่เนืองๆ (ร้านที่เราเจอกันนั่นหละค่ะ ตกลงกันว่าจะปิดร้านแต่สัญญาเช่าร้านยังไม่หมดเหลืออีกสองเดือนปอกับเพื่อนๆเลยต้องทนเปิดร้านต่อไป) แรกๆกินด้วยกัน จ่ายด้วยกันหลังกินด้วยกันแต่หน่อยจ่าย(น่าแปลก แต่จริง) ปอเล่าให้ฟังว่าก่อนมาคบหน่อยคบกันอยู่กะผู้หญิงอีกคนหนึ่ง เค้าเป็นน้องสาวของเจ้าถิ่นย่านหนึ่ง ลำบากมากกว่าจะได้รักกันกว่าจะได้คบกัน เวลาจะไปไหน หรือทำอะไร ผู้หญิงดูแลเอาใจใส่เค้าอย่างดีตลอดบางทีไปกินอะไรกันแล้วตังส์ไม่พอจ่ายผู้หญฺงก็มาจ่ายให้ทั้งๆที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการกิน (น่าภูมิใจจังนะนั่นน่ะ) หน่อยว่าอ้าวแล้วทำไมเลิกหละ หน่อยจำไม่ได้แล้วค่ะว่าคำตอบคืออะไร เพราะหน่อยไม่ได้ใส่ใจปอจริงๆจังๆ
ตอนนั้นหน่อยไม่ได้คิดอะไรมากเพราะแต่ละครั้งที่จ่ายไม่ได้เยอะอะไรแค่ครั้งละสองสามร้อย หน่อยยังไปไหนมาไหนคนเดียวซะส่วนใหญ่เลยไม่ได้มองเห็นข้อเสียในส่วนนี้ขอปอ ปอชอบถามว่าทำไมหน่อยชอบไปไหนมาไหนคนเดียว หน่อยบอกว่าอยากอยู่เงียบๆคิดอะไรเพลินๆ แต่จริงๆ ทั้งหัวใจหน่อยยังฝันละเมอเพ้อภพว่าฝันจะกลับมาหา
ปอเองก็รู้คำตอบในส่วนนี้ดี แต่ปอก็อย่างว่า ของของข้าใครอย่าแตะ หวงเหลือเกิน (กลัวไม่มีคนจ่ายตังส์ตอนไปกินมั้ง) ใครมองก็ไม่ได้ ใครพูดด้วยเป็นเรื่อง ทั้งที่หน่อยเองก็สวยซะ (ไม่สร่างซะที) หน่อยเริ่มท้อและเอือมระอากับพฤติกรรมแบบนี้ของปอเหลือเกิน
วันหนึงหลังจากเลิกงานหน่อยก็นั่งแท็กซี่จากพัฒนาการ ย่านที่หน่อยอยู่ มาหาปอ(ที่ร้าน)ย่านซอยสามัคคี (คลองประปา) คิดดูค่ะว่าค่าแท็กซี่อ่ะ ไปกลับ400น่ะค่ะ ทำไปได้เนอะหน่อยอ่ะ เสียดายตังอย่างบอกไม่ถูกในตอนนี้น่ะค่ะ นั่งกินไปคุยกันไปกับเพื่อนๆ อยู่เด็กก็เดินแล้วเซมาชนโต๊ะที่หน่อยนั่งอยู่ ช่วงที่ปอเดินไปหลังร้านพอดี แล้วเค้าก็มาขอโทษขอโพยใน จังหวะนั้นปอกลับมาเห็นเข้า
ปอ "มีเรื่องอะไรอะหน่อยทำไมเด็กต้องมาวุ่นวาย”
หน่อย “เอ้อ เด็กมันเมาแล้วเซมาชนโต๊ะมันเลยขอโทษ เท่านั้นเอง”
เท่านั้นเองจริงๆค่ะท่าน แล้วก็เกิดการชุลมุนขึ้น ตีกันค่ะท่าน ตีกันในร้านอีกแล้วค่ะ ร้านก็ยิ่งกว้างๆอยู่ตีกันเข้าไปหน่อยวิ่งหลบไปหลังร้านค่ะ (กลัวโดนลูกหลง เพราะมันไม่เกี่ยวกะหน่อย อันนี้ที่หน่อยคิดนะ)
พอพายุสงบ หน่อยก็เดินออกมาจากหลังร้านพร้อมกับขวดเบียร์ของหน่อยหน้าตาเฉย ไม่ได้สนใจ ใครจะตีกันช่างเขา ไม่เกี่ยวกะเรา
โน้ตเพื่อนที่เป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนปอถามว่า “ เฮ้ยหน่อย หน่อยทำเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้นได้ไงวะ” น้ำเสียง ไม่บอกก็รู้ว่าขำแทบตาย
หน่อย “ทำไมหรอ หน่อยก็ไม่รู้ทำไงนี่เพราะมันตีกัน หน่อยไม่ได้บ้ามวย ต้องให้มายืนเชียร์หรอ”
โน้ต “เออ ดีเนอะ”
หน่อย “แล้วปอไปไหนหละนี่”
โน้ต “เคลียเด็กอยู่”
หน่อย “เออ แล้วมันเกิดไรขึ้นวะ ทำไม... อุ๊ย.. คำนี้ถูกเซ็นเซอร์ค่ะ ...ตีกันในร้านเลยอ่ะ ทั้งๆที่นั่งอยู่กันครบทีมเลย”
คราวนี้พอล หัวเราะมั่งแล้วว่า “เออ หน่อยก็นะ จริงๆเลยอ่ะ”
หน่อยยังงอยู่ “ไรวะ”
ปล.ที่1พอลเป็นเพื่อนในกลุ่มปอเหมือนกัน คนนี้หล่อโคตร แต่นะ เพื่อนกันค่ะ
ปล.ท่า2 เด็ก ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเด็กๆนะคะ หมายถึงว่า เรามีแก็งค์ค่ะ แล้วมีลูกน้องว่างั้นเถอะค่ะ เอาว่างี้แล้วกันค่ะ ปอดูแลพื้นที่แถวนั้นอยู่ หน่อยรั้งตำแหน่งแฟน (เจ๊หน่อย แต่ใหญ่ค่ะ)
สักพักปอเดินกลับมาค่ะ มาถึงก็ใส่หน่อยเลยค่ะ
ปอ “ปะกลับบ้าน ปอไปส่ง”
หน่อย “ขอบใจ แต่แป็บนะ กินอยู่ เพิ่งเปิดขวดใหม่ค่ะ”
ปอ “หน่อย ทำไมหน่อยต้องไปส่งสายตา ไปคุยกะมันด้วย”
หน่อย “ใครหรอ”
ปอ “หน่อยอย่ามาทำไม่รู้ไม่ชี้ คนเค้าตีกันเพราะแย่งหน่อยอ่ะ”
ป๊าดดดดดดดดดดดด
หน่อย สำลักเบียร์ออกจมูกเลยค่ะ
“ว่าไงนะ ปอ กูว่าพวกมึงนี่เมากันใหญ่แล้ว อย่างกูนี่ ไม่ต้องให้ใครมาแย่งหรอก ถ้ากูสวยก็ว่าไปอย่าง”
จริงๆนะคะ หน่อยจัดอยู่ในสาวที่ความสวยน้อยไปนิดจริงๆค่ะ
“และอีกอย่างไอ้นั่นมันก็เด็กในกลุ่ม มันเดินมาชนแล้วขอโทษ มันผิดหรอวะ” หน่อยเว้นจังหวะนิดหน่อยค่ะ แล้วหน่อยก็ถึงบางอ้อ “อ๋อออออออ นี่แสดงว่ามึงเป็นคนก่อเรื่องหรอไอ้ปอ ....ด่า ด่า ด่า...”
แล้วหน่อยก็นั่งแท็กซี่กลับ แต่ปอกับโน้ตกลับด้วย
โน้ตกลับด้วยเพราะที่ทำงานอยู่ใกล้ที่พักหน่อยนิดเดียว (ลุงของโน้ตเป็นเจ้าของโชว์รูมรถยนต์ยี่ห้อหนึ่งค่ะแล้วโน้ตก็ทำงานที่โชว์รูมให้ลุง”
วันถัดมาโน้ตกะปอก็ยังอยู่ที่ห้องหน่อย เล่นโทรศัทพ์กันลองเสียงนั้นเสียงนี้กันใหญ่ เช้ายันเย็น
วันจันทร์ปอจะโทรหาโน้ตแต่โทรศัพท์ดันมีตังส์เลยยืมโทรศัทพ์หน่อยโทรหา หน่อยก็อนุญาต
จากนั้น ปอก็ขอตัวกลับบ้าน แต่ค่ะ ท่านตังส์ไม่มี “หน่อยขอตังส์ค่ารถหน่อยสิ”
“อะไรนะ” หน่อยว่า ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองค่ะ
“ขอค่ารถหน่อย” ปอยืนยัน
ขำค่ะ แต่ขำไม่ออก หน่อยให้นะคะ หน่อยให้ไป 250บาท ค่าแท็กซี่ประมาณ 220 แต่ให้กันพลาด
ไม่อยากเชื่อเลย หน่อยคิดในใจ เฮ้ออ
เย็นวันนั้นค่ะ เรื่องก็เกิด
กริ๊งงงงงงง
“ฮัลโหล นั่นโครพูดสายอ่ะ” เสียงผู้หญิงแว้ดมาตามสาย
“เออ แล้วโทรหามาใครหละ บ้ารึเปล่า” หน่อยกดสายทิ้ง สงสัยโรคจิต
ผ่านไปห้านาที โทรศัพท์โน้ตโทรเข้ามา
“สวัสดีค่ะโน้ต ว่าไง กลับถึงบ้านแล้วหรอ” หน่อยถาม
“เป็นอะไรกะโน้ต”เสียงผู้หญิงคนเดิม แต่ออกมาจากโทรศัพท์โน้ต
“มีไรหรอคะ” หน่อยถาม เพราะงงอยู่ ไม่รู้จะตอบยังไง
“เป็นอะไรกะโน้ต (เสียงวีนแตกค่ะ) ทำไมต้องโทรหากันทั้งวี่ทั้งวัน มีอ่ะไรกัน ทำไมต้องมายุ่งกาแฟนคนอื่น”เสียงผู้หญิงคนนั้นด่ามาตามสาย
ไม่ได้โทรหากันอะไรหรอกค่ะ ก็ตอนที่ปอกะโน้ตเล่นโทรศัพท์กันยังไงหละ มันโทรหากันเองสองคนมันนั่นหละค่ะ ไม่เกี่ยวกะหน่อยเลย แต่ใช้โทรศัพท์หน่อยโทรเล่น ยิง ลองเสียง
(ค่าโทร 50ตังค์ค่ะตอนนั้น) หน่อยใช้แบบรายเดือน โน้ตก็เหมือนกัน สองคนเค้าเลยเล่นกันมันส์เลย แฟนโน้ตก็ขี้หึงบรรลัย
หน่อยกดสายทิ้ง ไม่ตอบ ไม่ด่า ไม่ว่า อ่ะไร แต่นึกในใจ คนอย่างหน่อยไม่เอาของๆใครหรอกเธอ หน่อยรู้ว่าเจ็บอ่ะเป็นไง หน่อยยังเจ็บอยู่จนวันนี้หน่อยรู้จักรสชาติมันดี
แล้วโทรศัทพ์ก็ดังอยู่อย่างนั้นทั้งวัน จนหน่อยทนไม่ใหว เลยต้องรับสาย
“อือ ว่าไง”หน่อยถาม
“เป็นอะไรกะโน้ต บอกมานะ” เสียงเดิมค่ะท่าน ยังไม่จบอีก หน่อยเริ่มมีโมโห
“เป็นแฟน โทรหากันเพราะคิดถึงกัน ทำไมหรอ” หน่อยถาม
“โน้ตบอกเธอเป็นแฟนกะปอนี่ “ เธอว่า
อ้าวววว ก็โน้ตมันบอกไปแล้วจะเอาอะไรเนี่ย อยากได้ยินคำตอบแบบไหนกัน หน่อยงง
“แล้วเธอไม่รู้หรอเขามีแฟนอยู่แล้วอ่ะ” เธอต่อทันทีช่วงที่หน่อยคิด
“อือ ไม่รู้” หน่อยว่า
“งั้นก็รู้ไว้ซะสิ จะได้ไม่ต้องมายุ่งอีก” เธอด่ามา
“นี่เธอ เธอนี่เป็นใครกันนี่ เป็นแฟนโน้ตหรอ ฉันไม่เคยได้ยินโน้ตพูดถึงเธอเลย ไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียว และฉันก็ไม่สนใจด้วยหละว่าเธอจะเป็นใครมาจากไหน ถ้าเธอมั่นใจว่าโน้ตยังรักเธอ เธอเองดีพอ เธอจะกลัวอะไรกะแค่คนอย่างฉัน แต่ถ้าเธอไม่สิ อันนี้น่ากลัวหน่อย แล้วเธอต้องระวังตัวด้วยนะ เพราะอาจเสียของรักเพราะตัวเธอเอง โง่สิ้นดี คนอย่างเธอนี่” หน่อยด่าเป็นชุด
สักพักหนึงไม่ถึงสามนาที โทรศัทพ์โน้ตดังอีกรอบ
“เฮ้ยนี่จะเอาไงว่ามาเลย จะเคลียร์เลยมั้ย หรอไง” หน่อยต่อแบบไม่หยุดคิด
“เฮ้ยใจเย็นสิหน่อย โน้ตขอโทษทีหวะ บอกแล้วแต่ไม่เชื่อว่าเพื่อนกัน” โน้ตโทรมาขอโทษ
“อือ ช่างเถอะหวะ ไม่เป็นไร เท่านี้นะ”
เป็นเรื่องจนได้สิน่า
กริ๊งงงงงงง
โทรศัพท์อีกรอบ หลังจากจบเรื่องโน้ตประมาณชั่งโมงหนึง
“สวัสดีค่ะ ปอ ว่าไง” หน่อยถามระคนเป็นแฟนกัน เหนื่อยจากเรื่องตะกี๊
“หน่อยทำใมทำแบนี้อ่ะ” เสียงปอโกรธโทรด่ามาตามสาย
“ทำไมหรอ” หน่อยไม่เข้าใจ
“หน่อยทำไมต้อง ด่าเพื่อนปอแรงๆด้วยอ่ะ”
“ด่าใครกัน โน้ตนะหรอ หน่อยเปล่าด่าซะหน่อย แค่พูดแบบไม่ค่อยเต็มใจเท่านั้นเอง ทำไมแค่นี้จะตายหรอผู้ชายอกสามศอกอ่ะ” หน่อยบ่น
“เพื่อนปออ่ะ ผู้หญิง ที่เป็นแฟนโน้ตไง ทำไมหน่อยต้องโทรด่าเค้า ปอว่าหน่อยกะปอคงคบกันไม่ได้แล้วหละ เราเลิกกันนะ ไม่ต้องติดต่อปอมาอีก” ปอเสียงโกรธมาก
“..............” หน่อย งง อึ้ง อะไรวะ
“ทำไมปอไม่ไปถามโน้ตหละว่ามันเกิดอะไรขึ้น เรื่องเป็นยังไง ทำไมปอฟังความข้างเดียว แล้วไม่ฟังหน่อยเลย” หน่อยบ่นเชิงน้อยใจ
“ไม่ต้องหรอก ปอไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น เท่านี้นะ” ปอตัดบท แล้ววางสาย
เออ เนอะ ยังงี้ก็มีด้วย ไม่เป็นไรหรอก เลิกก็เลิก ไม่ว่ากัน ดี เหมือนกัน เบื่อ
แล้วหน่อยก็เลิกจริงๆไม่สนใจไม่ง้อไม่ไปวุ่นวายอะไร หน่อยุ่งเรื่องเปิดร้านใหม่หน่อยมากกว่า
ภาพประจำตัวสมาชิก
คุณนาย 007
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 30
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 02, 2008 3:05 pm

โพสต์โดย คุณนาย 007 » ศุกร์ ก.ค. 25, 2008 3:06 pm

แล้วหน่อยก็ตัดสินใจเช่าพื้นที่เพื่อเปิดร้านในราคา 15000ต่อเดือน น้ำไฟต่างหาก หน่อยเริ่มซื้อไม่ ซื้อสี ทำทุกอย่าง เองต้องแต่ต้นจนจบ โดยมีพี่ชายและเพื่อนๆ น้องๆคอยให้การช่วยเหลือ ตามกำลัง
ร้านหน่อยเริ่มตั้งแต่ ทำเฟอร์นิเจอร์ใหม่ทั้งหมดเอง (ตอกตะปูเอง) ทาสีเอง เดินไฟเองใหม่ ทำห้องน้ำใหม่ ทุกอย่างใหม่หมด รวมแล้วหน่อยใช้เงินที่หน่อยมีจนหมดไปเกือบ 300000 เงินทุกบาททุกสตางค์ที่หน่อยมีค่ะ
และแล้วร้านหน่อยก็วันแกรนด์โอเพินนิ่งจนได้
“ เพื่อนๆพี่ๆ พนักงานขาย หัวหน้างาน ทุกคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกาหน่อยหน่อยเชิญมางานเปิดตัวร้านหน่อยหมดค่ะ คนแน่นร้าน เสริฟแทบไม่ทัน หน่อยน้ำไม่ได้อาบค่ะ เพราะว่าจะจัดโต๊ะเสร็จก็ปาเข้าไปห้าโมงครึ่ง พี่กลุ่มแรกมาถึงตั้งแต่ หกโมงหน่อยก็ต้องรักษาหน้าด้วยการตอ้นรับขับสู้อย่างดีค่ะ (จนไม่ได้อาบน้ำ อิ อิ) จากนั้นพี่ๆทั้งหลายก็ใหลเข้ามาอย่างเนืองแน่น ท้ะง แขกทั้งลูกค้าขาจร ทั้งคนที่ผ่านไปมาค่ะ
ขอเล่าหน่อยค่ะ
หน่อยมีนักดนตรีเล่นสดด้วยนะคะ เป็นนักดนตรีจากโรงเรียนย่านนั้น พอดีน้องๆเขาเล่นวงที่โรงเรียนแล้วเข้าไม่มีที่เล่นเลยมาสมัครขอเล่น หน่อยก็ให้โอกาสเขาเล่น แต่เช่อมั้ย เค้าเล่น แบบไม่เอาเงินค่าตัวน่ะค่ะ แล้วเล่นดีด้วยนะคะ ค้าเตรียมตัวไปสมัคร ฮอทเว็ฟ กันค่ะ (ขอบอกว่าเยี่ยมมากกกกก)
วันนั้นกำไรอย่างเดียว แปดพันกว่าค่ะ
แล้วทุกอย่างก็ดูว่าจะไปได้สวยงามค่ะ บางวันกำไรอย่างเดียวเป็นหมื่น ย้ำนะคะ ต่อวันนะคะ ไม่ใช่ทั้งเดือน
ผ่านไปอาทิตย์หนึ่ง หน่อยเริ่มไม่ไหวค่ะ
ยังจำได้ใหมคะหน่อยทำงานสองที่ (บริษัทประจำหน่อยทำงาน 9.00-18.00oน. และบริษัทที่สองหน่อยทำงาน 19.00-22.00น.) กว่าหน่อยจะมาถึงร้าน ก็ปาไป ห้าหกทุ่มค่ะร้านต้องปิดตี หนึ่ง จากนั้นเคลียของต่างๆเก็บร้านเช็คสต็อก กว่าจะเสร็จก็ตีสามกว่าๆ แล้วหน่อยนั่งแท็กซี่กลับพัฒนาการค่ะ
พอหน่อยเริ่มไม่ไหวพี่ชาย (แท้ๆ คลานตามกันมา)ก็บอกว่าไปเป็นไรให้หน่อยพักผ่อนบ้างก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ย่ำแย่ไปกว่าเดิม(สภาพหน่อย) แล้วหน่อยก็ไว้ใจให้พี่ชายดูแลเรื่องเด็กเสริฟ การบริการ นักดนตรี แต่มีเพื่อนสนิทหน่อยสองคือ ปอก มาดูแลเรื่องเงิน (ปอกเป็นทนายค่ะ) กับชาญเป็นคนดูแลเรื่องอาหาร และอื่นๆ(ชาญเป็นกุ๊กมืออาชีพค่ะ อาหารญี่ปุ่นไม่ต้องบอกค่ะ เด็กที่ร้านกินจนเลี่ยน ส่วนหน่อยไม่แตะค่ะ หน่อยกินไม่เป็น อิ อิ) สิ้นเดือนทุกอย่างผ่านไปด้วยดีค่ะ
เข้าเดือนที่สอง เข้าเดือนที่สามยังดีอยู่แต่รายรับเริ่มน้อยลง หน่อยเองยังไม่รู้สึกอะไรค่ะ ยังไปได้อยู่
เลยไม่ค่อยได้เข้าร้านประกอบกับตอนนั้นพี่ที่ทำงานที่สองเขามีโปรเจคให้หน่อยทำ หน่อยเห็นค่าตอบแทนดีหน่อยก็รับไว้ แล้วบอกกับพี่เขาไปว่านี่เป็นโปรเจคสุดท้ายเพราะหน่อยคงต้องขอลาออกไปดูแลธุระกิจส่วนตัวหน่อย เพราะไม่มีใครดูแล้เลย นั่นคือเหตุผลที่หน่อยให้พี่เขาไป
จนวันหนึ่งหลังจากที่จบโปรเจคหน่อยไปที่ร้าน ดูบัญชี แต่ปรากฏว่า บัญชีรับ จ่ายไม่ตรงกัน
หน่อยเรียกปอกซึ่งดูแลเรื่องเงินมาคุย เราสนิทกันจนไม่ต้องเกรงใจที่จะถามเรื่องต่างๆเลยว่างั้นเถอะค่ะ
หน่อยก็ใส่เพื่อนเลย
“เฮ้ย เอาบัญชีมาดูหน่อยสิวะ กูเห็นยอดดเงินแล้ว... อุ๊ย.. คำนี้ถูกเซ็นเซอร์ค่ะ ...เสียวหวะ หัวปักหัวทิ่มเลยอ่ะ” หน่อยบอกเพื่อน
“นี่ไง” ปอกยื่นสมุดบัญชีให้
หน่อยเปิดอ่านตรวจทุกหน้าเขียนอะไร โน้ตอะไร ซื้อของเท่าไรจ่าย รับเท่าไร หน่อยแทบหมดแรงยืนค่ะ เป็นหนี้ร้านค้าที่เอาเหล้าเบียร์มาเป็นหมื่น
หน่อยเรียกเพื่อนมาหาอีกรอบ “เฮ้ย มึงเอาบิลลูกค้าสั่งของย้อนหลังมาให้กูดูหน่อยแค่สามวันพอ”
เพื่อนเอามาให้ หน่อยเช็คอย่างละเอียดยิบเลย แล้วถามเพื่อนว่า “มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย รายรับ รายจ่าย ไม่ตรงกัน บิลลูกค้าสั่งของกับเงินที่มีไม่เท่ากัน รายการเช็คเหล้าเบียร์บุหรี่ในสต็อกไม่มี รายการน้ำอัดลมยังเหลืออีกตั้งสามลัง แต่ของไม่มีแล้ว โชดาเกินมาจากในสต็อกที่เขียน ห้าลัง นี่มันอะไรกัน” หน่อยวีนเพื่อนสนิท
เพื่อนหน่อยมองหน้าแต่ไม่พูดอะไร หน่อยเดินเข้าไปหาอย่างและยินใกล้เพื่อนจนสัมผัสลมหายใจของกันและกันได้ “มึงบอกกูมา เกิดอะไรขึ้น” หน่อยคำรามในลำคอ
“..............” เพื่อนหน่อย
“มึงได้ยินที่กูพูดมั้ย บอกกูมา กูถามมึงว่าเกิดอะไรขึ้น”
เพื่อนสนิทหน่อยอีกคน (ชาญ)เห็นก็เดินปรี่เข้ามากอดหน่อยจากทางด้านหลังทันที “เฮ้ย ไปคุยกันข้างนอก ลูกค้าเยอะวันนี้”มันว่า
“ดีงั้นมึงมาด้วย”หน่อยบอกชาญ
แล้วเราสามคนก็คุยกันอย่างอย่างลูกผู้ชาย(หน่อยเป็นลูกผู้หญิงคนเดียว แต่ใจนักเลง)
พอเดินพ้นร้านหาที่คุยกันได้ ปอกก็เปิดฉากทันที
“กูทำดีแล้วหวะ” มันว่า
“ไอ้เอี้ย นี่กูไว้ใจมึงให้มึงดูแลเรื่องเงิน แต่มึงกลับไม่ช่วยกู มึงทำได้ไงวะ มึงก็ด้วย อยู่ด้วยกันแท้ๆไม่ช่วยกันดูแลเลยอ่ะ แล้วงี้กูจะไว้ใจใครได้วะ” หน่อยใส่เพื่อนสองคน
มันก็เงียบ
“มึงเอางี้สิ มึงมาทำเอง เพราะนี่กูก็เกรงใจพี่มึงจะแย่แล้ว พวกกูเช็คของ ก็ไม่อยากใช้เช็ค พวกกูขอดูบิลซื้อของก็ไม่ไห้ดู ลูกค้าสั่งอาหารเป็นฟรีตลอด แล้วงี้มึงจะให้พวกกูทำไงวะ”
“พวกกูก็ก้มหน้าทำอย่างที่มึงให้ทำ แต่พี่มึงก็นะ ยิ่งกะพวกผู้หญิงยิ่งแทบฟรีทุกอย่างอ่ะ เค้ามาหลอกแดก ยังให้เค้าแดกอ่ะ พวกก็รอมึงมาจะได้คุยกันว่าจะเอาไง”
พลิกล็อกใช่มั้ยคะ เพื่อหน่อยให้ตายมันก็ไม่มีทางโกงใครกินหรอกค่ะ เรารักกันสนิทกันตั้งแต่เด็ก(สมัยอยู่บ้านนอกโน้นนนนน)

หลังจากที่ร้านเริ่มส่อเค้าไม่ดีเท่าไร หน่อยก็เข้ามาดูแล ส่วนเพื่อนหน่อยสองคนขอบาย แต่บอกว่าจะมาช่วยอยู่เนืองๆ คงไม่ได้มาช่วยทุกวันเหมือนเก่า (ลืมบอกไปค่ะ เพื่อนทำงานให้ฟรีนะคะ ไม่ได้รับค่าจ้างใดๆ นอกจากน้ำ หรือเบียร์วันละไม่เกิน สองขวด ดื่มด้วยกันสองคนมันน่ะค่ะ เรียกว่ามาช่วยกันด้วยใจจริงๆ)
วันหนึ่งสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นค่ะ
“สวัสดีหน่อย ร้ายเป็น วันนี้ปอพาเพื่อนมาดื่มกัน คิดถึงหน่อยนะ” ยิ้มแบมีความหมาย หวานหยาดเยิ้ม หยดย้อย
“เอ้อ ดีค่ะ” หน่อยตอบ แต่ไม่ได้คิดอ่ะไร คิดเพียงแค่ว่าโชคดีจังหวะมีลูกค้ากลุ่มปอมากิน เพราะกลุ่มนี้กินอย่างเททิ้งค่ะ กินไม่อยุด เสริฟให้ทันก็แล้วกัน น่านน หน่อยคิด
แล้วหน่อยก็ดูแลลูกค้าโต๊ะนี้เอง ทั้งกินทั้งสนุก ทั้งเจอเพื่อนๆ(ปอ)เก่าก็เต็มที่ดูแลกันไปค่ะ พี่ชายหน่อยก็ดูแลลูกค้าโต๊ะสาวๆไป จนกระทั่งปอเมาได้ที่ เริ่มนั่งมองพี่ชายหน่อยตาขวางละค่ะ
“หน่อยมานี่หน่อยสิ” พี่ชายหน่อยเรียก
พอหน่อยเดินเข้าไปหา พี่ชายหน่อยก็กอดคอหน่อยทันที
“ลูกค้าโต๊ะนั้นเขาขอเคร((ดิต))ได้มั้ย (ง่ายๆค่ะ เซ็นไว้ก่อนนั่นเอง)
“เฮ้ย ไม่ได้หวะ ร้านเบียร์นะ ไม่ใช่ร้านขายของชำ ... อุ๊ย.. คำนี้ถูกเซ็นเซอร์ค่ะ ...มาเซ็นได้ไงวะ เท่าไรอ่ะ บิลอ่ะ” หน่อยถาม
“พัน สามร้อยกว่า” พี่ชายหน่อยว่า
“เอามาดูซิ” พอหน่อยดูบิลหน่อยก็เดินไปหาลูกค้าโต๊ะนั้นทันที
หน่อยยิ้มแย้มตามประสาเจ้าของร้านที่ดี
“สวัสดีค่ะ เห็นพี่ผู้ชายว่าจะเช็คบิลใช่มั้ยค่ะ” หน่อยถาม
“ใช่ๆ แต่ขอ เคร(ดิต) ไว้ได้มั้ย เพราะตังเอามาไม่พออ่ะ อีกอย่างเราก็มาที่นี่ทุกวันอยู่แล้วอ่ะ” ลูกค้าว่า
หน่อยขอบพระคุณมากนะคะที่อุดหนุนร้านและเป็นลูกค้าประจำแต่ หน่อยรบกวนขอรับเป็นเงินสดอย่างเดียวนะคะ เครดิต ไม่รับค่ะ เพราะร้านเราซื้อมาขายไปนะคะ” หน่อยตอบ ด้วยความนอบน้อม
ลูกค้าแกะทองที่ข้อมือทันทีค่ะ อันนี้ฝากคุณหน่อยไว้ก่อนได้มั้ย พรุ่งนี้มาเอาคืนค่ะ หน่อยรับทองเส้นนั้นมาเช็คดูเพื่อความแน่ใจว่าเป็นของแท้ (ทองหนักประมาณ บาทหนึ่ง) ขอบคุณค่ะ พรุ่งนี้หลังสี่สี่ทุ่มไม่มารับถือว่าหายกันนะคะ แล้วหน่อยกฌเดินกลับมาเค้าน์เตอร์เก็บทองใส่กระเป๋า ลูกค้าเดินหัวเสียออกจากร้าน พร้อมกับพี่ชายหน่อยเดินไปส่งหน้าร้าน ปอเดินตามพี่ชายหน่อยทันทีค่ะ พอพวกลูกค้าสาวๆขึ้นรถ ปอก็กระชากแขนเสื้อพี่ชายหน่อยทันที
“มึงเป็นใครวะ มาวุ่นวายอะไรกับแฟนกู” ปอถาม
“เปล่าครับผมแค่ส่งเขาขึ้นรถ” พี่หน่อยตอบ
“อีพวกนั้นมันเด็กเสี่ย ไม่ใช่เด็กกู” ปอตอบแบบหัวเสีย
“งั้นถ้าผมไปยุ่งกับเด็กพี่ผมขอโทษทีครับ” พี่ชายหน่อยว่า แล้วเดินเลี่ยงปอเข้ามาในร้านทันที
หน่อยเองยืนมองดูอยู่ค่ะว่าจะเป็นยังไง แล้วปอกฌเดินตามเข้ามาในร้าน พี่ชาบหน่อยเองยังคงไม่รู้ตัวว่าปอกำลังหึงหน่อย กับพี่ชายหน่อย แล้วหน่อยก็ไม่สนใจ หน่อยเรียกพี่ชายมาหา แล้วคุยกันเรื่องลูกค้าที่มีพฤติกรรมแบบนี้ ว่าห้ามปล่อยให้ใครเซ็นเป็นอันขาด หน่อยได้จังหวะ เลยถามพี่ชาย เรื่องบิลของลูกค้าที่ค้างว่ามันกลุ่มไหน และจะจ่ายเมื่อไร หน่อยจะคุยเอง ก็ได้รับคำตอบว่าเป็นลูค้ากลุ่มนี้หละ หน่อยก็เลยถึงบางอ้อ ว่าแล้วทำไมกล้าขอเครดิต) เพราะเคยขอแล้วได้นี่เอง
หลังจากที่นักดนตรีเล่นจบเบรคเราก็เปิดเพลงเบาๆเพราะใกล้เวลาปิดร้านแล้ว นักนตีเองก็เดินแยกย้ายดื่มน้ำดื่มท่า พี่ชายหน่อยเองก็จัดหาน้ำให้แล้วก็เดินไปนั่งโต๊ะ VIP (ฉพาะ เจ้าของร้าน และแขกพิเศษเท่านั้น นักดนตรี เด็กเสร์ฟ ลูกค้า ไม่อนุญาตให้นั่งถึงร้านจะเต็มก็เหอะ) ปอเดินตามพี่ชายหน่อยไปที่โต๊ะ VIP แล้วกระชากคอเสื้อทันที
“ไอ้ปอ ถ้ามึงแตะ คนในร้านกู มึงโดนแน่” เสียงหน่อยดังขึ้นก่อนที่พี่ชายหน่อยจะเจ็บตัว
“ปอเปล่าครับ หน่อย” มันตอบมาได้
“ก็กูเห็นอยู่เต็มตา มึงจะเอาไงว่ามา”หน่อยถาม อารมณ์นักเลง(ไม่ค่อยดี)
ลูกค้ามองทั้งร้านค่ะตอนนี้ โอโห เจ้าแม่มาเองค่ะ โหดมากตอนนั้น เดินสามขุมไปหาปอทันที
“มึงกราบขอโทษพี่กูซะ กูเห็นตั้งแต่ตอนส่งลูกค้าขึ้นรถแล้วนะ ไม่ใช่ว่ามึงใหญ่แล้วจะใหญ่ที่ร้านก็ได้ ให้มันรู้กูเป็นใคร”
ป๊าดดดดดด ด่ามันรวดเดียวจบ ท่วมกลางการลุ้นของลูกค้า(ส่วนใหญ่เป็นวันรุ่น และรู้จักปอดีว่าเป็นใคร) ว่าปอจะทำไง
“นี่พี่ชายหน่อยหรอ”ปอถาม
“เออ พี่ชายกูเอง ออกมาทางเดี่ยวกันกะกูนี่หละ ทำไม มึงมีปัญหาอะไร”
สวัสดีครับพี่ ผมชื่อปอครับ ผมเป็นแฟนหน่อย มันประกาศ มันทำได้เนอะ หน่อยเลยว่าบอกด้วยว่าแฟนเก่า และตอนนี้ไม่ใช่แล้ว
แล้วปอก็พาพี่ชายหน่อยไปนั่งที่โต๊ะด้วยกัน แล้วก็พากันเมาทั้งกลุ่ม
เอาเป็นว่าคืนนั้น ทุกคนรู้กันว่าปอใหญ่แต่หน่อยแฟนปอ ใหญ่กว่า
ลูกค้ายังคงแวะไปเวียนมา ปอเองก็มาร้านแทบทุกวัน (มานั่งเฝ้า เป็นหมาหวงก้าง หน่อยก็ไม่ได้สนใจ แต่วัยรุ่นยกมือไหว้ตลอด บางคนหน่อยรู้จักบางคนไม่รู้จัก บางคนเคยเห็นที่ร้านบางคนไม่เคยเห็นสักครั้ง(หรือก็จำไม่ได้ว่าใคร) ไปเดินห้าง (เดอะมอลล์งามวงศ์วาน)เข้าห้องน้ำมันยังเรียกทักยกมือไหว้ มารยาทดีกันจริงจริ๊งงง อยากรู้นักว่าพ่อกะแม่ที่บ้านพวกมึงว่ายกันมั่งปะ กะคนเลวๆนิสัยไม่ดีเนี่ยพวกมึงว่ายกันจังเลย (หน่อยคิด ไม่ได้ถามมันตรงๆ)
ภาพประจำตัวสมาชิก
คุณนาย 007
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 30
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 02, 2008 3:05 pm

โพสต์โดย คุณนาย 007 » ศุกร์ ก.ค. 25, 2008 4:46 pm

ลูกค้าที่หน่อยยึดทองไว้ พอตกเย็นประมาณสองทุ่มเขาก็เข้ามานั่งที่ร้าน หน่อยได้เงินมาก็จัดแจงเคลียทั้งหนี้เก่าและหนี้ใหม่ทันทีค่ะ เค้าว่าเดี๋ยวจะหามาให้ หน่อยเลยบอกว่าไม่ต้องหรอก ทองของพี่ๆอ่ะมันพอจ่ายค่ะ แล้วหน่อยก็เอาใบเสร็จที่หน่อยขายทองให้เขาไป ตอนนั้นขายได้9300บาท (ราคาทองบาทละ9500บาท) เหลือเงินที่ต้องคืนเขาประมาณพันกว่าๆ ตอนแรก หน่อยคิดว่าไงซะต้องมีเรื่องแน่ๆวันนี้เพราะเราเอาทองเค้าไปขาย เขาต้องไม่พอใจ ด่าเราจมแน่ เราเองก็เตรียมใจที่จะไม่โต้ตอบใดๆอยู่แล้ว แต่เชื่อใหมคะ เค้าบอกว่า ขอบใจมากนะคุณหน่อยที่เสียสละเวลาเอาไปขายให้ ดีจังวันนี้มีตังสดตั้งพันกว่า ดูเอาเถอะค่ะ ติดเหล้าติดพนันกันขนาดนี้น่ะค่ะ

และแล้วจุดเปลี่ยนผันก็มาถึงค่ะ
วันที่หน่อยไม่มาร้านมีการชกต่อย (ผู้ชาย) ตบตี(ผู้หญิง)เป็นประจำ หนักสุด ก็ชักปืนยิงกัน ดีค่ะ ที่ไม่มีการตายเกิดขึ้นในร้าน ปอกับโน้ตมาเคลียกับตำรวจให้หลายครั้ง
หน่อยยุ่งเรื่องที่ทำงานมาก หน่อยต้องการเคลียงานให้จบทั้งหมด ไม่ให้ต้องการงานค้างคา (หน่อยทำงานต้องเสร็จตามเป้าหมายตามวันเวลาที่หน่อยจะเป็นคนกำหนดเวลาให้ตัวเองเสมอค่ะ ไม่ต้องรอให้เจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานมาเร่งงานจากเรา หรือโทษว่างานช้าซึ่งเป็นสาเหตุุมาจากเราส่งช้า เหตุนี้ งานหน่อยจึงมักจะจบก่อนวันที่เจ้านายกำหนดประมาณวันหรือสองวันก่อนหน้าประจำ) เลยไม่ได้เข้าร้าน ช่วงที่หน่อยไม่ได้เข้าร้าค่ะ(อาทิตย์เดียว) ปอกับเพื่อนๆเซ็นที่ร้านหน่อยกระจายค่ะ พี่ชายหน่อยก็ให้เขาเซ็นเพราะคิดว่าปอช่วยร้านไว้หลายครั้งจากพวกอันธพาลทั้งหลายแหล่ที่มามีเรื่องในร้านและหน่อยกับปอคบหากันปอคงไม่เซ็นนาน แต่หารู้ไม่ว่าไอ้อันธพาลน่ะ มันมาเพราะมีอันธพาลรุ่นพี่มานี่หละ แต่ละครั้งปอพาเพื่อนมาเยอะมาก ของที่เซ็นจึงเป็นจำนวนเงินไม่น้อย พวกสาวๆที่มาก็กินกันชนิดลดแลกแจกแถมกันค่ะ หน่อยไม่รู้เรื่อยเลย ได้แต่โทรถาม ว่าเป็นไง ถามทีไรก็บอกดีๆ ของในร้านเช็คให้หน่อยด้วยนะ ก็บอกเช็คๆแล้ว แต่จริงๆยังไม่ได้ทำอะไรเลยของหาย(เด็กเสริฟขโมย) ก็ไม่บอก เพราะกลัวรู้ว่าตัวเองเมาจนจำไม่ได้ว่าแจกโต๊ะไหนไป อีกทั้งเพื่อนหน่อยที่มาทำบัญชีให้เข้ามาหาที่ร้าน พร้อมกับพาเพื่อนพี่ชายที่มาทำงานที่กรุงเทพมาหา เพราะคงจะดีไม่น้อยคนบ้านเดียวกันได้เจอกันที่เมืองกรุง มีอะไรได้คุยสารทุกข์สุขดิบ หน่อยเองก็ยินดี ที่พวกพี่ๆเขามา จากวันนั้นเพื่อนหน่อยไม่มาแต่พวกพี่ๆเขายังมาเป็นประจำ แรกๆก็ดีค่ะกินจ่ายตลอด หลังๆ เซ็น ไม่จ่าย พี่ชายเราก็ไม่บอก ปิด ซ่อน เพราะเพื่อน ครั้งละเป็นพัน


จนกระทั่งวันหนึ่งเพื่อนหน่อยมาที่ร้าน ก็ด้วยความเคยชินมั้ง เพื่อนก็เดินไปนั่งหลังเคาน์เตอร์ มองไปเห็นบิลกองโตที่ไม่ไดเสียบไม่ได้แยกวัน เพื่อนก็เลยเอามาแยกวันเช็ครายการของ พอเริ่มกลิ่นไม่ดีเพื่อนหน่อยก็แอบหยิบสมุดบัญชีร้านเดินออกจากร้านไปนั่งอ่านที่หน้าเซเว่นทันที(เซเว่นไฟสว่างอ่านได้ง่ายและเร็ว) แต่ทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่ควรเป็น เพื่อนหน่อยเดินกลับม่ที่ร้าน เริ่มเช็คยอดเงินรับลัจ่ายของวันที่บิลกองพะเนิน แต่ไม่มีการลงบัญชีสักแดงเดียว
ตีสองครึ่ง
กริ้งงงงงง
“โหล ใครอ่ะ โทรมาไรตอนนี้วะ”
“กูเอง พอดีกูอยากถามเรื่องร้านมึงอ่ะ มึงรู้มั้ยร้านมึงมีลูกหนี้เท่าไรกี่บาท” เพื่อนถาม
“ไม่รู้หวะ ทำไมวะ เดี๋ยวกูโทรกลับนะ ขกูล้างหน้าหน่อยกูไม่สร่างเท่าไรหวะ” หน่อยว่า
“กูรอสายไม่ต้องวางรอโทรกับหรอก” มันกลัวหน่อยไม่โทรกลับจัด
“อือ งั้นแป็บนะ” หน่อยลุกเดินไปล้างหน้าล้างตาเสียบน้ำชงกาแฟควักบุหรี่ออกมา ดูด
“ต่อเลยเพื่อน” หน่อยตื่น
“ถ้ามึงไม่มาดูแลร้านแบบนี้เปิดร้านมึงไปเลยดีว่าหวะ ร้านมึง... อุ๊ย.. คำนี้ถูกเซ็นเซอร์ค่ะ ... ทั้งตีทั้งต่อย ลูกค้าชั้นเลวทั้งนั้น” มันบ่น
“อ่าว กูก็โทรถามพี่กูทุกวันนะเว้ยว่าเป็นไงแต่เห็นก็บอกดีนี่หว่า”
“ก็แล้วแต่มึงนะ แต่วันนี้ ตอนนี้กูกะไอ้ชาญอยุ่ที่ร้านมึงเนี่ยกะจะมาหานึกว่ามึงอยู่ร้าน แต่พวกกูเจอบิลที่พี่มึงอ่ะไม่ลงบัญชี บิลเซ็นของที่ร้านค้า ปัญหาเดิมๆที่เคยเกิด แต่ที่มากกว่านั้นคือ บิลที่ไม่จ่ายลูกค้าค้างตรึมเลย”
“แสดดดด แล้วมันเป็นแบบนั้นได้ไงวะ พวกมึงดูดีแล้วหรอ ลองดูใหม่ซิ” หน่อยว่า เพราะยังไม่เชื่อว่าพี่ชายจะเป็นไปขนาดนั้น

จริงอยู่พ่อกับแม่มักบ่นว่าพี่ชายไม่เอาไหน เมาไม่ได้เรื่อง แต่หน่อยยังคงเชื่อใจและคิดว่าต้องให้กำลังใจเพื่อให้เขาเชื่อมั่นในตัวเองจะได้ไม่อ่อนไหวกับสิ่งรอบข้าง กับแสงสี เสียงที่พบ ยิ่งตอนนี้เรามีบาร์ของเราเอง หน่อยก็เคยบอกเขาว่าบาร์นี้อ่ะ หน่อยเปิดให้เขาดูแล วันนหนึ่งหน่อยได้ทุนคืนหน่อยจะยกบาร์นี้ให้เขา หน่อยอาจขอจากเขาสักแสนเพื่อให้แม่ แล้วหน่อยก็จะไม่นุ่งกับบาร์นี้อีกเพราะหน่อยอายุยังน้อยหน่อยอยากทำงานเก็บประสบการณ์ อีกอย่างหน่อยอยากเรียนต่อ สาขาตกแต่งภายในให้จบ นี่คือเป้าหมายของหน่อย

“อือ แล้วมึงจะยังอยู่นั่นมั้ย กูจะไปเดี๋ยวนี้อ่ะ” หน่อยถามเพื่อน
“อยู่ พวกกูจะรอนะ” เพื่อนว่า
หน่อยก็นั่งแท็กซี่ตรงซิงไปที่ร้านทันทีค่ะ
ร้านหน่อยยังไม่ปิด เปิด เพลงเบาๆ ลูกค้านั่งอยู่สองสาม โต๊ะ แน่นอนมีโต๊ะปอรวมอยู่ด้วย
หน่อยมองเข้าไปในร้าน อย่างเหนื่อยใจ แล้วบอกตัวเองว่า เอาวะ ลงเรือแล้วต้องพายอล้วหละ ไม่งั้นวนอยู่อย่างนี้จนจมแน่
หน่อยลงแท็กซี่ เดินตรงมาที่ร้าน พรอมกับเดินไปหาลูกค้าทันที
“สวัสดีค่ะ นั่งนานแล้วหรอคะ”
“ครับ ตั้งแต่สองทุ่มอ่ะครับ” ลูกค้าตอบแต่ยังงงว่าหน่อยเป็นใคร
“งั้นหน่อยรบกวนเช็คบิลเลยนะคะ เพราะเลยเวลาปิดร้านแล้ว”
“ผมเพิ่งสั่งเบียร์ไปเจ้าของร้านเดินเข้าไปเอาอยู่ครับ” ลูกค้าว่า
“ต้องประทานโทษนะคะ เราปิดแล้วค่ะ ต้องขอโทษนะคะที่เสียมารยาทค่ะ” หน่อยตอบด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน จังหวะที่พี่ชายหน่อยยกเบียร์มาพอดี
“ไม่ต้องเสริฟนะ ร้านปิดแล้ว หมดเวลาขายก็ต้องปิด รานเราปิดตี หนึ่ง นี่มันตีสองจะตีสามแล้ว” หน่อยบอกพี่ชาย จังหวะนั้นเองค่ะ ตำรวจมา หน่อยซิคะโดนเจ้าของร้านนี่คะ แล้วปอกับโน้ตก็เดินมาเคลียให้ตามเคย เคลียกันอยู่พักใหญ่ หน่อยก็ให้เพื่อนๆทยอยเก็บร้านจนเสร็จช่วงที่เคลีย แล้วทางตำรวจก็ตักเตือนเรา
แต่หน่อยเองก็ไม่ได้ปลื้มหรอกค่ะ เพราะเราผิด แต่ก็คิดอยูเหมือนกันจะเอาตังที่ไหนจ่ายวะเนี่ย
พอตำรวจไปเกือบสว่างแล้ว เราก็ปิดร้านมานั่งคุยกัน หน่อยกินเบียร์ที่เปิดไปเมื่อกี๊ที่ไม่ให้เสริฟ หน่อยมองดูทุกคนในกลุ่มปอแล้วว่า
“เออ ดีๆ อยู่กันพร้อมหน้าแบบนี้ ขอเคลียเชคบิลเลยแล้วกัน” หน่อยว่า
“เดี๋ยวหน่อยเก็บที่ผมนะครับ” ชายคนหนึ่งตอบ หน่อยไม่รู้ว่าคนนี้เป็นใครค่ะ เพราะไม่เคยเห็นมาก่อน
“ขอบคุณค่ะ” หน่อยยิ้มให้เขา
พอลมองหน่อยแล้วยิ้มเหมือนว่าเรารู้กัน
“เป็นไรพอล หน่อยยิ้มให้เพื่อนไม่ได้รึไง”
“ได้ แต่ตอนไอ้ปอไม่อยู่หรือไม่เห็นนะ ”พอลหัวเราะ
“เออ นี่เพื่อนเราชื่อโอ”พอลแนะนำ
(หน่อยจำไม่ได้แน่ว่าชื่อโอหรือเปล่านะคะ)หน่อยยิ้มทักทายตามเรื่อง พร้อมยื่นบิลเก็บตังส์
ชายหนุ่มชายตังส์สำหรับทั้งโต๊ะ โดยไม่มีใครช่วยหารสามสองพันกว่าให้หน่อย ปอมองหน้าโดยไม่ได้ว่าอะไร (จะว่าอะไรได้เขาจ่ายตังค์นี่ ว่ามันเกิดมันไม่จ่ายไงหละ)
“อย่าเพิ่งไปนะ วันนี้ หน่อยอารมณ์ดี หน่อยเลี้ยงเหล้ากรมหนึ่ง แต่จ่ายมิกซ์เองนะ เอามั้ย” หน่อยถาม
เรื่องไรมันจะไม่เอาหละ ได้เหล้าฟรีมาขวดหนึ่ง
หน่อยเดินไปหลังร้านหาเพื่อนๆหน่อยที่ยืนหน้าเป็นตูดอยู่ เพราะง่วงนอนอยู่ แล้วบอกเพื่อนว่า เออนี่รวมบิลให้หน่อยที่หมดเลยนะ
ว่าแล้วหน่อยก็เดินออกมาหน้าร้านพร้อมกับเหล้าขวดหนึ่ง มิกเซอร์ชุดใหญ่ แล้วหน่อยก็เริ่มเปิดฉากแบบเกรงใจใคร
“นี่ทุกคน ยกเว้นโอนะคะ” แล้วก็ยิ้มหวานให้นิดหน่อย (มารยาหญิงน่ะค่ะ)
“วันนี้หน่อยขอเคลียร์บิลทั้งหมดเลยนะ เพราะอีกไม่กี่วันต้องจ่ายค่าเช่าร้านแล้ว ส่งบิลให้ทุกคนดู พร้อมเครื่องคิดเลข บวก ลบ คุณ หาร จิ้ม ออกมา คนละ พันแปดร้อยกับเศษนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไร ไอ้เศษ ไม่ต้องไปนับ จ่ายคนละพันแปดหวะ เพราะหน่อยไม่ไหวแล้ว”
ทุกคนยิ้มไม่ออก หน้าเครียด ตอนกินไม่คิด ตอนจ่ายไม่มี
แล้วโน้ตก็ขอคุยกะหน่อยเป็นการส่วนตัว หน่อยบอกได้
“หน่อยโน้ตขอเถอะนะวันนี้อ่ะ ไม่มีใครมีตังหรอก พอดี ไอ้โอมันกลับจากเมืองนอกก็เลยอยากกิน เลยพากันมากินที่นี่เท่านั้นเองหละ” โน้ตว่า
“อ้าวแล้วงี้เงินเป็นหมื่นหน่อยจะเป็นเอาที่มหาตัวไหนได้วะ”
“โน้ตรับผดชอบเองหวะ” โน้ตว่า
ปอกับพอเดินเข้ามา
“มีไรกันวะ”
“อ๋อหน่อยเคลียร์เรื่องเงินอ่ะ พอดีโน้ตขอหน่อยบอกจะรับเอง”.หน่อยชิงพูดก่อนที่โน้ตจะตอบตัดหน้าว่าไม่มีอะไร
“งั้นปอช่วยโน้ตด้วยแล้วกัน”
พอลควักกระเป๋าตังออกมา ยื่นตังค์ให้หน่อย
“1800” ส่วนของพอลนะหน่อย”
หน่อยรับเงินนั้น
“เมือ่ไรปอกับโน้ตจะจ่ายส่วนที่เหลือหละ “หน่อยถาม
“อีกอาทิตย์นะหน่อย” โน้ตว่า
“ได้ แต่เบี้ยวนะเพราะนั่นอ่ะช่วงสิ้นเดือนพอดีเลย” หน่อยว่า
และแล้วเรื่องที่กลัวเหลือเกินก็เกิดจนได้
ทายออกใช่ไหมคะว่าอะไร แต่มันหนักกว่านั้นค่ะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
คุณนาย 007
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 30
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 02, 2008 3:05 pm

โพสต์โดย Viewtalay » เสาร์ ก.ค. 26, 2008 9:41 am

ต่อ เร็ว นะคะ

นั่งรอลุ้นอยู่ค่ะ ว่าจะเกิดไรขึ้น
<a href='http://' target='_blank'><a href="http://lilypie.com/"><img src="http://lpmm.lilypie.com/7hZZp2.png" width="200" height="80" border="0" alt="Lilypie Premature Baby tickers" /></a></a>
ภาพประจำตัวสมาชิก
Viewtalay
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 198
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ เม.ย. 02, 2006 9:20 am

โพสต์โดย meawmark » อาทิตย์ ก.ค. 27, 2008 12:54 am

คุณ นาย เราไม่เคยติดละคร เลยนะ แต่เราอ่านเรื่องคุณนาย เกือบทุกตอนเลย
ภาพประจำตัวสมาชิก
meawmark
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 332
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ มิ.ย. 30, 2007 1:40 pm

โพสต์โดย pensij » อาทิตย์ ก.ค. 27, 2008 11:37 pm

โห เล่าได้หนุกหนานเลยค่ะ มาต่อเร็วๆน่ะค่ะ นั่งรอใจจดจอเลยค่ะ
ภาพประจำตัวสมาชิก
pensij
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 546
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 19, 2008 10:11 pm

โพสต์โดย คุณนาย 007 » จันทร์ ก.ค. 28, 2008 10:15 am

หน่อยหอบงานกลับมาเคลียร์ที่ห้องพัก ทำงานไปคิดไป
“ให้ตายสิวะ ถ้าหน่อยไม่เข้าไปทำร้านเองมีหวังเจ๊งแน่ จะทำไงดีวะ ลออกจากงานแล้วลงไปบริหารร้านเต็มตัวเลยดีกว่าไม่งั้นหมดตัวแน่”
รุ่งขึ้น หน่อยก็จัดการซะ ลาออกค่ะ ลาออกจากที่ทำงาน
“พี่ค่ะ หน่อยขอแบบฟอร์มลาออกหน่อยค่ะ”
“เอาไปให้ใคร”พี่ฝ่ายบุคคลถาม
“เอาเองค่ะ”หน่อยตอบ
“อ่าว เป็นไรหละถึงได้อยากออกนักหนาเนี่ย”บุคคล
“อิอิ เปล่าค่ะพี่ ” ไม่กล้าตอบความจริง เลยเลี่ยงที่จะตอบ

ปล. เมื่อก่อนนะ หน่อยไม่โกหกค่ะ ไม่ว่ากรณีใดๆ บางอย่างหน่อยเลี่ยงที่จะไม่ตอบ แทนการโกหก ไม่ได้บอกว่าหน่อยดี งาม ประเสริฐศรีคีรีขันธ์นะคะทุกท่าน ใครๆก็พูดว่าตัวเองไม่โกหก จริง เท็จอยู่ที่ตัวเองค่ะที่รู้ แต่เดี๋ยวนี้ก็มีบ้างเพราะบางที เราพูดจริงและตรงไป กลายเป็นคนฟังรับไม่ได้ซะงั้นอีกค่ะ

(ซวยหลายทีแล้วค่ะ เพราะไม่ยอมโกหก เช่น เพื่อนสมัยเรียน ถามเรื่องเพื่อนอีกคนหนึ่ง เออ เอ็งคิดไงกะเพื่อนคนนี้ เรื่องที่เขาชอบแต่งตัว ทำสวยมาโรงเรียน หน้าไม่ขาวเท่ากระดาษปอร์น(กระดาษวาดรูป) ไม่ยอมมาโรงเรียน เราก็บอกอย่างที่เราคิด “เค้าก็สวยดีนะเวลาแต่งตัว แต่ทาแป้งที่คอด้วยได้มั้ย หน้างี้ลอยมาเชียว อีกอย่างถ้าสนใจเรื่องเรียนให้ได้แค่ครึ่งของเรื่องสนใจแต่งตัว คงเรียนเก่งสอบได้ที่ หนึ่งไปนานแล้ว” หน่อยว่า ที่ไหนได้ เพื่อนที่ถามเราดันไปเล่าให้เพื่อนคนนั้นฟัง มันด่าหน่อยจมเลย “เอ็งสวยตายหละ หน้างี้มันเชียว เคยรู้รึเปล่าว่าเค้าซื้อแป้งกันที่ไหนอ่ะ เรียนเก่งไปก็เท่านั้นหละ คอยดูตอนเรียนจบเถอะบุคคลิคไม่ดีใครเขาจะรับทำงาน แมร่งง มีแฟนหล่อได้ไงวะ” เพื่อนด่ามา หน่อยก็งง สุดท้ายมารู้ทีหลังเพื่อนคนนี้เขาอยากรู้เองค่ะว่าเราคิดไงกะเขา เพราะเราไม่ค่อยคุยกะเขา แต่ที่หน่อยไม่คุยไม่ใช่ไม่ชอบเขาแต่หน่อยไม่รู้จะคุยเรื่องอะไร เพราะหน่อยไม่ค่อยรู้เรื่องที่เขาคุย เช่น เรื่องเครื่องสำอางค์งี้ หน่อยบายละค่ะ เพราะไม่รู้จักจริงๆ)

สิ้นเดือนหน่อยไม่ต้องไปทำงานแล้วหละ ปกติหน่อยต้องลาออกล่วงหน้า หนึ่งเดือนค่ะ แต่คุยกันกาพี่เขาว่าจะช่วยทำงานไปพลางๆ ระหว่างที่หาคนมาทำ แต่คงทำแบบหามรุ่งหามค่ำแบบเดิมไม่ได้แล้ว แต่อย่างว่าค่ะ บริษัทใหญ่เขาไม่ต้องมาง้อเราหรอกค่ะ วันสองวันเขาก็หาคนมาทำแทนได้แล้วค่ะ หน่อยแค่ต้องไปสอนงานเขาเพื่อรับช่วงต่อนิดหน่อยเท่านั้นเอง

ค่ะ หน่อยรู้มันผิดมหรรษ์ที่ตัดสินใจแบบนั้น

ช่วงอาทิตย์ที่หน่อยต้องส่งงานให้พนักงานใหม่ หน่อยก็เกรงว่าที่ร้านจะไม่มีเงินหมุน หน่อยก็เลยให้เอทีเอ็มกับไว้กับพี่ชาย อีกอย่างใกล้สิ้นเดือนแล้วด้วย เผื่อลูกค้าที่เงินเดือนออกแล้วเริ่มมาหาที่ดื่มจะได้มีเครื่องดื่มบริการอย่างครบครัน หน่อยเองก็ไม่ต้องคอยห่วงด้วย

นั่นมันที่หน่อยคิด

ตุ๊ดดดด ตุ๊ดดดดด ตุ๊ดดดดดด (เชยชะมัด ไม่มีกระทั่งเสียงรอสาย บั้นน๊อกกก บั้นนอก)
“โหล”
“เออ โน้ตหรอ เย็นนี้มาที่ร้ายด้วยนะ ครบกำหนดจ่ายตังส์แล้วหวะ”
“..........”โน้ต
“เออแล้วบอกปอด้วยนะให้เข้ามาพร้อมๆกันอ่ะ จะได้เห็นพร้อมๆกัน คุยกันทีเดียว นะ” หน่อยว่า
“อือ อือ เดี๋ยวเจอกันเย็นนะ”โน้ต
“อือ งั้น บายนะ” หน่อย
“บาย” โน้ต

ตกเย็นหน่อยก็มานั่งรอที่ร้านใจจดใจจ่อ กินเบียร์ไปพลางๆ ดูลูกค้า (ร้านอื่น)ไปพลางๆ สามทุ่มร้านหน่อยยังไม่มีลูกค้าเลย โน้ต ... อุ๊ย.. คำนี้ถูกเซ็นเซอร์ค่ะ ...ก็ไม่มาซะที
ตุ๊ดดดด ตุ๊ดดดดด ตุ๊ดดดดดด
“เมื่อไรจะมาถึงอ่ะ” หน่อยถาม
“อือ แป็บนะหน่อย” โน้ต
ตัดสายทิ้ง ซะงั้นเลย
ทันไดนั้นก็เห็นปอมาถึงร้านพอดี มามาถึงก็ทำหน้าไม่ถูกแล้วเพราะเพื่อนไม่มีใครมาเลย หน่อยก็เดินไปหาทันที หน่อย “ ปอมานั่งก่อนสิ สั่งไรมั้ย”
ปอ “ ขอลีโอขวดหน่อย”
หน่อยเดินไปหยิบมาเสริฟ พร้อมกับนำแก้วของตัวเองมาด้วย(หน่อยมีเบียร์ของหน่อยต่างหากค่ะ)
หน่อย “เออ แล้วคนอื่นๆหละ ไม่เห็นเลย”
ปอ “นั่นหนะสิ เมื่อกี้โน้ตบอกมาจะถึงแล้วนี่”
หน่อย”หรอ”
นั่งคุยกันไปพลางๆ จิบเบียร์ไปพลางๆ
ปอ “หน่อยโน้ตเพื่อนปอเดือดร้อนอ่ะ ขอยืมตังหน่อยได้มั้ย”
แสดดดดด คิดได้ไง หนี้เก่ากูมรึงยังไม่ใช้เลย
หน่อย “ อือ ได้ แต่รอให้โน้ตคืนเงินให้ก่อนนะ ค่อยเอาไป แต่หน่อยต้องได้ก่อนอ่ะ”

หน่อยจับมือตัวเองแล้วหมุนทองที่นิ้วไปมา (พลางบอกตัวเอง อย่าไปสงสารใครเลยวะ สงสารตัวเองเถอะ)
หน่อยมองทองที่นิ้วแล้วก็คิดเรื่องเก่าๆ แหวนวงนี้มันมาจากเงินฝัน ฝันไม่ได้ซื้อให้ แต่ฝันให้เงินไปซื้อ ถ้าฝันเห็นเพื่อนใส่ทอง หรืออะไรก็ตามที่ฝันมองว่าดูดี หน่อยมีกะเขาหมดหละค่ะ สร้อย แหวน กระเป๋าตังส์สวยๆ ร้องเท้าคู่พันต้นๆนี่ก็แพงแล้วนะคะ (สำหรับนักศึกษา) หน่อยไม่ขอแต่ฝันจะให้เพราะฝันอยากให้ หน่อยไม่ชอบใส่ทองหรือของมีค่าใดๆ แต่หน่อยใส่เพราะฝันชอบ (เสื้อยืด กางเกงยืนส์ รองร้องผ้าใบที่ต้องเป็นของ Convert เท่านั้นหละค่ะ ที่หน่อยใส่ แหวน หน่อยชอบใส่แหวนเงินวงละ 50 บาท)
แล้วโน้ตก็โผล่มา คุยกันไปคุยกันมา
“เออ โทษจริงๆหวะหน่อย เงินเดือนยังไม่ออกเลยหวะ”
“อะไรวะ บริษัทใหญ่โตเงินเดือนออกไม่ตรงเวลาได้ไงวะ” หน่อยบ่น แมร่งเห็นกูโง่รึไงวะแสดดด เงินเดือนยังไม่ออกพูดมาได้
“แล้วเงินเดือนจะออกเมื่อไรวะ อีกกี่วัน เพราะอีกสองวันจะสิ้นเดือนแล้วอ่ะ” หน่อยถาม
“ก็วันที่หนึ่งอ่ะ หน่อย” โน้ตว่า
“หน่อยไม่รู้หละหวะ วันนี้หน่อยอยากได้ตังส์ เพราะหน่อยเองก็ต้องหมุนเงินในร้านด้วย” หน่อย
“เออ อันนี้ปอเข้าใจ แต่หน่อยรอก่อนไม่ได้หรอ อีกแค่วันสองวันเองอ่ะ” ปอต่อ
“เออ งั้นก็ได้หวะ แต่ว่าวันที่ หนึ่งโอนตังส์ให้หน่อยก่อนเที่ยงนะ หน่อยจะจ่ายค่าร้าน และหน่อยต้องจ่ายก่อนเที่ยง อีกอย่างหน่อยต้องซื้อของเข้าร้านก่อนเย็นด้วยเผื่อมีลูกค้ามา”
“อือ” โน้ตกะปอรับปาก

วันที่สามสิบ ก่อนเปิดร้านค่ะท่าน
“เอ้ย เอาเงินของร้านทั้งหมด บัญชี มาให้หน่อยสิ หน่อยจะรวมบิลทั้งหมด” หน่อยบอกพี่ชาย
“เอา นี่” ยื่นเงินมา ห้าร้อย พร้อมกับสมุดบัญชี
“เอทีเอ็มด้วย” หน่อยบอกพี่
หน่อยยังไม่ได้เปิดดูสมุดบัญชีไม่ได้อ่านอ่ะไรเลย
“เดี่ยวหน่อยมานะ” หน่อยบอกพี่
หน่อยเดินไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มค่ะ พี่ชายส่งเงินให้ ห้าร้อยบาท หน่อยคิดว่าเงินเขาคงเอาใส่แบงค์ให้หน่อยแล้ว อีกอย่างตอนหน่อยให้เงินก็มีเงินอยู่ในแบงค็ประมาณแปดพันกว่าบาท (แบงค์นี้ใช้เฉพาะเงินหมุนในร้านเท่านั้น)
เช็คยอด
“250 บาท”
“อุ้ย สงสัยหยิเอทีเอ็มผิดใบ ลองอันใหม่ซิ”
“อ้าวนี่มันแบ็งค์เงินเดือนน่าหว่า ที่เหลือก็ต่างธนาคาร เกิดไรขึ้นวะ”
หน้ามืด กึ่งโมโหค่ะ
ขากลับเดินดูดบุหรี่ไปช้าๆ ให้ตัวเองใจเย็นๆลงค่อยถามว่าเกิดไรขึ้น

ที่ร้าน

“นี่ยังไม่กินข้าวเลยอ่ะ เอาตังมากินข้าวหน่อยสิ” พี่ชายถาม
“ไม่มีตังหรอ” หน่อยถาม
“อือ ไม่มี” พี่ชายตอบ
นี่มึงเอาเงินไปไหนหมด (หน่อยคิดในใจ) แล้วหน่อยก็ควักเงินใบเดิมที่พี่ยื่นให้คืนให้เขากับไป (หน่อยให้ตังพี่ชายวันละ300-500ค่ะท่าน)
“รีบมานะ” หน่อยบอกพี่
“อือ”
แล้วช่วงที่พี่ไปกินข้าว(ซะนานนนนนน) หน่อยก็นั่งดูบัญชีร้าน ไม่มีอะไรเลยค่ะ ไม่มีรายการเงินเข้า ไม่มีรายการของเข้า ไม่มีรายการของขาย ไม่มีรายการคนติดหนี้เหมือนเก่า ไม่มีบิลสั่งอาหาร ไม่มีสักอย่างจริงๆ เอ้อ ไม่ใช่สิ มีบิลอยู่สองใบสางแอ้งแม้งอยู่ ในบิลเขียนว่า “หน่อย ไฮเนเก้น สองขวด” อีกใบ “หน่อย ไฮเนเก้น หนึ่งขวด” อ้าวว ไอ้ทีงี้ กรูนี่เจ้าของร้าน กินสองขวดตอนจ่ายราคาเท่าห้าขวดค่ะ(หน่อยกิน ดื่ม ทุกอย่างที่ร้านหน่อยจ่ายหมดค่ะ เพราะเงินร้านก็เงินร้าน นี่คือที่หน่อยคิด” มีบิลเก็บทำไมที่เหลือ... อุ๊ย.. คำนี้ถูกเซ็นเซอร์ค่ะ ...ไม่มีวะ
หน่อยเดินไปเปิดตู้เบี่ยร์มีเหลือไม่ถึงอย่างละหกขวด ของในร้านแทบไม่มีอะไรเลย
นั่งดูไปคิดไป ค้น รื้อ หาของ บิล ว่าพี่อาจเก็บไว้ที่ไหนสักแห่ง ทันใดนั้นก็มองเห็นพี่ชายลงจากแท็กซี่เดินเข้ามาในร้าน
“ไปกินข้าวไหนมาอ่ะ ต้องนั่งแท็กซี่เลยหรอ”
“ไปกินแถวเดอะมอลล์มา” พี่ตอบ
“..........” หน่อย
“อือ ช่างเหอะ เออ ตอง ตังส์อยู่ไหนอ่ะ ในบัญชีก็ไม่มี มีอยู่สองร้อยห้าสิบ ใบเสร็จ อะไรอื่นๆก็ไม่มี” หน่อยเริ่ม
“ อือ ก็ไม่มีไง”พี่ว่า
“อ้าว มึงว่าไงไงนะ ของหลืออย่างละนิดละหน่อยเท่านั้นเอง เงินในบัญชีก็ไม่มี แล้วเงินมันไปไหนหละ” หน่อยปรี๊ดด
“เงินใช้หมดแล้ว ของก็กินไปหมด ลูกค้าไม่มีเลยไม่มีบิล” พี่ตอบ
“แล้วไมไม่บอกกัน ให้รู้ว่ามันแย่ขนาดนี้ อีกอย่างเงิน เราก็ให้ใช้ตลอดนะ วันละหลายร้อย ไม่ได้ให้มาเอาเงินในร้านไปใช้ปะกัน ทำไมทำแบบนี้ แล้วรู้ใช่มั้ยว่าพรุ่งนี้ต้องจ่ายค่าเช่าร้าน (15000) อ่ะ”หน่อยเริ่มระเบิด
“... ถ้างั้นทำไมไม่ทำเองซะหละเก่งนักก็”
“อือ งั้นไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพรุ่งนี้กลับบ้านไปช่วยที่บ้านแล้วกันนะ ทางนี้เราดูแลเอง” หน่อยตอบแบบไม่รุ้จะทำไง ตอบแบบมองไม่เห็นทาง
“อือ งั้นของตังส์หน่อยสิจะไปเอาเสื้อผ้าที่ซักไว้ที่ร้าน”พี่ชายว่า
“อือ เท่าไรหละ”
“เจ็ดร้อยกว่า แล้วก็ค่ารถกลับบ้านด้วยนะ”
“........ออือ........”
หน่อยตองกดเงินเดือนทั้งหมดทันที (ตอนนั้นเงินเดือน 1500) แล้วไปจ่ายค่าเช่าร้าน ขากลับเจอทวงหนึ้จากที่พี่ชายไปเชื่อของที่ร้านมาแต่ยังไม่จ่ายอีก แปดพันกว่า
เย็นนั้นมีลุกค้าแค่สามโต๊ะได้เงินมาไม่ถึงพันสอง
(ทอง หยอง มีเท่าไรขายหมดค่ะท่าน เพราะต้องการต่ออายุให้ร้าน)

เช้า หน่อยส่งพี่ชายกลับบ้านพร้อมกับเงินสองพันบาท (ตอนนั้นที่บ้านมาค้าขายอยู่อยุทธยากันแล้วหลายปีค่ะ) หลังหลังประมาณสามชั่วโมง ที่บ้านโทรมาหาค่ะ
ดีใจอย่างบอกไม่ถูก (อย่างน้อยขอให้ได้คุยบ้างก็ยังดี เพราะ หน่อยอยากได้กำลังใจหลังจากเหนื่อยมานาน หลังจากที่ทำตัวเก่งมานาน)
แต่....
"ร้านเป็นไงอ่ะคนน้อย" พ่อถาม
"แย่อ่ะพ่อ" หน่อยตอบ
"ทำไมไม่ให้พี่อยู่ช่วยต่อหละ"
ลูกค้าไม่ค่อยมี ทำคนเดียวคงใหวหละ ฉันว่านะพ่อ" หน่อยตอบ
"ใช่หรอ ไม่ใช่ พี่เขากลับเพราะเราไม่ให้ตังเขาใช้ละไม่ว่า" พ่อว่า
น่านนนนนน
แจ็คพ๊อต
"กลับไปถามมันว่าหน่อยตังวันละเท่าไร พ่ออย่ามากล่าวหาส่งเดช เพราะมันไม่จริง ว่าฉันไม่ให้ตังส์พี่ใช้" หน่อยว่าทันที
"ถ้า ให้เงินเขาใช้ทำไมเขาไม่อยู่ช่วยต่อหละ หรืออาจจะให้เขาไม่พอใช้หละมั้ง" พ่อยังว่าต่อ
"อือ นี่พ่อ พ่อโทรมาเพื่อจะถามแค่นี้ หรือจะว่าว่าฉันไม่ไห้ตังส์พี่ใช้เท่านั้นว่างั้นเถอะ "หน่อยถาม
"ถ้าแค่นี้พ่อไม่ต้องโทรมาน่าจะดีกว่านะ อีกอย่างพ่อกลับไปถามให้ดีๆว่าอะไรเป็นอะไร อย่าเที่ยวแต่ให้หน่อยต้องเป็นคนผิดอยู่ร่ำไปเลย"หน่อยบ่น
ขากลับหน่อยนั่งร้องไห้น้ำตาใหลไม่ยอมหยุด (เอี้ยย แมร่ง เกิดไรขึ้นวะ กรูผิดตรงไหนวะเนี่ย ... อุ๊ย.. คำนี้ถูกเซ็นเซอร์ค่ะ ...ทำดีที่สุดแล้วยังเป็นแบบนี้อีก แสดดด ทำไงวะ)

มารู้ทีหลังว่าพี่ชายเอาเงินให้ผู้หญฺงไป ผู้หญิงมาหลอกว่างั้นบอกจะเอาเงินไปจ่ายเค่าเช่าห้องไม่มีตังส์ แต่ผู้หญฺงเอาตังส์เที่ยวหมด เหล้า ยา ของที่หมดไป เพื่อนๆพี่ชายมาหา กินกันค่ะ (ของฟรี ยิ่งกิน ยิ่งดื่ม ยิ่งสนุก)

พ่อแม่รักลูกทุกคน แต่รักไม่เท่ากัน ห่วงไม่เท่ากัน (อันนี้นานาจิตตังค่ะ ไม่ว่ากันว่าใครคิดเห็นแบบไหน แต่แบบของหน่อยคือแบบนี้ สำผัสมาแบบนี้ กรณีอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับร้านขอขอสงวนไม่เล่าต่อในที่นี้ค่ะ เพราะอย่างไรซะนั่นคือบุพการีของหน่อยเองค่ะ)

ตกเย็นหน่อยโทรหาโน้ตกับปอเรื่องเงิน ไม่มีใครรับสาย

.........อนิจา หมาหัวเน่า................
ภาพประจำตัวสมาชิก
คุณนาย 007
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 30
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 02, 2008 3:05 pm

โพสต์โดย คุณนาย 007 » จันทร์ ก.ค. 28, 2008 5:54 pm

หน่อยพยามโทรอยู่อย่างนั้นจนค่ำ ไม่มีใครมา หน่อยตัดสินใจคุยกาเด็กเสริ์ฟ และนักร้องของหน่อยว่า
“ว่าไม่ต้องมาทำงานที่ร้านแล้ว เพราะพี่ไม่มีเงินจ้าง พี่หมดตัวแล้วพี่จะทำเองคนเดียว” หน่อยว่า
“พี่ให้พวกผมมาทำงานเถอะ พวกผมไม่เอาตังส์ก็ได้ แค่อยากช่วยพี่อ่ะ” เด็กๆในร้านว่า
“อือ ขอบใจ” หน่อยบอก
คืนนั้นทั้งคืน ไม่มีลูค้าสักคน ขณะที่ร้านอื่นๆคนเต็มหมดจนแน่นร้าน จนไม่มีที่จะนั่ง กระนั้นยังไม่มีใครเดินมานั่งร้านหน่อยเลย
“มันเกิดอ่ะไรขึ้นวะ” หน่อยถามตัวเอง

เครื่องดื่มที่มีอยู่น้อยนิด หน่อยเช็คทุกวัน ดูทุกวัน แล้ววันหนึ่งเด็กเสริฟที่ร้านก็พาเพื่อนมานั่งที่ร้านสามคนสี่คน แล้วคนเยอะขึ้นๆ (ทำท่าจะไปได้สวยแล้ว)
แล้วหน่อยก็เจอกับนัท น้องนัทมาหลงชอบหน่อยมาช่วยเหลืองานที่ร้านต่างๆนาๆ (ไม่ใช่เด็กเสริฟที่ร้านนะคะ) หน่อยเองก็คิดว่าน้องนุ่ง ไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น น้องมันก็น่ารักกินเบียร์ไม่เป็นก็อุดสาห์สั่งมาวางวันละสี่ห้าขวดให้เพื่อนๆกิน (โต๊ะ) ตัวก็จ่ายไป จนวันศุกร์มาถึง น้องนัทมากับเพื่อนกลุ่มใหญ่ แล้ววันนั้น หน่อยก็เจอกับหนุ่ม หนุ่มหน้าตาน่ารัก(เหมือนโจนูโว พี่ชายเจ เจตรินน่ะค่ะ)หนุ่มก็มาจีบหน่อยตามประสาค่ะ แต่หน่อยไม่รู้ว่าเค้าจีบแข่งกานัทเท่านั้นเอง ตัวเราไม่ได้ชอบน้องนัทเราเลยไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร

จีบกันอยู่อย่างนั้น แล้วหน่อยก็ตัดสินใจคบกาน้องหนุ่มดู ร้านเรก็พอมีเงินเข้ามาบ้าง (ดีใจจัง) แต่ก็อีกครั้งค่ะ ตีกันในร้าน (จบค่ะ จบแล้วร้านหน่อย หน่อยคิด)

ทำไมตีกัน ใครตีใคร ใครมีเรื่องกะใคร

หนุ่มเป็นลูกท่านหลานเธอนักการเมืองสนามบินน้ำ (ทายซิใครเอ่ย) ค่ะ ร้านหน่อยก็เลยเจอหางเลขไปเรื่อยๆโดยที่ไม่รู้ว่าทำไมหน่อยดวงมันเหมาะกับอันธพาลเหลือเกิน
ร้านหน่อยไม่มีคนเข้าเลยอีกครั้ง เขามาทีไรต้องตีกันทุกทีซิน่า

หลังๆลูกค้าก็ไม่มีเหมือนเดิมค่ะ หน่อยเลยโทรหาขวัญ ว่าถ้าว่างๆก็เข้ามาเล่นที่ร้านหน่อยเพราะจะได้มีเพื่อนคุยกันบ้าง
ขวัญเข้ามาหาที่ร้านเราคุยกันจนประมาณเที่ยงคืนยังไม่มีลูกค้า (หน่อยเริ่มติดเหล้าค่ะตอนนั้น หน่อยกินเบียร์วันละ 6-12 ขวดทุกวันมีลูกค้าหรือไม่มีหน่อยก็กิน เริ่มจากเซ็งกลุ้ม แล้วติดค่ะ)
ขวัญ “ไปนอนบ้านน้ากับขวัญมั้ย ได้ไม้ต้องนอนที่ร้าน”
หน่อย “ดีเหมือนกันจ๊ะ”
แล้วหน่อยก็ไปนอนบ้านน้าขวัญกับขวัญ
หน่อยไปนอนบ้านน้าขวัญเป็นอาทิตย์เลยค่ะ


เด็กๆที่เคยเสริฟ (หลานขวัญ ซึ่งขวัญเองไม่สนิทเท่าไร) ก็เข้าใจยังคงพยามยามหาเพื่อนเข้ามานั่งที่ร้านประจำ และแล้วร้านหน่อยก็มีลูกค้าเด็กๆกลุ่มหนึ่งที่เป็นเพื่อนกับที่ทำงานที่ร้านมาประจำจนได้
แต่ก็นะคะ หน่อยเสริฟ ขาย รับลูกค้าเอง หน่อยดูแลร้านไม่ค่อยทั่วถึง มีคนขโมยกระเป๋าตังส์ หน่อยค่ะท่าน แต่มันเอาไปใบเดียวอีกใบมันเอาไป เพราะเป็นกระเป๋าน่าเกลียดน่าเกลียดแต่ข้างในมีเงิน 1500 บาทอยู่ หน่อยเหืลอเงินติดตัวเท่านั้นจริงๆค่ะ หน่อยบอกตัวเองว่ายังโชคดีอยู่
แล้ววันนั้นหน่อยกลางวัน (วันหยุด ขวัญไม้ต้องไปทำงาน) ก็เซ็งเหลือเกินเลยเข้าไปหาขวัญที่บ้าน คุยกับขวัญเรื่องนี้ว่าเหลือตังส์ แล้วเราทั้งคู่ก็เผลอ หลับไป ช่วงที่เราหลับ หน่อยงัวเงียหลับไม่สนิท แต่ก็ไม่ตื่น หน่อยเห็นน้าขวัญเข้ามาที่บ้านแล้วก็กลับออกไปงานต่อ จนประมาณบ่ายกว่าแก่ๆ หน่อยตื่นแล้วปลุกขวัญ อาบน้ำไปเปิดร้าน แต่ช่วงที่หน่อยพยามปลุกขวัญอยู่นั้นหน่อยก็มองเห็กระเปาตังใบน่าเกลียดม่อยู่ในสภาพที่หน่อยวางมันไว้ หน่อรีบปลุกขวัญ ขวัญตื่น
ขวัญ “หน่อยไปเปิดร้านตอนไหน”
หน่อย “ตอนนี้หละขวัญ แต่ขวัญ ดูกระเป๋าหน่อยสิ”
ขวัญมองหน้า “อย่าบอกนะว่ามันหายอีกอ่ะ”
หน่อย “.......”
ขวัญลองเปิดดูหน่อยได้มั้ย หน่อยไม่อยากเปิดอ่ะ”
และแล้วค่ะ ขวัญว่า “เหลือ 20อ่ะหน่อย”
“...........”หน่อย
อือ ช่างเหอะเย็นนี้คงพอมีลูกค้าหละขวัญ คงพอได้ตังส์หละ
พวกเรารีบอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปเปิดร้าน
จังหวะที่เราสวมร้องเท้ากันอยู่ เพื่อนบ้านของน้าขวัญก็เดินมาหา
“น้องขวัญ น้ายังไม่กลับหรอ” เพื่อนบ้าน
“ยังค่ะป้า ป้ามีไรฝากไว้ก็ได้ค่ะ น้ากลับมาเมื่อไรขวัญบอกให้ ”ขวัญว่า
“เอ้อ เปล่าหรอกพอดีป้ามาเก็บค่าแชร์ แล้วมาเอาตังที่เขายืมค่าหวยอ่ะ ที่เขาให้ไปหนะมันขาดสองร้อย” เพื่อนบ้านบอก
“แล้วขวัญจะบอกให้นะคะ”
(ปล. น้าคนที่เราเอ่ยถึงเป็นน้าเขยของขวัญไม่ใช่น้าแท้ๆค่ะ บ้านหลังนี้เป็นของน้าแท้ๆขวัญ น้าเขยมาอยู่ด้วย)
พอป้าแกกลับ
“ขวัญกลางวันน้าขวัญเขาเข้ามาบ้านหละ ขวัญไม่เห็นหรอ” หน่อยว่า
“ตอนไหนอ่ะ” ขวัญถาม
“ตอนที่เราหลับอยู่นั่นไง หน่อยเห็น แต่หน่อยไม่ได้ทัก คิดว่าเขาเข้ามากินข้าว” หน่อยต่อ
“จริงหรอหน่อย”เพื่อนถาม
“หน่อยช่างเหอะขวัญ เรามาบ้านเขาเอง” หน่อยตอบหมดอาลัยตายอยาก
“ถ้าหน่อยเห็นเขาเข้ามาที่บ้านก็เป็นเขนั่นหละเอา เพราะเมื่อเช้าเขายังขอยืมตังส์น้าพัท แต่น้าพัทไม่มีให้ เค้าเลยออกไปทำงาน น้าพัทเลยเดินมาเล่นและเล่าให้ขวัญฟัง” ขวัญว่า

ปล. น้าพัทสนิทกับขวัญตั้งแต่เรื่องแฟนขวัญ เพราะบ้านอยู่ติดกัน ละน้าพัทเป็นคนคุยสนุกสนาน และใจดีพวกเราเลยสนิทกับแกเร็ว
หน่อยออกจากบ้านน้าขวัญพร้อมกับขวัญ
ตังส์มี 20บาท ทำไงหละ
ทั้งคืนไม่มีคนเข้าร้าน
บางวันคนเข้ามานั่งสั่งเบียร์ขวด สองขวด หน่อยก็เอาเบียร์ที่ติดในร้านขายไป พยามอดเหล้า อดเบียร์ เพราะถ้าไม่หยุดหน่อยต้องอดตายแน่ๆ หน่อยมือสั่น ใจสั่น อยากดื่มเบียร์ บางวัน พี่ข้างๆร้านก็เอาให้กินแก้วสองแก้วพออยู่ได้ไปวันๆ (พี่เขาไม่รู้ว่าติดเบียร์ แต่เขาชวนกินเพราะมารยาท ส่วนหน่อย หน่อยกิน เพราะใกล้ตาย) เงินที่เขามาซื้อเบียร์หน่อยก็ต้องเก็บไว้กินข้าว (200-300บาท) จนสุดท้ายไม่ไหวแล้ว เงินไม่มี จ่ายค่าเช่า ข้าวไม่มีกิน หน่อยนั่งมองไปรอบๆร้าน นี่หน่อยทำอะไรลงไป เอาวะ ประสบการณ์ชีวิตแสนแพง คนโง่ย่อมตกเป็นเหยื่อคนฉลาด ฉันใดก็ฉันนั้น หน่อยบอกตัวเอง

หน่อยไม่มีตังส์ซื้อของเข้าร้านสักแดงเดียว พี่เขาไม่ให้เชื่อของที่ร้านแล้ว ก็มีพี่ที่ร้านข้างๆกัน คอยให้ยืมเหล้าเบียร์เวลามีลูกค้ามานั่ง แล้วก็จ่ายทุนแกคืนไปกำไรเก็บไว้กินข้าว แต่ไม่มีลูกค้ามา3-4วันลแล้วตังไม่มี หิวข้าว หน่อยต้องกินน้ำประปา แทนกันตาย
เงินยี่สิบบาทสุดท้าย หน่อยแลกเหรียญ ค่ะ โทรหาพ่อดีกว่า ยังไงซะ ก็ไม่มีใครช่วยเราหรืออยู่กับเราเหมือนครอบครัวเราหรอก
“หวัดดีพ่อ” หน่อยกล่าว
“อือหวัดดี เป็นไงมั่งลูก” พ่อถาม
น้ำตาหน่อยใหลด้วยความปลื้มปิติ
“ พ่อ หน่อยหมดตัวแล้วน่ะค่ะ (ฮือ ฮือ) หน่อยอยากกลับบ้าน พ่อช่วยมารับได้มั้ย อยากกลับบ้านอ่ะพ่อ”
“กลับบ้านหรอลูก จะกลับมาทำไม ตังหมดแล้วค่อยกลับ ตอนมีทำไมไม่อยากกลับ พอไม่มีที่ไปแล้วจะกลับ ไม่ต้องกลับมาหรอกลูก อีกอย่าง ไม่มีใครว่างไปรับหรอกมันไกล” พ่อว่า
“...อือ งั้นไม่เป็นไรจ๊ะพ่อ...”
.........................บ้านเราแสนสุขใจ...............

ร้านปิด บอกเลิกสัญญาเช่าร้าน นั่งร้องให้ตัวสั่น (ไม่รู้เพราะกลัวหรืออะไรไม่ทราบแต่หน่อยตัวสั่นไปทั้งตัว)
นั่งร้องในใจก็คิดไป
“ถ้าฝันอยู่ฝันคงม่ปล่อยหน่อยให้เป็นแบบนี้แน่ๆ ฝันไปไหน ทำไมฝันไม่อยู่ตรงนี้ ฝัน เมื่อไรจะกลับมา เมื่อไรจะมาซะที หน่อยทั้งหน่อยทั้งกลัว” หน่อยพร่ำเพ้อคนเดียว

“หน่อยๆ ๆ” เสียงคุ้นๆหวะ แต่จำไม่ได้ใครวะ
“หน่อย อยู่มั้ย” เสียงยังเรียกอยู่
“อยู่ค่ะ แป็บนะคะ” หน่อยเดินไปล้างหน้า
แอ๊ดดดดดด เสียงเปิดประตู
“อ้าวพี่สวัสดีค่ะ มาทำไรอ่ะพี่” หน่อยถาม หัวหน้าเก่าหน่อยเอง
“พอดีผ่านมาแถวนี้เลยแวะเห็นร้านปิดเลยไปถามคนข้างๆ เขาบอกหน่อยอยู่ที่นี่หละ เลยใลองเรียกดู
แล้วเป็นไงมั่ง บ้านช่องไม่กลับเลยหรอนี่” พี่เค้าถาม
“ยังเลยพี่....”เสียงอ่อยๆตอบพี่เขาไป จะกลับยังไงหละ ตังไม่มีสักสลึง ถึงกลับไปจะเอาที่ไหนจ่ายค่าเช่าห้อง จะเอาไหนกินหละ
“มึงมีไรก็คุยกะกูได้นะ” หัวหน้าว่า
“เปล่าค่ะพี่” น้ำตาเริ่มเอ่อ เวลาเศร้าแล้วคนมาห่วงใยถาม เฮ้ออออมันช่างนะ
“มึงเป็นไรวะหน่อย เออ ไงก็ค่อยคุยหวะ ไปกินข้าวเป็นเพื่อนกูหน่อยได้มั้ยวะ หรือร้ามึงขายไรมั่งอ่ะ”
“ร้านหน่อยไม่มีไรเหลือแล้วพี่” หน่อยตอบคำถามคำเดียวแต่ครอบคลุมทุกคำตอบที่พี่เค้าถามหน่อยมา
“ไปกินกะกูงั้น”
แล้วเราก็ออกไปกินข้าวข้างนอกกัน กินเสร็จ กลับมา (โดยไม่ลืมแวะซื้อเบียร์ที่ เซเว่นมา 12 ขวด พี่แกจ่ายให้ หน่อยจะเอาปัญญาไหนมาจ่ายหละไม่ได้รับประทานอะไรมาสองวันแล้ว) ก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นใหห้พี่เขาฟังว่าเป็นไงมาไงน้ำตาใหล ท้อ
“เดี๋ยวมึงเก็บตังนี้ไว้กินข้าวนะหน่อย มึงก็ไม่บอกกูแต่แรกว่ายังไงรู้งี้กูไม่ต้องออกไปแดรกข้าวข้างนอกให้มันหมดหลายพันหรอกหวะ แล้วเบียร์นี่วันหลังค่อยแดรกยังได้” พี่ยื่นให้หน่อยมาสองร้อย
หน่อยก้มกราบแก
“หน่อยขอบคุณพี่มากเลยค่ะ ที่ให้หน่อยยืม หน่อยมีเมื่อไรหน่อยจะรีบคืนทันทีค่ะ”
“ไม่ต้องมาปากดี เก้บไว้ พรุ่งนี้มึงเก็บของให้เรีบยร้อยนะ กูเอารถที่บริษัทมาขนของมึงกลับเอง” แกบอก
“ส่วนเรื่องเงินกูจะพยามช่วย นี่กูก็ไม่ค่อยมีหวะ (เมียแกยึดหมดค่ะ) ยังไงซะกูจะดูเรื่องงานให้นะW
แล้วหน่อยก็หนีออกมาจากบาร์อันแสนรันทด กับประสบการณ์แสนแพงได้ด้วยความช่วยเหลือของคนอื่น (อดีตเจ้านาย)

แต่เรื่องยังไม่จบง่ายๆหรอกค่ะ เพราะหัวหน้าส่งหน่อยกลับมาห้องเช่าที่ยังไม่ได้จ่ายค่าเช่าเลยสักแดงเดียว
ภาพประจำตัวสมาชิก
คุณนาย 007
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 30
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 02, 2008 3:05 pm

โพสต์โดย pensij » อังคาร ก.ค. 29, 2008 1:10 am

เหอ เหอ อ่านไปก็เศร้าไป ทรมานใจจังเลยค่ะ แต่ก็อยากรับรู้เรื่องราวต่อน่ะค่ะ (แอบหวังไว้ว่าเป็นเรื่องแต่งขึ้น มิใช่ชีวิตจริง แต่ก็คงแค่หวังใช่เปล่าค่ะ เรื่องจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ เหอ เหอ เหอ)
ภาพประจำตัวสมาชิก
pensij
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 546
ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ พ.ค. 19, 2008 10:11 pm

โพสต์โดย คุณนาย 007 » อังคาร ก.ค. 29, 2008 9:58 am

บางทีหน่อยก็เศร้าใจเรื่องที่เกิดเหมือนกันค่ะ แต่หลายอย่างสำหรับหน่อยมันคือบทเรียนราคาแพง บางอย่างบางแง่บางมุมไม่น่ารื่นรมณ์ แต่บางอย่าง หน่อยต้องขอพูดเลยค่ะว่าขอบคุณนะที่ให้มันเกิดขึ้นแพราะไม่งั้นหน่อยคงไม่มีวันนี้ได้ค่ะ (ครอบครัวหน่อย หน่อยยังคงรักเขาทุกคน แม้ว่าทุกคนจะไม่ค่อยรักหน่อยเท่าไรก็ตามแต่ ยังไงซะหน่อยยังเชื่อว่าเขาทุกคนรักหน่อยค่ะ)
ภาพประจำตัวสมาชิก
คุณนาย 007
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 30
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 02, 2008 3:05 pm

โพสต์โดย คุณนาย 007 » อังคาร ก.ค. 29, 2008 11:14 am

หลังได้กลับบ้าน(ของหน่อย) ที่ยังไม่ได้จ่ายค่าเช่า หน่อยก็เริ่มใหม่ค่ะ
“ทำไงดีวะ เงินก็ไม่มี มีติดตัวสองร้อย แล้วนี่กรุงเทพ เมืองศรีวิลัย ทำไงดี ....” หน่อยถามตัวเอง แล้วนั่งจดรายการที่ต้องทำ ลำดับความสำคัญว่าต้องทำไรก่อนหลังดี แต่นะคะ อะไรๆก็ต้องทำด่วนเลยตอนนั้น เพราะหน่อยรอไม่ได้แล้ว ทองที่ฝันทิ้งไว้ให้ก็หมด ไม่มีอะไรเหลือแล้ว

1. ต้องหาตังส์ค่าเช่าห้อง ก่อนถึงวันที่ห้า (วันนั้นล่วงเข้าวันที่สามแล้วค่ะ) มีเวลาอีกสองวัน ก่อนจะโดนตัดน้ำ (วันที่สิบห้าถ้ายังไม่จ่าย ห้องโดนล็อก)
2. หาตังส์ค่าไฟ ก่อนโดนตัดไฟในวันที่เจ็ด
3. ต้องเริ่มหางาน ให้ได้ก่อนวันที่ สิบห้าของเดือนนั้น หรือเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ที่สำคัญที่สุด ต้องเข้มแข็งอย่าร้องไห้ให้ใครเห็น อย่าอ่อนแอ ต้องเดินต่อ เรายังไม่ตายนี่
“ทำไม ตอนนี้ฝันไม่ติดต่อมาบ้างนะ หน่อยอยากได้ความช่วยเหลือเหลือเกิน ครอบครัวหรอ (น้ำตาใหลไอ้ตอนนึกถึงครอบครัวนี่หละ) ทำไมมันไม่เหมือนคนอื่นเค้านะ หน่อยทำผิดตรงไหนนี่

(คนในครอบครัวหน่อยคิดเสมอว่าหน่อย หยิ่ง และทนงในตัวเอง ศักดิ์ศรีมีมากกว่าทุกอย่าง หน่อยยอมตายมากกว่าขายศักดิ์ศรี ข้อนี้ทุกคนไม่ชอบ แต่หน่อยเองกลับคิดตรงกันข้าม หน่อยไม่ใช่ หน่อยทำทุกอย่างให้หน่อยมีชีวิตรอดและหน่อยอยากให้ครอบครัวหน่อยมีความสุขต่างหาก หน่อยจะทำทุกอย่างเพื่อพวกเขา นั่นต่างหากที่หน่อยเป็น หน่อยเข้มแข็งมาตลอดเพราะหน่อยจะไม่ยอมให้ใครในครอบครัวหน่อยลำบากนั่นต่างหากหละ หน่อยคิดเสมอว่าพ่อกับแม่ให้อิสระในการใช้ชีวิต และตัดสินใจทุกอย่างตามแต่พวกเราต้องการ ใครอยากทำอะไรก็ทำถ้าไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น แต่มันอาจเป็นแค่สิ่งที่หน่อยคิดคนเดียว.....เรามองต่างมุม...)
“ทำไงให้ได้เงินเร็วที่สุด...
ขายของที่มี
มีอะไรบ้างที่ขายได้
ขายได้ราคาเท่าไร
1. โทรทัศน์ (ของฝัน) 21นิ้ว2500
2. ตู้เย็น 3500
3. ชั้นวางรองเท้า 500
4. ชั้นวางหนังสือ700
5. เครื่องซักผ้า (ไม่ดีกว่าเก็บไว้ เพราะไม่งั้นต้องจ่ายค่าเครื่องหยอดเหรียญ ซักมือก็ไม่เป็น เคยซักถุงเท้าเองมือพอง แสบ เดี๋ยวถ้าได้งานเดี๋ยวทำงานไม่ได้อีก (งานของหน่อยต้องใช้มือวาดรูป จับปากกา)
6. ขายโต๊ะเขียนแบบ (ใครจะซื้อ) 4500
7. คอมพิวเตอร์ (มีค่อยเงินค่อยซื้อใหม่)10000
8. ที่นอน3500
9. ตู้เสือ้ผ้า2500
10. โทรศัทพ์มือถือ (ถ้าต้องติดต่องานจะทำไง แต่ขายเหอะ ไปซื้อมือสองราคาสักห้าหกร้อยดีกว่า)
เออมีเท่านี้หรอวะของในบ้านนี่ เฮ้อออ ยังดีที่มีให้ขาย (หน่อยคิด)

ว่าแล้วก็เขียนใบประกาศขายไปติดที่บอร์ดใต้ตึก
และก็หวังเหลือเกินค่ะว่าจะมีคนมาซื้อเร็ววัน
“น้องหน่อยทำอะไรอ่ะ ทำไมขายของเยอะแยะไปหมด” พี่ร้านค้าที่ตึกถาม
“เปล่าค่ะพี่” หน่อยตอบ
“จะย้ายหรอ”พี่แกถามต่อ
“ก็อาจจะค่ะ”
“อือ เดี๋ยวพี่ช่วยบอกต่อนะ”
“ขอบคุณค่ะพี่” หน่อตอบรับด้วยความยินดี

ผ่านไปสองวัน ไม่มีใครติดต่อมาเลย หน่อยเริ่มนั่งไม่ติด เงินที่มีเหลือ 150บาท “ตายแน่” หน่อยคิด
วันที่สี่ หน่อยซักผ้าทั้งหมดที่ยังไม่ได้ซัก ตกเย็นรีดผ้าทั้งหมดที่มี
วันที่ห้า เช้าตรู่หน่อยเปิดน้ำใส่อ่างอาบน้ำ ถังที่หน่อยมีทุกขนาดทุกไซด์ เครื่องซักผ้า (แบบสองถัง) น้ำเต็มทั้งหมด
สายๆประมาณสิบโมงของวันที่ห้านั้น น้ำโดนตัดค่ะ แต่ไม่เป็นไร หน่อยมีน้ำสำรองไว้ ใช้แบบประหยัดคงได้หลายวันอยู่
“เงินเหลือเท่าไรวะนี่ ....(เดินไปหยิบกระเป๋าตังออกมานับ 90บาท) ทำไงวะ”

“งั้นลดราคาของลงมาดีกว่า”
1. โทรทัศน์ (ของฝันซื้อไว้) 21นิ้ว2000
2. ตู้เย็น 3500 (จากที่ร้าน)
3. ชั้นวางรองเท้า 500 (ของฝันซื้อไว้)
4. ชั้นวางหนังสือ500(ของฝันซื้อไว้)
5. ที่นอน2500(ของฝันซื้อไว้)
6. ตู้เสือ้ผ้า1700(ของฝันซื้อไว้)
“ส่วน คอมพิวเตอร์ กับ โทรศัทพ์มือถือ เอาเอาไว้ได้เงินจากขายของเป็นค่าแทกซี่ไปแล้วค่อยไปขายพันทิพย์ดีกว่างั้น” แล้วหน่อยก็เขียนประกาศใหม่ติดบอร์ดใต้ตึก

ระหว่างนั้นเงินที่มีก็หมดอย่างรวดเร็วเพราะหน่อยก็เดินเข้าออกร้านอิเตอร์เน็ตเพื่อหางานทำในราคาชั่งโมงละ 20บาท (ออกไปสมัคร หรือออกไปหาโดยตรงไม่ได้เพราะเดี๋ยวตังส์หมด)
หน่อยกินมาม่าวันละซอง (5บาท) ต้องกินให้ครบสามมื้อ กินนิดหน่อย แล้วกินน้ำเยอะๆ น้ำที่รองไว้นั่นหละ หน่อยเก็บไว้กินสองถัง อาบน้ำ แปรงฟัน และอื่นๆวันละไม่เกิน ห้าขัน ไม่งั้นเดี๋ยวหมดเร็ว สบู่ใช้แค่ที่บริเวณที่จำเป็น ไม่ได้ฟอกทั้งตัว เวลาปวดท้องเข้าห้องน้ำ เดินไปใช้ห้องน้ำยามข้างล่าง (ถึงจะสกปรกแต่ยังได้ใช้ บางทีแอบกรอกน้ำใส่ขวดเป็บซี่กลับมาไว้กินด้วย เป็นไงหละ)

ล่วงเข้าวันที่สิบสามไม่รู้ว่าชะตาหรือไงไม่ทราบทำให้หน่อยได้ราคาสินค้าไม่ดีนัก เพราะคนเช่าห้องที่เพิ่งย้ายเข้ามากำลังจะเข้าไปถามซื้อของจากราคาเดิม แต่หน่อย ดันมาเปลี่ยนราคาให้ถูกลง เพราะกลัวขายไม่ได้
“น้องๆ พี่อยากดูของหน่อยได้มั้ยว่าเป็นแบบไหนอ่ะ อยากเห็นสภาพของ” พี่แกว่า
แล้วหน่อยก็ขายของได้ (แต่ไม่ทั้งหมด)
ที่นอน ไม่เอา
ตุ้เสือ้ผ้าไม่เอา

หน่อยจ่ายค่าห้องไป 2500 ค่าน้ำไฟ 450
ค่ารถ ค่านั่น ค่านี่ หน่อยเหลือตังส์เหลือเงินอีกประมาณ3500บาท
(ค่อยยังชั่วหน่อยหายใจได้อีกเฮือก)

น่าแปลกที่ตอนนั้น หน่อยเข้มแข็งอย่างเหลือเชื่อ หน่อยไม่ร้องให้ ไม่ท้อ หน่อยบอกตัวเองเสมอ
“หมาจนตรอกมันยังสู้ หน่อยเป็นคน ไม่ได้เป็นหมาหน่อยต้องสู้เหมือนกัน วันหนึ่งหน่อยจะผงาดฟ้าอีกครั้ง” นั่นคือสิ่งที่หน่อยบอกตัวเองมาตลอด

กริ้งงงงงงงง
“คุณหน่อยนะคะ” เสียงตามสาน
“ค่ะ หน่อยพูดสาย” หน่อยตอบ
“คุณหน่อยไม่ทราบว่า ได้งานทำ หรือยังทำงานที่ไหนอยู่มั้ยคะ สนใจเริ่มงานกับบริษัทเรามั้ย” เสียงตามสาย
หน่อยสอบถามรายละเอียดงานต่างๆ
“ค่ะ หน่อยสนอย่างมาก พรุ่งนี้หน่อยเข้าไปแนะนำตัวพร้อมกรอกใบสมัครนะคะ”

...........................ฟ้าหลังฝน สดใส ถึงแม้ยังมีเมฆอยู่ ประปราย........................

ลาน้อยกินหญ้าอ่อนเขียวขจีมองดูท้องฟ้าอันสดใส ยิ้มพำลองใจกับตัวเอง โดยไม่รู้นั่นมันกำลังก่อตัวเป็นพายุ เจ้าลาโง่ !!
ภาพประจำตัวสมาชิก
คุณนาย 007
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 30
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 02, 2008 3:05 pm

โพสต์โดย คุณนาย 007 » อังคาร ก.ค. 29, 2008 1:03 pm

หลังจากกรอกใบสมัครงานกับบริษัท GA (นามสมมุติ)ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่พอดู รับเหมางานในราคา ห้าแสนอัพเท่านั้น (500,000 นี่ส่วนน้อยน่ะค่ะส่วนมาก 1,000,000ขึ้นทั้งนั้น) และเริ่มทำงาน หน่อยก็กิยอยู่อย่างประหยัด นั่งรถเลล์ไปทำงาน สองต่อ และมอไซด์อีกหนึ่งต่อ สองวันแรก เดินเข้าซอย ไม่อยากนั่งมอไซด์กะประหยัด แต่เท้าพองทั้งเท้า เดินแทบไม่ได้ กลับบ้านนั่งร้องไห้โกรธตัวเอง ทำไมร่างกายมันสำออยแบบนี้นะ (หน่อยถามตัวเอง)

วันหนึ่งก็ใช้จ่าย 20บาทค่ารถ 20บาท ค่าข้าวเที่ยง บางวันหัวหน้างานเลี้ยง บางวันเจ้านายเลี้ยง
หน่อยกตกลงเงินเดือนที่ 15000บาทต่อเดือน ทำงานไปได้ห้าวัน เจ้าของบริษัท (ดูแลเรื่องการเงิน) เรียกพบ ขอต่อรองเงินเดือนหน่อย เหลือ 12000บาท (ก็ต้องเอา เพราะเราไม่มีทางเลือก มีงานทำ ดีกว่าไม่มีงานทำ อีกอย่างเราแค่วุฒปวส.คิดอะไรมาก (วะ)
ด้วยความอยากให้เจ้าบริษัทเมตตา หน่อยตั้งใจทำงานมาก มาไม่สาย กลับเย็น เสาร์อาทิตย์คุมงานโดยไม่มีค่าตอบแทนใดๆ หอบเอาแบบมาคิดราคาต่อที่บ้าน หน่อยเป็นเจ้าหน้าที่ประมาณราคางานตกแต่งภายในค่ะ แต่หน้าที่หน่อยต้องทำทั้งหมดคือ
1. ดูแล ขั้นตอนการผลิตนิดหน่อยเพื่อควบคุมวัสดุที่ใช้ ไม่ให้โอเวอร์คอส ง่ายๆคือให้ถูกที่สุดเท่าที่จะทำได้น่ะค่ะ
2. เขียนแบบ ขยายในบางส่วนที่ดีไซเนอร์ ไม่ได้ให้รายละเอียดมา ซึ่งหมายถึงหน่อยต้องทำแบบเสนอดีไซเนอร์ และเจ้าของบริษัทรับเหมา เพราะทั้งต้องดูดี ไม่ขัดกับดีไซด์ของเจ้าของแบบ และต้องราคาถูกแบบที่ผู้รับเหมาต้องการ

ผ่านไปสิบห้าวัน หน่อยเริ่มคิด “เอถ้าเราย้ายมาอยู่ใกล้ที่นี่แล้วไม่ต้องนั่งรถมาทำงานคงประหยัดได้หลายตังนะ” ว่าแล้วหน่อยก็ไปบอกเลิกเช่าห้องที่เช่าอยู่ แต่เงินประกันแปดพันไม่ได้คืนสับาทนะคะ เพราะสัญญาเช่ามันชื่อของฝัน หน่อยทำไรไม่ได้ ติดต่อฝันก็ไม่ได้ หน่อยต้องยอมทิ้งเงินก้อนนั้น หน่อย แล้วหน่อยก็หาที่อยู่ใหม่ให้ถูกกว่าเดิมค่ะ หน่อยหาห้องเช่าได้ในราคาพันห้าร้อยบาท จ่ายล่วงหน้าหนึ่งเดือน รวมเป็นสามพันบาท

หน่อยจ่ายเงินจองห้องไว้ ห้าร้อยบาท หน่อยกะว่าสิ้นเดือนหน่อยถึงจะย้ายเข้ามาอยู่ เราตกลงกันตามนั้น
วันที่ยี่สิบของวันทำงาน การเงินเรียกพบอีกครังหนึ่ง
“หน่อยเจ้านายเรียกพบ” บุคคลบอกหน่อย
“ค่ะ”
หน่อยวางปากกาแล้วเดินเข้าห้องทำงานเจ้านาย
“หน่อยคือเจ๊มีเรื่องคุยด้วยอ่ะนะ คือเจ๊พิจารณาดูแล้วเงินเดือนหน่อ ยนี่สูงเกินไปเจ๊ขอเป็นเจ๊ให้หน่อย สัก 8,500แล้วกันนะ” แกพูดได้หน้าตาเฉยมา
“อะไรกันค่ะ เจ๊ ทำไมเจ๊ต่อมาซะอย่างงั้นหละ” หน่อยถาม
“เอาน่า พอผ่านโปรแล้วค่อยว่ากันตกมาเงินเดือนที่เคยคุยกันไว้ก็ได้นี่นา” แกตอบ แล้วแกก็ตัดบท
“เท่านี้หละ ไปทำงานได้แล้ว เจ๊ขอทำงานต่อ” ดูเขาพูดสิท่าน ทำได้เนอะ
“..........”หน่อย
แล้วหน่อยก็เดินออกมาทำงานต่อ ทำไงได้หละวันนี้วันที่ยี่สิบแล้ว “ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็เหลือเงินจากเงินเดือนอีกตั้ง 5000บาท แล้วค่อยหางานใหม่ตอนทุกอย่างอยู่ตัวแล้ว” หน่อยคิดในใจ

วันที่ยี่สิบห้า
“หน่อยเจ้านายเรียกพบ” บุคคลบอกหน่อย
“ค่ะ”
หน่อยวางปากกาแล้วเดินเข้าห้องทำงานเจ้านาย อีกครั้งหนึ่ง
“หน่อยคือเจ๊มีเรื่องคุยด้วยอ่ะนะ คือเจ๊พิจารณาดูแล้วเงินเดือนหน่อ ยนี่สูงเกินไปเจ๊ขอเป็นเจ๊ให้หน่อย สัก 6,500แล้วกันนะ เพราะหน่อยวุฒิแค่ ปวส . เอง วุฒิแค่นี้ทำงานได้6,500 ก็ถือว่าโชคีดมากแล้วนะเจ๊ว่า” เค้าพูด
แสดดดดดดดดดด มันคิดได้ไง
“นี่เจ๊ มันจะเกินไปหรือเปล่า เราตกลง เงินเดือนกันที่ 15,000 เจ๊ต่อเหลือ12,000 แล้ว8,500หน่อยก็ไม่ว่า แล้วนี่มันจะเห็นแก่ตัวเกินไปมั้ยเจ๊ ไม่ใช่ว่าหน่อยไม่มาทำงาน หรือทำงานสาย งานส่งตามกำหนดตลอด เสาร์อาทิตย์ หน่อยมาทำงานให้ ไม่ได้คิดโอเวอร์ไทม์ ทำไมเจ๊ไม่มองตรงนี้บ้างหละ เออ อีกอย่างถ้าอยากได้คนที่ค่าแรงถูกๆทำไมไม่จ้างคนอื่นหละ หน่อยมั่นใจในงานหน่อยพอนะที่จะเรียกค่าจ้างตามนั้น เจ๊อย่าทำเหมือนซื้อผักซื้อปลาข้างถนนสิ อยากต่อเท่าไรก็ต่อ เอาเป็นว่าหน่อยรับไม่ได้ค่ะ หน่อยขอรับเงินเดือนที 8500บาท นั่นหละต่ำสุดแล้วที่หน่อยจะรับ”
หน่อยเลือดขึ้นหน้า สวนกลับแบบไม่ยั้ง
เจ๊แกหน้าเหลือสองนิ้ว แบบพูดต่อไม่ออก เพราะไม่มีใครเคยด่าแกมาก่อน
หน่อยฉุนขาด ไม่ด่าก็ไม่ไหว

วันที่สามสิบเอ็ดหน่อยแพคของทุกอย่างเรียบร้อยเตรียมย้ายห้อง เช่ารถราคา 700บาทสำหรับย้ายของ(ที่เหลืออยู่)
คอมยังอยู่ยังไม่ได้ขาย
โทรศัพท์ยังอยู่
โต๊ะเขียนแบบ ยังอยู่

ที่นอนด้วย อิ อิ เดชะบุญ (เคยลองนอนกับพื้นโดยไม่มีที่นอน พื้นมันแข็ง ไม่สบายไปสามวัน เพื่อนขำแทบตาย)
ระหว่างทำงานอยู่นั้น หน่อยก็รู้จักกับต้น ต้นขี้เหร่ไม่ได้หล่อ เหมือนคน แต่ต้นรู้จักหน่อยดี เพราะต้นเคยเห็นหน่อยตอนที่หน่อยเปิดร้านอยู่ บ้านต้นอยู่แถวนั้น (แต่หน่อยไม่รู้จักเขามาก่อน) ต้นเข้ามาจีบ รับส่ง ประจำ เย็นก็โทรหากันคุยกันประจำ หน่อยเองก็คิด อือ คงจะดีหากคบกัยคนไม่หล่อ ไม่ต้องให้ใครมาแย่ง อีกอย่างต้นก็เอาใจใส่หน่อยดี
วันย้ายบ้าน
หน่อยเดินไปกดเงิน ที่ตู้ เอทีอ็มหน้าตึก

กรี๊ดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!
4500 บาท
เงินเดือนทั้งเดือนสี่พันห้าร้อยบาท

วันจันทร์ หน่อยเดินเข้าคุยกับการเงินชนิดเสียงลั่นออ๊ฟฟิส
“คุณทำได้ยังไง คุณจ่ายเงินเดือนหน่อยมา 4500บาท” หน่อยว่า
“หน่อย นั่นมันเงินเดือนมาตรฐานวุฒิ ปวส.หนะ 6500บาท แล้วหน่อยไม่มาทำงานวันเสาร์กับอาทิตย์ด้วย หน่อยจะให้เจ๊จ่ายหน่อยเท่าไรหละ” เค้าตอบ
“จิดใจคุณ เลวพอๆกับหน้าตาคุณนั่นหละ หน่อยแปลกใจว่าทำไมบริษัทคุณถึงยังมีคนจ้างงาน งานแย่ใช้ของถูกแล้วยังไม่มีคุณภาพอีก หน่อยลาออก” หน่อยว่า แล้วหน่อยก็เดินปัดตูดออกจากห้องทำงานโดยไม่สนใจอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม
“เธอต้องเคลียร์งานให้จบก่อนนะถึงจะไปได้อ่ะ” ร้องร้องตามหลัง
ใครสนหละ จะล่มจมวินาทีนี้ก็ช่างสิ หน่อยไม่สนใจหรอก
แล้วหน่อยก็เก็บของ เครื่องมือทำงานของหน่อยจังหวะจะกลับบ้าน เจ้าของบริษัทอีกคน (เค้าเป็นหุ้นส่วนกัน มีกันสองคน) ก็เข้ามาพอดีแล้วเค้าคงคุยกัน(ตอนไหนหน่อยไม่รู้เหมือนกัน)
“หน่อยๆ อย่างเพิ่งไป เจ๊ เจ(นามสมมุติ) เรียกพบอ่ะ” บุคคลบอกหน่อย
“หรอ เรียกทำไม อยากคุยก็เดินมาหาหน่อยสิ ทำไมต้องให้เดินไปหา” หน่อยตอบแบบอารมณ์ค้างและไม่สนเทวดาหน้าไหน
“หน่อยก็เดินไปหาแกหน่อย หน่อยจะให้พี่ไปบอกแก แบบนี้พี่ไม่เอาด้วยหรอก” พี่บุคคลว่า
“นี่พี่ หน่อยไม่ได้ว่าพี่หรือใช้พี หรืออะไรทั้งนั้นนะ หน่อยไม่เดินไปหาใคร แล้วหน่อยก็ใม่สนใจใครด้วย อีกอย่างหน่อยไม่ได้ใช้ให้พี่ต้องทำให้หน่อยด้วย” หน่อยตอบแกไป
แกโกรธหน้าดำหน้าแดง สบถเบาๆในคำหยาบๆ(แบบที่หน่อยทำประจำ
“เอี้ย อะไรกันนักหนาวะ”
“พี่ว่าอะไร” หน่อยถามแบบเอาเรื่องไม่ยอมลดละ (อารมณ์ไม่ดีอยู่)
“เปล่า” แกกระแทกเสียงใส่
หน่อยเดินออกจาห้องทำงาน พอดีเจ๊ เจ เดินมาถึง
“เออนี่หน่อยทำงานต่อเถอะ อย่าไปสนใจเรื่องเล็กน้อยๆเลย ถือว่เจ๊ขอแล้วกัน แล้วนี่เงินเงินเดือนส่วนต่างที่หน่อยต้องได้รับ เจ๊คืนให้ เจ๊ก็ใจถึงพอจะเอาเงินส่วนคืนให้เหมือนกัน เจ๊เข้าใจทำงานก็อยากได้เงิน” แกว่า
พูดดูดีเนอะ
แต่วางเงินบนโต๊ะให้หน่อย2000 พระเจ้า จ้อดดดดดดด
หน่อยแสยะยิ้ม พลางพูดว่า
“เก็บเงินนั้นไปซื้อน้ำยาบ้วนปากดีกว่า อย่าพ่นลมให้มากนัก”หน่อยไม่สนใจ
“หน่อยเจ๊ขอแล้วกันนะ เพราะถ้าหน่อยไม่ต่องานให้เจ๊เจ๊ก็ไม่รู้จะทำไง ไม่งั้นก็ต้องเป็นต้นนะที่ต้องทำงานนี้คนเดียวอ่ะ” เอาต้นมาขู่ (หน่อยทำงานที่เดียวกับต้น) ขู่ทำไม ขู่ให้ได้อะไร หน่อยไม่สนใจอยู่แล้วอ่ะ
“เอ๋อ จะบอกว่าถ้าหน่อยไม่ทำงาน ต้นต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นงั้นซิ คุณก็เพิ่มเงินเดือนให้เขาสิ อาเอาเปรียบคนอื่นให้มากนักเลย อีกอย่างต้นเค้าจะทำงานหนักยังไงหน่อยก็ไม่สนหรอกนะ เพราะไม่ใช่เรื่องของหน่อยเลย ถ้าเค้าไม่ทำงานอดตายมันก็เรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกัย หน่อยไม่เข้าใจคุณเอาเรื่องนี้มาโยงกันได้ยังไง ปัญญาอ่อนหวะ” หน่อยใส่แบบไม่เกรงใจ
แล้วหน่อยก็เดินออกจากห้องแบบไม่แตะเงินสองพันนั่น
หลังจากหน่อยมาถึงห้องนั่งดูเงินทั้งหมดที่มี แปดร้อยกว่าที่เหลือ
“เอาวะหน่อย วันพระไม่ได้มีหนเดียวหรอก ทำดีต้องมีสักครั้งที่ต้องได้ดีหละวะ” หน่อยบอกตัวเอง
หน่อยทั้งเหนื่อยทั้งท้อ อยากกลับบ้าน อยากไปหาแม่ อยากกอดแม่ อยากบอกแม่ว่าหน่อยเหนื่อยเหลือเกิน
หน่อยนั่งน้ำตาใหลแบบไม่รู้ตัว ไม่รู้นานเท่าไร

หน่อยกับต้นไม่ได้คบกัน เพราะวันแม่ต้นเสียต้นมารับหน่อยไปงานศพแม่ ที่วัดประชารังสรรค์ หน่อยก็ไป (ตอนนั้นหน่อยเองก็ชอบๆต้นอยู่เหมือนกัน) หน่อยช่วยงานจนเสร็จ แต่สิ่งหนึ่งที่หน่อยเห็นเด็กชายตัวน้อยวิ่งเกาะแข้งเกาะขาต้นอยู่ไม่ห่างเ หน่อยนึกว่าเป็นหลาน ไม่ได้ใส่ใจ คนในงานก็มองหน่อยตั้งแต่หัวจรดเท้า หน่อยนึกแค่ว่าสงสัย เพราะหน่อยเป็นเพื่อนผู้หญิงคนเดียวของทั้งบริษัทที่มาช่วยงาน
จริงๆแล้ว ต้นมีครอบครัวอยู่แล้ว เด็กน้อยคนนั้นเป็นลูกชายต้น ต้นทำเรื่องขอหย่าจากภรรยา เพื่อมาหาหน่อย ทุกคนในงานมองหน่อยในฐานะเมียใหม่ต้น แต่หน่อยไม่รู้อะไรเลย เพราะหน่อยแค่ชอบต้นไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้นเลยจริงๆ หน่อยมารู้เรื่องหลังจากกลับมาจากงานศพ ล้วเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน(ผู้ชาย)เค้าดันถามแบบเปิดอกว่า หน่อยมีอะไรกับต้นแล้วหรอ หน่อยบอกว่าเปล่า ไม่ได้มีอะไรกัน มันเลยถามว่าหน่อยไม่สงสารเด็กหรอทำไมหน่อยทำได้ ยิ่งมันเห็นเด็กไม่รู้เรื่องมันยิ่งอยากคุยเรื่องนี้กับหน่อยมากขึ้น (ขี้เมา แต่กเด็ก และธรรมชาติ)

หน่อยบอกต้อนเรื่องนี้และบอกต้นว่า หน่อยไม่มีค่าใดๆ อย่าได้เอาหน่อยไปทำลายชิตเด็กคนนั้นเลย หากต้นรักหน่อยจริง ต้อนต้องรักเด็กคนนั้นให้มาก ยังไงซะเราก็เป็นเพื่อนกันได้ หน่อยว่า

แล้วอีกครั้งหน่อยก็วนเวียนอยู่กับร้านเน็ตหางานทำประมาณอาทิตย์หนึ่งหน่อยก็ได้งานทำที่ใหม่
ค่าตอบแทนก็ใช้ได้ 14500 ต่อเดือน หน่อยตอบตกลงรับงานนั้น
ภาพประจำตัวสมาชิก
คุณนาย 007
แม่ไข่ตุ๋น พ่อไข่ต้ม
 
โพสต์: 30
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ ก.ค. 02, 2008 3:05 pm

โพสต์โดย nong-nj » อังคาร ก.ค. 29, 2008 1:31 pm

เอาใจช่วย เอาใจช่วย ต้องสู้ถึงจะชนะ ชีวิตมีขึ้นมีลง อดทนช่วงขาลงได้ ขาขึ้นก็สบาย
ภาพประจำตัวสมาชิก
nong-nj
แม่ไข่ดาว พ่อไข่เจียว
 
โพสต์: 340
ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร ก.ค. 10, 2007 2:38 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง คุยกันเจ๊าะแจ๊ะ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน